@เป็นเดือนสุดท้ายของปี 2565 ซึ่งกำลังเข้าสู่เทศกาล”ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่” ท่ามกลางความ”คึกคัก” ของการท่องเที่ยว ที่เห็นได้ชัดว่าใน”วันหยุดยาว” ที่ผ่านมา “คนไทย” มีการเดินทางไปท่องเที่ยวยังแหล่งท่องเที่ยวทุกภาคอย่าง”อุ่นหนาฝาคั่ง”….แม้แต่ในภาคใต้ ซึ่งเป็น”ฤดูมรสุม” ฝนตกหนัก “น้ำท่วม” ในหลายพื้นที่ แต่ จำนวนนักท่องเที่ยวก็”หลั่งไหล” ไป ยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆมากมาย และแม้แต่ที่” หาดใหญ่” จ.สงขลา และ” เบตง” จ.ยะลา รวมทั้ง ”สุไหงโก-ลก” จ.นราธิวาส เมืองชายแดนไทย-มาเลเซีย ที่ก่อนหน้านี้มีเรื่อง”คาร์บอมบ์” ที่ “แฟลตตำรวจ” อ.เมือง จ.นราธิวาส และ”การ”ก่อวินาศกรรม” ขบวนรถไฟบรรทุกสินค้า ที่ อ.สะเดา จ.สงขลา ก็ไม่ได้ทำให้คนมาเลเซีย”ตื่นตระหนก” แต่อย่างใด สังเกตได้จาก “รถทัวร์” จาก “มาเลเซีย” จำนวนมาก ที่นำ นักท่องเที่ยวเข้ามา แสดงให้เห็นว่าการท่องเที่ยวของไทย”ฟื้นแล้ว” และในเทศกาล”ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่” เชื่อว่าการท่องเที่ยวของไทย จะ”คึกคัก” และเงินจะ”สะพัด” นี้เป็น”ข่าวดี” สำหรับ”คนไทย” อีกครั้ง หลังจากที่การท่องเที่ยว ”ห่อเหี่ยว” มากว่า 2 ปี จากการเกิดขึ้นของ”โควิด 19 “….แต่มี”ข่าวร้าย” ที่กำลังจะเป็น”ตัวถ่วง”การ”ฟื้นตัว”ของการท่องเที่ยว นั้นคือเกิดภาวะ”ตึงตัว”ของ”น้ำมันเชื้อเพลิง” จากการที่ “กระทรวงพลังงาน” อนุญาตให้”โรงกลั่น” ปิดซ่อมประจำปีพร้อมกัน 2 โรง เป็นเหตุให้ จำนวนน้ำมัน”สต็อกต่ำ” คลังน้ำมันทั่วประเทศ โดยเฉพาะ ที่ อ.สิงหนคร จ.สงขลา และที่ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งรับผิดชอบในการ”จ่ายน้ำมัน” ให้กับ”ปั๊มน้ำมัน” ในภาคใต้ “ขาดแคลน” และมีราคาสูง ปั๊มน้ำมัน”ทุกแบรนด์” มีคำสั่งจากบริษัทแม่ ห้ามขายน้ำมันที่ลูกค้าซื้อใส่ถัง และห้ามขายให้กับ”ปั๊มอิสระ” พร้อมทั้งมีการลดปริมาณการส่งน้ำมันให้กับ”ปั๊มทุกแบรนด์” เพราะ”คลัง” ต้องบริหาร”สต๊อก” น้ำมันให้เพียงพอแบบ”วันต่อวัน” ล่าสุด “พันธิกา ทังสุภานิช” อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน มีคำสั่งให้ คลังน้ำมันทั้งประเทศนำน้ำมันสำรอง 219 ล้านลิตร ออกมาจำหน่าย เพื่อ”ประคองสถานการณ์” จากวันที่ 10 ธ.ค. 65 จนถึงวันที่ 31 ม.ค.66 ….
@เทศกาล”ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่” คนเดินทางมากมาย ทั้ง”กลับเยี่ยมบ้าน” ทั้งการท่องเที่ยว แต่ ประเทศไทย”ขาดแคลนน้ำมัน” และมีราคาแพง ที่ไม่เป็นไปตาม”กลไก” ของ”ตลาดโลก” คงต้องถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีว่า ท่านคิดอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น และท่านรู้สึกอย่างไรกับ”ข่าวร้าย” ที่ทำให้”ข่าวดี” ของการท่องเที่ยว”ลดทอนลง” ที่สำคัญกระทรวงพลังงาน ที่ท่านไว้วางใจเคยบอกท่านถึง สถานการณ์ เรื่อง” พลังงาน”ของประเทศไทยหรือไม่….ท่าน”นายกรัฐมนตรี” ทราบหรือไม่ว่า “พลังงาน” วิกฤติหนักมาก” โรงไฟฟ้าของไฟฟ้าการผลิตแห่งประเทศไทย ที่ใช้”แก๊ส” เป็น”เชื้อเพลิง” ต้องใช้น้ำมันดีเซล แทน ยิ่งทำให้ “ดีเซล” ขาดแคลน และ แพง มากขึ้น เชื่อเถอะ เรื่องอย่างนี้ไม่มีทาง”เข้าหู” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อย่างแน่นอน…..และท่านรู้หรือไม่ว่า ภายใต้การบริหารประเทศของท่าน “ปั๊มน้ำมันอิสระ” ทั่วประเทศ ที่เป็นธุรกิจ”เอสเอ็มอี” มีการ”ปิดตัวไปแล้วว่า ร้อยละ 80 เพราะ”คลังน้ำมัน” กำหนดราคาขายน้ำมันใน”บัญชีค้าส่ง” สูงกว่า”บัญชีปั๊มแบรนด์” ลิตระละ 1-3 บาท นี่เป็นการ”บีบทางอ้อม” ให้”ปั๊มน้ำมันอิสระ” ต้อง “ล้มหายตายจาก” เพื่อเป็นการ”เพิ่มวอลุ่ม” หรือ”ยอดขาย” ให้กับ”ปั๊มแบรนด์” ใช่หรือไม่ และเมื่อ”ธุรกิจเอสเอ็มอี” ไปไม่ได้ ไม่ใช่เฉพาะเจ้าของธุรกิจ”หมดตัว”และ”หมดอาชีพ” แต่”ลูกจ้าง” จำนวนหนึ่ง”ตกงาน”ไปด้วย…. และที่สำคัญ เมื่อน้ำมัน”ขาดแลคน” และ”มีราคาแพง” น้ำมันเถื่อน จาก มาเลเซีย และ สิงคโปร์ ก็”ทะลักทะลาย” เข้ามาเพื่อให้เป็น”ทางเลือก” ของปั๊ม” และของผู้”บริโภค” เช่นที่ อ.สะเดา ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน โดยรถบรรทุก”หัวลาก” ที่วิ่งระหว่างประเทศ มีการ”ลักลอบ” นำน้ำมันเถื่อนเข้ามาขายให้กับ”นายทุนใหญ่” อย่าง”เป็นล่ำเป็นสัน” แต่”ศุลกากร” และ”ตำรวจ ปนม. ใน จ.สงขลา จับไม่ได้แม้แต่ลิตรเดียว นี่คือ “ผลพวง” ของความ”ล้มเหลว” ในการบริหาร”กระทรวงพลังงาน ….
@แม้ว่า การท่องเที่ยวจะคึกคักในภาคใต้ แต่ก็เป็นการ”คึกคัก” ที่”กระจุกตัว” ในเขตเมือง ส่วนนอกเขตเมือง ที่เป็น “เทศบาลตำบล” เป็น “อบต.” ซบเซา เหงาเงียบ แม่ค้าในตลาด”มาลันดูแก มาแลดูกัน” เพราะคนซื้อไม่มี มีแต่คนขาย นี่คือสภาพที่เป็น”ของจริง”ที่เกิดขึ้น ซึ่งคนเป็น”เสนาบดี” ของ ประเทศไทยไม่เคยรับรู้ เพราะแม้แต่คนที่เป็น”สส.ในพื้นที่ ก็ไม่เคย”ใส่ใจ” กับปัญหาความ”ทุกข์ร้อน” ของประชาชน,,,,,ทั้งเรื่องการ”ก่อวินาศกรรม” ที่ “แฟลตตำรวจ” ที่ จ.นราธิวาส และการวางระเบิด “ขบวนรถไฟบรรทุกสินค้า” ที่ อ.สะเดา จ.สงขลา ผ่านไปแล้ว 2 สัปดาห์ แต่ เจ้าหน้าที่ ตำรวจ.ทหาร ยัง”จับมือใครดม” ไม่ได้ ก็ไม่ได้โทษ ทั้ง “ตำรวจ” และ”ทหาร” แต่ต้องโทษว่า เป็นเพราะเรื่องของ”การข่าว”ล้มเหลว ”งบการข่าว” ไม่เคยถึงมือของ”คนเล็กคนน้อย” ที่ทำหน้าที่”การข่าว” เพราะงบ”การข่าว” ตกอยู่ในมือของ”ผู้ใหญ่” เพียงไม่กี่คน….โดยเฉพาะ”ตำรวจ” ท้องที่ ซึ่งไม่เคย” สนใจ” งานด้านการข่าว”ความมั่นคง” สนใจแต่”การหาข่าว” เรื่อง”หวยเถื่อน. บ่อน.” และ คนขาย”ยาบ้า” คนที่ทำธุรกิจ”สีเทา” เพื่อ”เก็บส่วย” ดังนั้นอย่าแปลกใจที่การก่อ”วินาศกรรม” เส้นทางรถไฟและขบวนรถสินค้า ที่ ต.ท่าโพธิ์ อ.สะเดา จ.สงขลา ผ่านมาเกือบ 2 สัปดาห์ พ.ต.อ.ชาติชาย ชนะสิทธิ์ ผกก.สภ.คลองแงะ อ.สะเดา จ.สงขลา จึงยัง”มะงุมมะงาหรา” ไม่รู้ว่าใครเป็น”คนร้าย” และ”คนร้าย” ที่เดินทางมาจาก “อ.จะนะ” จ.สงขลา มาพักที่ไหน กับใคร และใครที่เป็นคนในพื้นที่ ซึ่งร่วมกับ”คนร้าย” ในการ”ก่อวินาศกรรมครั้งนี้…..และก็เป็นแบบเดิมๆ คือ”วัวหายล้อมคอก” เพราะหลังเกิดเหตุ พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อ”ป้องกัน” อย่าให้เกิดเหตุ”ซ้ำซ้อน” ในเขตเมือง โดยเฉพาะเมือง”เศรษฐกิจ” อย่าง”หาดใหญ่ ,สะเดา” และ” อำเภอเมืองสงขลา” แต่ เชื่อเถอะ ถ้างาน”การข่าว” ยัง”ล้มเหลว” ทั้งของ”ทหาร,ตำรวจ” และ”ปกครอง” เรื่องการ”ป้องกัน” ยากที่จะประสพความสำเร็จ เพียงแต่อาจจะทำให้”มือก่อวินาศกรรม” ของ”บีอาร์เอ็น” เบนเป้าไป”ก่อเหตุ” ในพื้นที่อื่น เพราะ นโยบายของ”บีอาร์เอ็น” คือ”เป้าหมายชัดโอกาสมี ทางหนีพร้อม” ถ้า”เป้าหมาย” ที่มีความ”เสี่ยง” บีอาร์เอ็น ไม่ ปฏิบัติการ เด็ดขาด…..
@เรื่องสำคัญอีกเรื่องที่ จ.นราธิวาส คือเรื่องการ”ขุดศพ”ของ”คนตาย” ที่เป็น”แนวร่วม” คนสำคัญของ”บีอาร์เอ็น” คือ นายยาห์รี ดือเลาะ ที่ “บีอาร์เอ็น กล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่ทหาร เป็นผู้”ฆาตกรรม” และโยนศพทิ้งแม่น้ำสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และญาติของผู้ตายก็”ยืนยัน”ว่า เป็นศพของ”ยาห์รี ดือเลาะ” แต่หลังจากที่”บีอาร์เอ็น” ออกมา”โจมตี” ถึงความไม่”จริงใจ” ของ “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ในการแก้ปัญหาด้วย”สันติวิธี” ในเวทีของการ”เจรจาสันติภาพ” เจ้าหน้าที่ตำรวจก็อ้างผลการ”พิมพ์ลายนิ้วมือ”ของ”ผู้ตาย” ว่าผู้ตายไม่ใช่”ลายมือ”ของ”ยาห์รี ดือเลาะ” ซึ่งมี”หมายจับ” ในคดีความมั่นคงหลายหมายด้วยกัน จึงจะทำการ”ขุดศพ” เพื่อทำการ”พิสูจน์”ใหม่ เพื่อ”พิสูจน์”ความจริงกับ”บีอาร์เอ็น” ….แต่ญาติของผู้ตาย และ “มวลชน” ในพื้นที่ออกมา”ขัดขวาง” ไม่ยอมให้ขุด จนเรื่อง”บานปลาย” ถึง สภาผู้แทนราษฎร กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. พรรคประชาชาติ จ.นราธิวาส นำเรื่องนี้ไป”อภิปราย” เพื่อให้ฝ่ายความมั่นคงชี้แจงถึง ผลกระทบ ที่เกิดขึ้น ในขณะที่”ผู้นำศาสนา” ในพื้นที่ ก็เห็นว่า เรื่องที่เกิดขึ้นยังไม่ถึงจุดที่ต้อง”ขุดศพ” คนตายขึ้นมาใหม่,,,,, โดยข้อเท็จจริง ไม่ว่า”คนตาย” จะเป็น”ยาห์รี ดอเลาะ” หรือไม่ ไม่มีความสำคัญอีกแล้ว เพราะ”มวลชน” และ”ญาติพี่น้อง” ของคนตาย เชื่อในการกล่าวหาของ “บีอาร์เอ็น” ว่า “ทหาร” เป็นผู้”ฆาตรกรรม” และใน”ทางลับ” ก็มีชื่อ”หมวดชัย” ที่เป็น “ทหาร”จาก ฉก.ทพ. ที่ 46 เข้าไปเกี่ยวข้อง โดยเดยมีคนที่”ถูกจับ” และหลุดรอดไปได้ เป็นผู้ให้ข้อมูลกับ”แกนนำ”ของ”บีอาร์เอ็น” ใน มาเลเซีย ประเด็นนี้ต่างหาก ที่ต้องมีการ”สืบสวนสอบสวน” ให้”กระจ่าง ในการแก้ข้อกล่าวหาของ”บีอาร์เอ็น” ส่วนการ”ขุดศพ” ผู้ตายมา”พิสูจน์” ถึงจะ”พิสูจน์” ได้ว่า “คนตาย” เป็น”คนละคน” กับ”ยาร์รี ดอเลาะ” ก็ไม่ได้ทำให้ “มวลชน” และ”ญาติพี่น้อง” ของผู้ตายเชื่อ แต่จะมีการออกมา”โจมตี” ว่า เจ้าหน้าที่ ทั้ง”ตำรวจ”และ”แพทย์” บิดเบือนข้อมูล เพื่อทำตามคำสั่งของ กอ,รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ถ้าไม่เชื่อ ให้ดูคดีการตายของ”อับดุลเลาะ อีซอมูซอ” ที่ เสียชีวิตในขณะที่ถูก”คุมขัง” ในค่ายทหารเป็นตัวอย่าง ที่ “มวลชน” และ”ญาติพี่น้อง” ของผู้ตาย ไม่เชื่อในผลพิสูจน์ของแพทย์ ที่ระบุว่าคนตายไม่ได้ถูก”ซ้อมทรมาน” ที่นี้”ชายแดนใต้”ความเชื่อ” อยู่เหนือเหตุผล ของ”ข้อเท็จจริง” เสมอ รองแม่ทัพภาคที่ 4 อย่าง พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ ที่”คลุกคลี” อยู่ในพื้นที่อย่างยาวนาน น่าจะรู้ดีที่สุด”…..
@ 18 ปีของ”ไฟใต้” กำลังจะผ่านไปแต่ขบวนการแบ่งแยกดินแดน ที่มี”บีอาร์เอ็น” เป็น”ผู้นำ” ยัง”เข่นฆ่าคนไม่พอ “เพราะเมื่อวันที่ 10 ธ.ค.ที่ผ่านมา””นิคมาตุลเลาะ บิน เสรี “ หนึ่งในตัวแทนของ”บีอาร์เอ็น” ในคณะ”พูดคุยสันติภาพ” ได้ออกมา ประกาศ”จุดยืน”ของ”บีอาร์เอ็น”ผ่านทาง”ยูทูป” และ”เฟซบุ๊ก” ว่า” บีอาร์เอ็น” จะไม่หยุดการต่อสู้ จนกว่าจะประสพชัยชนะ กับความเดือดร้อนของประชาชนอันยาวนาน…ก็ต้องถามว่า”ความเดือดร้อนของประชาชนอันยาวนานเกิดจากใคร” เจ้าหน้าที่รัฐ” หรือจาก”บีอาร์เอ็น” ใครที่”ก่อวินาศกรรม” ใครที่”เข่นฆ่า” ประชาชน ในพื้นที่ ก็ล้วนแต่เป็น”ฝีมือ”ของ”บีอาร์เอ็น” ทั้งสิ้น แล้วอย่างนี้” องค์กรต่างประเทศ” ผู้”แสวงหาสันติภาพ” อย่าง”เจนีวาคอลล์” ที่อยู่เบื้องหลังของ”บีอาร์เอ็น” และ”องค์กรกาชาดระหว่างประเทศ” ( ไอซีอาร์ซี .) ที่เข้ามา “ปฏิบัติการ” ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เตรียมการที่จะเป็นตัวแทนของ”ยูเอ็น” เพื่อเป็น”คนกลาง” ในความ”ขัดแย้ง” ระหว่าง”รัฐไทย”กับ”บีอาร์เอ็น” เห็นหรือไม่ว่า ระหว่าง”รัฐไทย” กับ”บีอาร์เอ็น” ใครคือ”ฆาตกร”ที่เป็นผู้”ก่อการร้าย” ที่สร้างความ”โหดเหี้ยม”กับ ประชาชน ในพื้นที่…..
@ที่นี่”วุ่นวายจริงหนอ” เรื่องการตั้งกรรมการสอบสวน “ผู้บังคับการจังหวัดนราธิวาส” ที่ร้องเรียนโดย”อัจฉริยะ เรื่องรัตนพงศ์” ว่าเกี่ยวข้องกับ ขบวนการค้ายาเสพติดที่ จ.นราธิวาส ยังไม่ทันได้สรุปว่า เป็นเรื่องจริง หรือเท็จ”ก็มีเรื่อง”ทุจริต” การสอบเข้านายสิบ เมื่อเดือน มีนาคม 2565 เกิดขึ้นให้ ต้องทำการ”สืบสวนสอบสวน” ต้องให้นักเรียนนายสิบพ้นสภาพถึง 118 คน ซึ่งจนถึงบัดนี้ “พล.ต.ต.ดุษฎี ชูสังกิจ “ ประธานการสอบสวน อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานในการ”ทุจริต” เพื่อดำเนินคดีกับ “ขบวนการ”ที่เป็น”พลเรือน” และ”ตำรวจ”ที่มีผู้เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ ร.ต.อ. จนถึง พ.ต.อ. และเรื่องการ”ทุจริต” การสอบเข้าโรงเรียนนานสิบของศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภาค 9 ซึ่งยังไม่ได้แจ้งความเพื่อ”เอาผิด”กับผู้ที่ร่วมมือกัน”ทำผิด” กลับมีการ”ปูด”ว่าการสอบตำรวจสายอำนวยการของ กองบัญชาการตำรวจภูธร 9 เมื่อวันที่ 27 พ.ย. และประกาศผลไปแล้วเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ที่ผ่านมา มีการ”ทุจริต” อีกแล้ว ก็ได้แต่เห็นใจ พล.ต.ท. นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 ที่ไหนจะต้อง”รับศึก” การก่อการร้ายจาก “กองกำลังติดอาวุธ” ของ”บีอาร์เอ็น” และไหนจะต้อง ติดตามงาน”สืบสวนสอบสวน” เพื่อจับกุมผู้ก่อเหตุมาลงโทษ แล้วยังต้องรับผิดชอบคดีการ”ทุจริต” จากการสอบเข้าโรงเรียนนายสิบอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งทุกครั้งที่มีการสอบ ก็จะมีการ”ทุจริต” เกิดขึ้น เพียงแต่ไม่เป็น”ข่าวฉาวโฉ่” เหมือนครั้งนี้ เพราะ ขบวนการ”ทุจริต” ในการสอบเข้าโรงเรียนตำรวจ หรือ”ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภาค 9 ที่ ทำกันเป็นขบวนการ…..แต่ เมื่อเกิดขึ้นแล้ว พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 ต้อง แสดง”ฝีมือ” ในการ “ทลายห้าง” ขบวนการ”ทุจริต” ให้ราบคาบ และที่สำคัญต้องไม่มีการ”ปกป้อง” ตำรวจ ที่ร่วมอยู่ในขบวนการ ซึ่งมีอยู่แน่นอน ที่ สำคัญ พล.ต.ต.ธรรมนูญ ประยืนยง ผบก.ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธร 9 ( ศฝร.ภ. 9 ) ในฐานะของ”ผู้เสียหาย” จากการ”ทุจริต”การสอบเข้าโรงเรียนนายสิบ ในครั้งนี้ ต้อง เร่งรวบรวมหลักฐาน เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดโดยเร็ว ยิ่งล้าช้าเท่าไหร่ ยิ่งจะถูกสังคมเข้าใจว่ามีการ”ร่วมด้วยช่วยกัน” และเป็นเรื่องของ”มวยล้มต้มคนดู” ซึ่งไม่เพียงแต่เสียหายกับ “กองบัญชาการตำรวจ ภาค 9 แต่จะเสียหายถึง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัส ผบ.ตร. ด้วย…..
@มีผู้ที่อ้างตัวว่าเป็น”พลเมืองดี” ส่งภาพ และ”แผนที่” ซึ่งระบุว่าเป็น”ซอยอินเดีย” หรือ “ถนนซอยที่ตัดกับ”ซอย 6 “ ตลาดไทยจังโหลน หรือ”ด่านนอก” เขตเทศบาลตำบลสำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา ชายแดนไทย-มาเลเซีย มีรถยนต์จอดเรียงราย”เป็นตับ” มี”ผู้หญิง” ทำหน้าที่เฝ้าทางเข้า และตรวจสอบ”ลูกค้า” ซึ่งถูกระบุว่าเป็น”บ่อนวิ่ง” ของนายทุนชาวมาเลเซียที่ชื่อ”เฮียฮ้อ” และมี”นอมินี” เป็นคนในพื้นที่ชื่อ”เสี่ยอ่าง” รับ”หน้าเสื่อ” ก็ฝากให้ “สายสืบ” และ”สายตรวจ” หรือ “สวป. สภ.สะเดา จ.สงขลา ที่รับผิดชอบพื้น ที่”ต.สำนักขาม” ตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วย….วันนี้”ด่านนอก” เป็นเมือง”นอกกฎหมาย” เป็นแหล่ง”อบายมุข” เป็นแหล่ง”ยาเสพติด” เป็นแหล่งที่มี”แรงงานต่างด้าว” ที่ไม่มี”อนุญาต” ในการ”ทำงาน” ที่น่า”อนาถ” คืนการ”สมรู้ร่วมคิด” ระหว่าง”นายทุน” ต่างชาติ” กับ เจ้าหน้าที่สำนักงานแรงงาน ออกใบอนุญาตการทำงานเป็น”แม่บ้าน” ให้กับ หญิงชาวเมียนมาร์ ชาวลาว ชาวเขา ในตำแหน่ง”แม่บ้าน” แต่จริงๆแล้วคือเด็กในร้าน”คาราโอเกะ” และ”นวดแผนโบราณ” ซึ่งเป็นแหล่ง”ค้ากาม” ถามว่าตำแหน่ง”แม่บ้าน” บ้านแต่ละหลังมีถึง 10 คน 20 คน มีงานอะไรให้”แม่บ้าน” ทำกันหนักหนา ในร้าน”คาราโอเกะ” และ”นวดแผนโบราณ” เหล่านี้ …..
@วันนี้ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มีการแต่งตั้ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดครบแล้วทุกจังหวัด ที่ จ.สงขลา ได้ เอกชัย เลิศวิบูลย์ลักษณ์ จากผู้ตรวจกรมที่ดิน และ มาหามะพิสกรี วาแม ผอ.ศูนย์ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยเขต 12 สงขลา มาเป็นรองผู้ว่าฯ ก็ได้แต่หวังว่า เจษฎา จิตรัตน์ “พ่อเมืองสงขลา” จะแบ่งงานแบ่งหน้าที่ให้ “ท่านรอง” ทั้ง 4 คน ได้แสดงฝีมือเพื่อขับเคลื่อนการ”พัฒนาจังหวัดสงขลา”ซึ่งยังมีปัญหามากมาย ให้มีผลงานเป็นที่”ประจักษ์” เพราะผ่านไป 1 ปี ของการเป็น”พ่อเมือง” ของ”เจษฏา จิตรัตน์” ยังไม่มีผลงาน”โดดเด่น” ให้ปรากฏ หวังว่าย่างเข้าปีที่สอง คงจะไม่ทำให้คนสงขลาผิดหวังนะ….นี้เป็นเรื่องที่ชาว ปัตตานี ร้องกันมาว่า การปรับปรุงถนนในเขตเทศบาล ด้วยการปูพื้นใหม่ ไม่มีความเรียบร้อย ไหล่ถนน เป็นหลุมตรงท่อระบายน้ำ ถนนเป็นลูกคลื่น คูระบายน้ำกลางถนนไม่เรียบ เกิดอุบัติเหตุกับผู้ใช้รถใช้ถนนบ่อยมาก เอ้า นิอันวา สุไลมาน นายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองปัตตานี จ.ปัตตานี ออกจาก”ห้องแอร์” ไปดู”ของจริง” ที่เป็นฝีมือของ”ผู้รับเหมา”บ้าง…..
@กลับมาดูเรื่อง”ฮ๊อตๆ” ที่เกี่ยวกับ”การเมือง” ที่เข้าสู่”โหมดการเลือกตั้ง” ที่เดือดที่สุดคือ “สมรภูมิ” ของภาคใต้ ที่ทุกพรรคการเมือง”ต่าง”หมายปอง” ที่จะ”ปักธง” ใน สนามการเลือกตั้งของภาคใต้ ซึ่งมี “ผู้แทน” ได้ 58 เขต ซึ่งวันนี้”พรรคการเมือง” ส่งผู้สมัคร เปิดตัวแล้วกว่า 200 คน ให้”คนใต้” พิจารณา…ดูเส้นทาง”การเมือง”ของ”นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” สส. 8 สมัยของ จ.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกจาก”ประชาธิปัตย์” ไปยังพรรค”สร้างอนาคตใหม่” เพื่อที่จะสร้างให้”สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” เป็น”นายกรัฐมนตรี” แต่ยังไม่ทันได้สร้างอะไร แม้แต่”อนาคตของตนเอง” ก็ หอบผ้าหอบผ่อน” ออกจาก”อนาคตใหม่” มาอยู่กับ”พลังประชารัฐ” ของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ เพื่อการ”เสริมทัพ” ให้กับ”บิ๊กป้อม” ในสนามภาคใต้ ก็”หวั่นๆ” ว่าจะอยู่ได้อีก”กี่น้ำ” ถ้า”ยกพาย” จาก”พลังประชารัฐ” อีกครั้ง “นิพิฎฐ์” คงจะต้องจบชีวิตทาง”การเมือง” ของการเป็น”ชายสามโบสถ์”อย่างสมบูรณ์…..ส่วน” อัลวาร์ สาและ” ที่ “ยกพาย” ออกจาก”ประชาธิปัตย์” เพื่อมา”เสริมทัพ” ให้กับ”ลุงป้อม” ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่วันเปิดตัว “อัลวาร์” กลับ”หายจ้อย” ก็ต้อง ติดตามดู”บริบท” ของ”อัลวาร์” ว่า เส้นทาง”การเมือง” จะไปจบที่พรรคการเมืองไหน ก็ให้สงสารพรรคการเมือง ที่คว้าเอา” หมอนั่น, อาแบนี่” และ”สาวโน้น” มา”เสริมทัพ” แล้วบอกว่านี้คือ”ของดี” ซึ่งสุดท้าย”ของดี”ที่ว่าอาจจะเป็น”ของเหลือ” ที่ พรรคการเมืองเขาไม่เอาแล้ว ก็ได้…..
@สำหรับ “ประชาธิปัตย์”เอง ที่มีความพร้อม ในการ”จัดทัพ” เพื่อรับมือกับการเลือกตั้งในครั้งนี้ ท่ามกลางพรรคการเมืองทุกพรรค ที่”พุ่งเป้า” มา แย่งชิง ที่นั่งจาก”ประชาธิปัตย์” ก็ยังมี”มรสุม”ภายในพรรค ทำให้ต้องเสียเวลาในการ”สะสาง” ปัญหาภายใน เรื่องเดิม เรื่องเก่า คือ”แย่งชิง” ตำแหน่ง”หัวหน้าพรรค” แต่วันนี้”คลื่นลมสงบแล้ว” แต่” จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์” เห็นที่ต้อง”ออกสื่อ” และเพิ่มความ”ใกล้ชิด” กับ กรรมการบริหาร และ สส.ในพรรคให้มากขึ้น เพราะต้อง”ร่วมแรงร่วมใจ” ทำศึกกับ”ศัตรูคู่แข่ง” ส่วน”ศัตรูภายใน” เสร็จศึก เลือกตั้งเมื่อไหร่ ค่อยกลับมา”ฟาดฟัน” กันใหม่ก็ยังไม่สาย…. ก็เสียใจกับพรรคภูมิใจไทย ที่ต้องเสียว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 2 สงขลา เนื่องจาก ฉัตรชัย ชูแก้ว ซึ่งเดินหาเสียงมานานปี เสียชีวิตอย่างกะทันหัน ก็ต้องกันต่อไปว่า พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กับศรีภรรยา นาที รัชกิจประการ แม่ทัพภาคใต้ของ”ภูมิใจไทย” จะ ส่งใครเป็นผู้สมัครในเขต ซึ่งแว่วๆมาว่าจะจับ เจษฎาพงษ์ ชูแก้ว รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา “ปะแป้งแต่งองค์” เพื่อลงสมัครแทนพี่ชายที่จากไป…. เขตเลือกตั้งที่มี”คนดัง” หลายคนลงสมัคร อย่าง พ.อ.พิเศษ สุชาติ จันทรโชติกุล อดีตแม่ทัพภาคใต้ของ”พลังประชารัฐ” ที่เลือกตั้งครั้งนี้ ลงสมัครในนามของพรรคสร้างอนาคตไทย ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ส่ง นิพัฒน์ อุดมอักษร” ลงหวังทวงตำแหน่ง สส.คืนจาก ศราสตรา ศรีปาน สส.สมัยแรก ที่วันนี้ตัดสินใจ”หอบผ้าหอบผ่อน”ทิ้ง”ลุงป้อม” ไปอยู่กับ”ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พรรครวมไทยสร้างชาติ แต่”ลุงป้อม” สู้ไม่ถอย ล่าสุดส่ง “ ณรงค์พร ณ พัทลุง” ( ปลัดแป้น ) สวมเสื้อ”พลังประชารัฐ” ลงรักษาพื้นที่ในเขตนี้….ส่วนที่เขต 1 สงขลา “เจือ ราชสีห์” ก็ตัดสินใจ”โบกมือลา” พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อไปเป็นผู้สมัครลงเลือกตั้งของ”พรรครวมไทยสร้างชาติ”ส่วน”ภูมิใจไทย” ยังไม่แน่นอนว่าจะส่ง” ประสงค์ บริรักษ์ “ นายกแบน” ลงสมัครในเขต 1 หรือไม่แต่”ประชาธิปัตย์” ชัดเจนส่ง” สรรเพ็ชญ บุญญามณี” เดินพบปะประชาชนมากว่า 3 ปี จึงกลายเป็น”เต็งหนึ่ง” ของพื้นที่ ซึ่งจะเป็น”ก้างขวางคอ” ชิ้นใหญ่ของ”เจือ ราชสีห์”…..
@บรรทัดนี้ก็แสดงความยินดีกับ ภราดร นุชิตศิริภัทรา รองประธานหอการค้า จ.ตรัง ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น”พ่อตัวอย่าง” ประจำปี 2565 และขอแสดงความยินดีกับ อิศร เอกพิศาลกิจ ที่ได้รับเลือกให้เป็น รองประธานธรรมมาภิบาล จ.ตรัง…. พล.ต.ต. ทินกร รังมาตย์ รอง ผู้บัญชาการพิสูจน์หลักฐาน กำลังดำเนินการ เสริมประสิทธิภาพงานพิสูจน์หลักฐาน ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นงานสำคัญ ในการนำคนร้าย ที่”ก่อความไม่สงบ” เข้าสู่ ขบวนการ”ยุติธรรม” เพราะงาน”พิสูจน์หลักฐาน” คือ”หัวใจสำคัญ” ในการนำเอา”คนร้าย” มาลงโทษ….ส่วนที่ จ.สงขลา วันนี้มีปัญหาเรื่อง”กล้องวงจรปิด” ที่ เสียหาย และขาดการซ่อมแซม ทั้งจังหวัด เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะ “กล้องวงจรปิด” คือ”หัวใจสำคัญ” ของการ แก้ปัญหาอาชญากรรม ก็ไม่รู้ว่าเป็นหน้าที่ใครระหว่าง “ปกครอง, ท้องถิ่น, ทหาร หรือ ตำรวจ ปัญหานี้ต้องมีการ”บูรณาการ”ของทุกหน่วยงาน อย่า”อ้ำอึ้ง” และ”ต่างคนต่างทำ” เพราะหวงแต่เรื่อง”เงินทอน” ….นี่ก็มีการ”นินทา”เล็ดลอดจาก”ห้องประชุม” เรื่องที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะ”จัดซื้อ” เครื่องมือพิเศษ ที่มีราคาแพง แต่เจ้าหน้าที่ยังใช้ไม่เป็น เพื่อมาใช้กับการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ ก็ไม่ได้”คัดค้าน” ไม่ให้ซื้อ แต่ขอให้ใช้”งบประมาณ” ให้”คุ้มค่า” เพราะการใช้”งบประมาณ” ที่”สูญเปล่า” มันเป็นเรื่องที่”ชั่วร้าย” ยิ่งกว่าการ”ทุจริต” เสียอีก ก็ฝากให้” พล.ท.ศานติ ศกุลตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 อย่า”ใจอ่อน” กับบรรดา”นายพล” ที่เป็น”ที่ปรึกษา” ที่มีการ”ลุ้น” ให้ซื้อจน”ตัวโก่งตัวงอ”….แล้วพบกันวันศุกร์หน้า ครับ
—————————————————————
ไชยยงค์ มณีพิลึก

