ช่วงนี้ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ดัน “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯ และ รมว.คลัง ปักหมุดลุยฟื้นเศรษฐกิจ เปิดทำเนียบ จับเข่าคุยกับเจ้าสัว ในธีม “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” ปลุกความเชื่อมั่นนักลงทุน
พร้อมเข็นโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ปูพรมรับมือวิกฤติค่าครองชีพ สกัดธุรกิจปิดตัว หยุดตัวเลขคนตกงาน อัดมาตรการ 60/40 แจกเงิน เดือนละ 1 พันบาท นาน 4 เดือน กระจายเข้าบัญชีประชาชน 43 ล้านคน โดยเปิดให้ลงทะเบียนผ่านแอปเป๋าตัง 25 พ.ค.นี้ ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ยังไม่รวมการปรับโครงสร้างสู่พลังงานอนาคต งบ 2 แสนล้านบาท
โดยทั้งหมดจะใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ตามพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ
งานนี้ฝ่ายค้านทนไม่ไหวเข้าชื่อกันยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความว่า 1.พ.ร.ก. ไม่เข้าเงื่อนไขความจำเป็นเร่งด่วน 2.งบพลังงาน 2 แสนล้านบาท ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน 3.การออกเป็น พ.ร.ก. เป็นการหลีกเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบของรัฐสภา และ 4.ขอให้ศาลพิจารณาว่า “ขัดรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ หรือเฉพาะบางส่วน” แต่รัฐบาลโนสนโนแคร์ สวมบท ลุยไฟ เดินหน้าแจกตามโครงการไทยช่วยไทยพลัส ก่อนศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน
“ดาวฤกษ์” มองว่า การเมืองตอนนี้กำลังไต่ระดับเข้าสู่เกมร้อนพร้อมถล่มรัฐบาลทุกย่างก้าว ฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชน เดินเกม เปิดแผลรัฐบาล
วันก่อน วิปฝ่ายค้าน มีมติตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ 3 คดีร้อน คือ 1.คดีซุกหุ้น “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” 2.ปมฮั้วเลือก สว. และ 3.มหากาพย์ที่ดินเขากระโดง
“ดาวฤกษ์” มองว่า ฝ่ายค้านลุยเดินเกม รุกฆาต ไล่ล่าขุดคดี “ตราบาป” ที่รอจังหวะผุดขึ้นมาหลอนบัลลังก์สีน้ำเงิน
โดยเฉพาะคดีซุกหุ้นของ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” อดีตรมว.คมนาคม แกนนำสำคัญของเครือข่ายสีน้ำเงิน ที่ฝ่ายค้านตั้งคำถามยิงตรงไปยัง ป.ป.ช. ว่าเหตุใดจึง ไม่มีการไต่สวนจริงจัง ก่อนยกคำร้องแบบรวบรัด
ขณะที่ ปมฮั้วเลือก สว. ฝ่ายค้านส่งสัญญาณแรงว่า หาก กกต. ไม่ส่งเรื่องให้ศาล ทั้งที่มีหลักฐานพฤติกรรมการลงคะแนนผิดปกติ เส้นทางการเงิน และการนัดหมายที่เป็นระบบ อาจกลายเป็นข้อครหาเสียเองว่าองค์กรผู้คุมกติกากำลังปกป้องใครบางคน???
นี่คือ จุดเสี่ยงสำคัญ เพราะ สว. ชุดปัจจุบันมีอิทธิพลสูงต่อ สมการอำนาจ ทั้งการคุมเกมสรรหาองค์กรอิสระ การพิจารณากฎหมายสำคัญ โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ แต่กลับถูกตั้งคำถามถึงกระบวนการได้มามีความชอบธรรมหรือไม่
ส่วน คดีที่ดินเขากระโดง ที่กลายเป็นแผลเรื้อรัง ตามหลอกหลอน เครือข่ายเซราะกราว ถูกหยิบมาเชื่อมกับประเด็นผลประโยชน์และการถือครองที่ดินของรัฐ ภาพความไม่โปร่งใสจึงถูกติดในความทรงจำ
หากคณะกรรมการตรวจสอบที่ฝ่ายค้านตั้งขึ้น ได้ข้อมูลหลักฐาน เต็มแมกซ์ สถานีต่อไป การใช้เวทีสภา เปิดศึกซักฟอก การตั้งกระทู้ถาม หรือการยื่นญัตติ คู่ขนานไปกับการไล่บี้ให้องค์กรอิสระชี้มูลความผิด พร้อมเดิน กลยุทธ์สำคัญคือ การทำ สงครามการเมือง–ขยี้ปมร้อนผ่านสื่อ สร้างแรงกระเพื่อม กระแทกความเชื่อมั่น
เกมรุกฆาตขนาดนี้ หากคดียังถูกแช่แข็ง สุดท้ายจะแปรสภาพเป็น “ตราบาป” ที่ล้างยากที่สุด.
“ดาวฤกษ์”



