ห้องแถลงข่าวของทำเนียบขาว กลายเป็นเวทีทดสอบความสามารถอย่างไม่เป็นทางการในเดือนนี้ ในการแข่งขันที่เข้มข้นเพื่อหาผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ในปี 2571
กรณีชัดเจนใหม่เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางเดือนนี้ โดยสองสัปดาห์หลังจากนายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวแถลงข่าว นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ก็ใช้สถานที่แห่งนี้เพื่อสร้างความประทับใจในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน
แวนซ์ทำหน้าที่แทนนางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ซึ่งลาคลอดบุตร โดยเขาใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง ในการตอบคำถามจากนักข่าวเกี่ยวกับหัวข้อต่าง ๆ รวมถึงปกป้องสงครามอิหร่านของทรัมป์ และการจัดตั้ง กองทุน 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 58,800 ล้านบาท) เพื่อชดเชยพันธมิตรของผู้นำสหรัฐที่เชื่อว่าพวกเขาถูกดำเนินคดีโดยมีแรงจูงใจทางการเมือง
แวนซ์ตอบคำถามด้วยท่าทีสุขุมรอบคอบเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งแตกต่างจากสไตล์ที่แข็งกร้าวมากกว่าของทรัมป์ และบางครั้งเขาก็ดูเหมือนจะสับสน เมื่อนักข่าวหลายคนตะโกนและพูดคุยกันเพื่อดึงความสนใจจากเขา
อนึ่ง รูบิโอและแวนซ์ ถูกมองว่าจะเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคริพับลิกัน ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปี 2571 ซึ่งการแถลงข่าวของรูบิโอที่ทำเนียบขาวเมื่อไม่นานมานี้ ได้รับการชื่นชมจากสมาชิกพรรครีพับลิกัน รวมถึงสมาชิกพรรคเดโมแครตบางคนที่ชี้ให้เห็นถึงการปฏิบัติหน้าที่อย่างราบรื่น
สำหรับทรัมป์ เขาตอบคำถามอย่างมีชั้นเชิง เกี่ยวกับผลงานของแวนซ์และรูบิโอ ว่าทั้งคู่ “ทำได้เยี่ยมมาก” และ “เป็นคนดีมาก”
แม้แวนซ์และรูบิโอ ลดความสำคัญของความทะเยอทะยานในการลงสมัครรับเลือกตั้งปี 2571 แต่ทรัมป์ยังคงพูดถึงการสืบทอดตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอย่างต่อเนื่อง
ดูเหมือนว่าแวนซ์และรูบิโอ ต่างได้รับการสนับสนุนในระดับที่ใกล้เคียงกัน และทรัมป์กล่าวว่า หากทั้งสองคนลงสมัครรับเลือกตั้งด้วยกัน ก็จะเป็น “คู่ที่สมบูรณ์แบบ” แต่ถึงอย่างนั้น ทรัมป์บอกเป็นนัยว่ามันยังเร็วเกินไปที่จะตัดสินใจเลือก และเขาจะให้การสนับสนุนทั้งสองคน ไม่ว่าในกรณีใด ๆ ก็ตาม
กระนั้น สิ่งที่เหมือนกันประการหนึ่งในการแถลงข่าวของแวนซ์และรูบิโอ คือ ทั้งสองคนต่างปกป้องการจัดการสงครามในอิหร่านของรัฐบาลวอชิงตันของทรัมป์ ซึ่งเป็นหัวข้อละเอียดอ่อนที่ค่อย ๆ ลดการสนับสนุนของทรัมป์ และคาดว่าจะส่งผลกระทบต่ออนาคตทางการเมืองของพวกเขา
นับตั้งแต่สงครามในอิหร่านเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา ความขัดแย้งส่งผลให้การค้าน้ำมันทั่วโลกชะงักงัน ตลอดจนทำให้ราคาน้ำมันในสหรัฐพุ่งสูงขึ้นประมาณ 50% และสร้างความวิตกกังวลให้กับพรรครีพับลิกัน ซึ่งพยายามรักษาเสียงข้างมากในสภาคองเกรส ก่อนถึงการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือน พ.ย. ปีนี้
ทั้งนี้ ผลการสำรวจความคิดเห็นของสำนักข่าวรอยเตอร์ส และศูนย์วิจัยอิปซอส ซึ่งจัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 15-18 พ.ค. และเผยแพร่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า คะแนนความนิยมของทรัมป์ร่วงลงแตะระดับเกือบต่ำสุด นับตั้งแต่เขากลับเข้าสู่ทำเนียบขาว โดยสมาชิกพรรครีพับลิกันหลายคน ไม่พอใจกับการจัดการปัญหาค่าครองชีพของชาวอเมริกัน
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจดังกล่าวเผยให้เห็นว่า ชาวอเมริกันประมาณ 34% มีมุมมองที่ดีต่อแวนซ์ และประชาชนสัดส่วน 33% สนับสนุนรูบิโอ.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : REUTERS