สืบทอดพระพุทธศาสนา. พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( ศอ.บต. ) นำพระสงฆ์และตัวแทนเครือข่ายไทยพุทธในพื้นที่เปราะบางใน 3 จังหวัด 4 อำเภอของ จ.สงขลา เดินทางเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช และศึกษาดูงานเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ ในการสร้างความเข้มแข็งเพื่อสืบทอดการทำนุบำรุงศาสนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ห้องประชุม ศอ.บต. อ.เมือง จ.ยะลา

เพื่อเพื่อนมนุษย์. วิสุทธ์ สิงห์ขจรวรกุล อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย/ผอ.ศอ.บต. ประธานมูลนิธิสงเคราะห์อาชีพ จังหวัดชายแดนใต้ มอบเครื่องฟอกไตเทียมมูลค่า 1,500,000 บาทให้กับ ร.พ.ศูนย์ยะลา อ.เมือง จ.ยะลา ณ ห้องประชุมสุขนิบง โดยมี ผอ./ รอง ผอ.รพ.ศูนย์ยะลา รับมอบ และมี บุณยสิทธิ์ สุวรรณรัตน์ อดีต ผวจ.ยะลา เดชรัตน์ สิมสิริ อดีต ผวจ.ยะลา และ ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมนัดหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นสักขีพยาน

