ข้อตกลงของกระทรวงการคลังสหรัฐในการอนุญาตให้บริษัทเชฟรอน ขยายการดำเนินงานร่วมกับบริษัทน้ำมันภาครัฐของเวเนซุเอลา ยังเป็นการประกาศถึงการกลับเข้าสู่ตลาดโลกของน้ำมันเวเนซุเอลา ท่ามกลางวิกฤติพลังงานที่เกิดจากสงครามในยูเครน

การตัดสินใจจากรัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรภาคส่วนน้ำมันนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นจริงใหม่ในเวเนซุเอลา ซึ่งผ่านมานาน 3 ปี หลังรัฐบาลของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐคนก่อนหน้า ระงับกิจกรรมการขุดเจาะทั้งหมดตามส่วนหนึ่งของแคมเปญกดดันสูงสุดที่ออกแบบมาเพื่อบังคับให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และถึงแม้มาดูโรยังอยู่ในอำนาจ แต่ความตั้งใจใหม่ที่จะเห็นด้วยกับ “ยูนิทารี แพลตฟอร์ม” ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน ได้เปิดประตูสำหรับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรอย่างจำกัดแล้วในตอนนี้

CBS Miami

นับตั้งแต่รัฐบาลในสมัยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช สหรัฐใช้คำสั่งห้ามและมาตรการคว่ำบาตรต่อเวเนซุเอลามาหลายครั้งหลายหน แม้ด้วยข้อยกเว้นบางประการ ไบเดนยังคงมีการใช้มาตรการเหล่านี้อยู่ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็เลือกที่จะเริ่มการเจรจาโดยตรงกับรัฐบาลของมาดูโร และผุดไอเดียของการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมัน เพื่อแลกกับการปฏิรูปประชาธิปไตยของเวเนซุเอลา

ทว่านักวิจัยหลายคนโต้แย้งว่า การคว่ำบาตรไม่ใช่สาเหตุหลักของการตกต่ำอย่างรวดเร็วของเวเนซุเอลา ในทางกลับกัน พวกเขากล่าวว่า การบริหารจัดการเศรษฐกิจที่ผิดพลาด และผลที่ตามมาของภาวะเงินเฟ้อรุนแรง และการล่มสลายของมาตรฐานการครองชีพ คือ ปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนที่จะมีมาตรการคว่ำบาตรส่วนมากด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จำนวนมากต่างเห็นพ้องต้องกันว่า มาตรการคว่ำบาตรน้ำมันสร้างความเจ็บปวด โดยสำนักงานตรวจสอบอิสระของรัฐสภา (จีเอโอ) พบว่า การคว่ำบาตรบริษัทน้ำมัน “พีดีวีเอสเอ” เมื่อปี 2562 มีส่วนทำให้เศรษฐกิจของเวเนซุเอลาล่มสลาย และส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของเวเนซุเอลาหดตัวถึง 35% ในปีนั้น

ทั้งนี้ ผู้กำหนดนโยบายบางคนหวังว่า การให้ไฟเขียวด้านการส่งออกแก่เวเนซุเอลาจะช่วยควบคุมราคาพลังงานทั่วโลกได้ เนื่องจากเวเนซุเอลามีน้ำมันสำรองที่พิสูจน์แล้วมากที่สุดในโลก อย่างไรก็ดี นักเศรษฐศาสตร์หลายคนกล่าวว่า มันต้องใช้เวลาและการลงทุนจากต่างประเทศหลายพันล้านดอลลาร์ในการสร้างอุตสาหกรรมน้ำมันขึ้นมาใหม่ หลังจากการบริหารจัดการที่ผิดพลาดมานานหลายปี

กระนั้น แนวคิดข้างต้นได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความขัดแย้ง และสร้างความไม่พอใจให้กับทั้งสองฝ่ายในสภาคองเกรส อีกทั้งผู้สันทัดกรณีลาตินอเมริกาคนอื่น ๆ ยังกล่าวว่า มันถึงเวลาสำหรับแนวทางที่แตกต่างแล้ว โดยให้เหตุผลว่า การคว่ำบาตรมีส่วนทำให้ชาวเวเนซุเอลาเผชิญกับความยากลำบาก และมันประสบความล้มเหลวในการปลดมาดูโรออกจากตำแหน่งผู้นำเวเนซุเอลาด้วย.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES