“องค์กรอิสระ” ต่าง ๆ คงมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว ไปตาม ๆ กัน เมื่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 พิพากษาจำคุก 3 ปี “วัชรพล-สุภา” อดีตประธาน ป.ป.ช.-และกรรมการ ป.ป.ช. กรณีไม่เปิดเผยข้อมูลการสอบสวนคดีนาฬิกาหรูกว่า 20 เรือน ที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี อ้างว่ายืมเพื่อนมาสวมใส่
คงมีแต่ ป.ป.ช. เท่านั้น! เชื่อว่าคนระดับรองนายกฯ ยืมนาฬิกาหรูของเพื่อนมาสวมใส่ 555 ยังมีอีกหลายคดี ที่ป.ป.ช.ยุคนั้นชี้มูลแบบทะแม่ง ๆ เช่น กรณีเอาเงินจาก อบจ.บุรีรัมย์ 20 ล้านบาท เพื่อขนคนไปดูฟุตบอล ไปเชียร์ฟุตบอล ความผิดสำเร็จแล้ว! กลับไม่มีมูลความผิดทางอาญา แต่ให้ชดใช้เงินคืน อบจ. ไม่รู้ว่าป่านนี้ชดใช้เงินคืนกันครบหรือยัง? และคดี “จีที 200” เอาผิดอดีตผบ.ทบ. ซึ่งเป็นคนเซ็นจัดซื้อไม่ได้เลย!
มาถึง “ป.ป.ช.” ชุดปัจจุบัน เจอทั้งเรื่องสินบนทองคำ และคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม ใช้นอมินีถือหุ้นใน หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ไม่รู้ในอนาคต ป.ป.ช.ชุดนี้อาจมีชะตากรรมเหมือนกับ “วัชรพล-สุภา” หรือไม่
ไหนจะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 7 คน ที่กำลังพิจารณาสำนวนคดี “ฮั้ว สว.” กันทุกวันจันทร์ ประมาณ 80,000 หน้า โดยมีผู้ถูกกล่าวหา 229 คน (นายกรัฐมนตรี-รัฐมนตรี-สส.-สว.-เครือข่ายพรรคการเมือง) กำลังเป็นด่านทดสอบกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย
รวมทั้งทดสอบการทุจริต โปร่งใส หลักการถ่วงดุลอำนาจในการปกครองระบอบประชาธิปไตย ระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ คือ “สว.” 138 คน ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา กับองค์กรอิสระ คือ “กกต.” ว่าจะทำหน้าที่แบบมืออาชีพ อย่างเที่ยงธรรม ตามข้อมูลพยานหลักฐานบุคคล หลักฐานทางวัตถุ-วิทยาศาสตร์ หรือไม่?
หรือว่างานนี้จะเป็นการ “ผลัดกันเกาหลัง” ไปจนถึงการ “ตอบแทนบุญคุณ” ระหว่างผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน กับ “กกต.” ส่วนใหญ่ ที่มาจากการโหวตผ่านด้วยมือของสว.ชุดนี้นั่นเอง
เนื่องจากมีการตั้งข้อสงสัยว่า 1. มี “ไอ้โม่ง” คอยบริหารจัดการ เพื่อให้ได้มาซึ่ง “กกต.” คนใหม่ แทน กกต.คนเก่าที่ทยอยหมดวาระและยังเป็นคนตัดสินใจในขั้นสุดท้ายว่าจะเอาใครเป็นประธาน กกต.
2. สว. 138 คน ตกเป็น “ผู้ถูกกล่าวหา” ในคดีฮั้วสว. แต่ยังโหวตผ่านให้ กกต. 4 คน เข้ามาทำหน้าที่พิจารณาสำนวนคดีของตัวเอง งานนี้จึงเข้าข่าย “ผลประโยชน์ทับซ้อน” อย่างชัดเจน!
ถ้ากระบวนการยุติธรรม การตรวจสอบความสุจริต โปร่งใส และการถ่วงดุลอำนาจระหว่างบุคคล และองค์กรต่าง ๆ ในประเทศนี้ เป็นแบบ สว. 138 คน กับ กกต. 4 คน ก็ควรให้ผู้ถูกกล่าวหาในคดียาเสพติดได้มีโอกาสคัดเลือกตัวพนักงานสอบสวนบ้างได้หรือไม่?
3. เมื่อ กกต.เข้ามากันอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว! ผลงานแรกคือการปฏิเสธข้อมูลหลักฐานเส้นทางการเงิน ซึ่งเป็นข้อมูลหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ของผู้เกี่ยวข้องในคดีฮั้ว สว. ที่ “ดีเอสไอ” อุตส่าห์ไปเก็บรวบรวมหามาให้ได้อย่างไร?
คดีเลือก สส.-สว. เล็ก ๆ น้อย ๆ กกต.ยังส่งสำนวนไปให้ศาลตัดสิน! แต่คดีใหญ่ ๆ อย่าง “ฮั้วสว.” กกต. 4-5 คน จะเป่าทิ้ง! ก็ขอให้ดูกรณี “วัชรพล-สุภา” เป็นตัวอย่าง!!.
พยัคฆ์น้อย