ช่วยเหยื่อคาร์บอมบ์. สมพร เนติรัฐกร ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (กระทรวงสาธารณสุข)ร่วมกับศูนย์เยียวยาจังหวัด/อำเภอ ประชุมชี้แจงเหยื่อที่ได้รับผลกระทบจากคาร์บอมบ์ที่แฟลตตำรวจ อ.เมือง จ.นราธิวาส ณ ห้องประชุม ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส

บูรณปฏิสังขรณ์. พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( ศอ.บต. ) พร้อมคณะ สำรวจวัดที่มีอายุกว่า 100 ปี ในพื้นที่ 3 จังหวัด และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา เพื่อการปฏิสังขรณ์ ในงบประมาณปี 2566 ตามมติของรัฐบาล

ปลายทางชีวิต. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคประชาชาติ เป็นประธานในการฌาปนกิจศพ คุณพ่อกล่อม บุญละออ อดีตข้าราชการตำรวจศาลนครศรีธรรมราช ณ วัดมงกุฏ ต.นาเคียน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

เข้าใจเข้าถึงฯ นิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และผู้อำนวยการเลือกตั้ง ประชุมผู้สมัคร สส.ใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมยกเอา ยุทธศาสตร์ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ในการลงพื้นที่ พบปะประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ห้องประชุมพรรคที่ ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา

น้ำท่วม-น้ำใจ. พ.อ.วิชิต แก้วพรหม ผบ.หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 41 สนง.พัฒนาภาค 4 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปรัชญา ไบตะ ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส นำถุงยังชีพ และน้ำดื่ม มอบให้ครอบครัวผู้ประสพอุทกภัยที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำสุไหงโก-ลก

ยกระดับ. พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้( ศอ.บต.) เยี่ยมชมโรงงานผลิตน้ำบูดู ในพื้นที่ ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เพื่อยกระดับน้ำบูดูปักษ์ใต้สู่สากล ในคอนเซ็ปต์”สายบุรี บูดู สู่ตลาดโลก” ณ โรงงานน้ำบูดูเฮง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี

จับได้ทันควัน. หน่วยเฉเพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 ร่วมกับ ตำรวจ และฝ่ายปกครอง จับกุม องอาจ เผือกผ่อง ซึ่งร่วมกับพวก ลักถอดน็อตรางรถไฟ ในพื้นที่ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย เจ้าตัวรับสารภาพ นำน็อตไปขายนำเงินมาซื้อยาเสพติด

เพื่อผู้พิการ. สือนะ ดีสะเอะ อุปนายกสมาคมคนพิการภาคใต้และประธานชมรมคนพิการ จังหวัดยะลา เข้ามอบและส่งมอบข้าวสารหอมมะลิ จากมูลนิธิกสิกรไทยเพื่อมอบให้แก่คนพิการ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ด้อยโอกาส และ เด็กกำพร้าในพื้นที่ ต.ยะหา อ.ยะหา – ต.ยะต๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา และในพื้นที่ ต.ลิปะสิโง ต.หนองจิก จ.ปัตตานี ซึ่งในแต่ละพื้นที่กำลังประสบปัญหาควาเดือดจากอุทกภัย

จิบกาแฟ. อัมรันท์ บากา นายอำเภอกาบัง จ.ยะลา เป็นประธานในโครงการ “จิบกาแฟ แชร์ความคิดที่…กาบัง” (Morning Think & Meaning Talk) เพื่อพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน อันจะนำไปสู่การขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนา และแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ตำรวจ ทหาร อบต.บาละ รองผู้อำนวยการ สพป.ยะลา โรงเรียน ข้าราชการครู ปลัดอำเภอ ผู้นำศาสนาในพื้นที่ ณ โรงเรียนบ้านคลองน้ำใส ต.บาละ อ.กาบัง

ต่อต้านคอร์รัปชั่น. ขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานเปิดงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล (ประเทศไทย) โดยมี นายราม วสุธนภิญโญ ผอ.ปปช.จ.ตรัง ภายใต้แนวคิด “Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต” พร้อมมอบรางวัลให้กับหน่วยงานภาครัฐจังหวัดตรังที่ประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA ) ณ ห้องประชุมรัษฎา ศาลากลางจังหวัดตรัง

รับตำแห่งใหม่. จิรทย์ แซ่เจ็ง ประธานสถานศึกษา ร.ร.ท.3 (วัดพุทธภูมิ)และ ร.ต.ต.กริยา ตระกูลศึกษา ประธานสถานศึกษา ร.ร.ท.4 (ธนวิถี)เทศบาลนครยะลา ร่วมมอบดอกไม้เป็นที่ระลึกและความผูกพันแด่ ไมตรี บัวจันทร์ รอง ผอ.ร.ร.ท.4 เดินทางไปรับตำแหน่ง รก.ผอ.ร.ร.ท.1 (บ้านสะเตง) เทศบาลนครยะลา

ต้อนรับ. ไพโรจน์ นุ่นสวัสดิ์ประธานสหกรณ์การเกษตรสทิงพระ จำกัด อ.สทิงพระ จ.สงขลา แสดงความยินดีและยินดีต้อนรับสหกรณ์จังหวัดสงขลา ธนะวิทย์ ชูทอง ณ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสงขลา

ประเมินผล. ทวีสิน แก้วทอง ประธานคณะกรรมการติดตามแผน อบจ.ได้เป็นประธานประชุมคณะกรรมติดตามและประเมินแผนพัฒนาอบจ.สงขลาเพื่อให้การติดตามและประเมินผลแผนพัฒนา อบจ.สงขลาให้เป็นไปตามระเบียบที่กำหนดณห้องมิ่งขวัญ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา

เยี่ยมศูนย์ฯ. กระจายศักดิ์ ศรีสงค์ นายกเทศมนตรีตำบลบ่อตรุ ได้ให้การต้อนรับ อรรถพล ปานพรหม และ อธิษฐ์ พิชัยรัตน์ รองอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิ และช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดสงขลา เข้าตรวจเยี่ยมศูนย์อัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนเทศบาลตำบลบ่อตรุ อ.ระโนด จ.สงขลา ณ ห้องประชุมสภาเทศบาล

คล้ายวันเกิด. ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สนพท.)เป็นตัวแทน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ/เลขาธิการพรรคประชาชาติ มอบกระเช้าอวยพรวันคล้ายวันเกิด ณ ห้องอาหารโรงแรมต้นอ้อย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

ช่วยน้ำท่วม. พ.ต.อ.ตรัยฤกษ์ ปัญญาไตรรัตน์ ผกก.สภ.เมืองยะลา และ พ.ต.ท.ธัญ ศิริขันธ์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองยะลา มอบหมายให้ ร.ต.อ.มะรอพี สาและ รอง สวป.สภ.เมืองยะลา พร้อมชุด ตชส.สภ.เมืองยะลา จิตอาสา ช่วยเหลือประชาชน และมอบสิ่งของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย น้ำท่วมขังภายในที่พักอาศัย ในพื้นที่ ถนนเวฬุวัน ซอย 8 ต.สะเตง อ.เมืองยะลา จ. ยะลา



