MOU 43 (รัฐบาลชวน) คือบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชาว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก , MOU 44 (รัฐบาลทักษิณ) คือบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่อ้างสิทธิบริเวณไหล่ทวีปทับซ้อนกันในทะเล

วันนี้ขอสรุปประเด็นที่ นายรัศม์ ชาลีจันทร์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตทูต เคยเตือนมาโดยตลอดว่าการที่ “รัฐบาลอนุทิน” บอกเลิก MOU 44 แต่ฝ่ายเดียว! และไม่มีเหตุผลที่ดีเพียงพอ ย่อมมีความเสี่ยงที่จะเสียเปรียบในแง่ความชอบธรรมตามกฎหมายระหว่างประเทศ และความน่าเชื่อถือในเวทีระหว่างประเทศ เนื่องจาก MOU ดังกล่าว มีสถานะเป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศ

“รัฐบาลอนุทิน” ทำให้กัมพูชาได้เปรียบ 3 เด้ง คือ 1. เข้าทางกัมพูชาที่อยากเลิก MOU 44 อยู่แล้วเช่นกัน เพราะเสียเปรียบไทยในแง่อำนาจต่อรอง แม้ว่าผู้นำเขาจะทำทีเป็นเสียดาย แต่คงรอให้ไทยบอกเลิกก่อน แล้วค่อยตลบหลังอีกที 2.เมื่อไทยบอกเลิกก่อน ก็เข้าทางทันทีที่จะใช้โอกาสนี้โวยวายได้ว่าไทยไม่เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อดิสเครดิตไทย และสร้างความชอบธรรมความน่าเห็นใจให้ตัวเขา

3.การไปใช้กลไก UNCLOS เท่ากับทำให้ Leverage ของไทยลดลง เท่ากับเขามีแต้มต่อมากขึ้น เพราะขนาดของประเทศ และความแข็งแกร่งไม่ได้สำคัญอีกต่อไปในเวทีนี้เข้าทางกัมพูชาเต็ม ๆ

ต่อมานายกฯอนุทิน ยังประกาศในการประชุมสุดยอดอาเซียน ว่าไทยฉีก MOU 44 แต่ฝ่ายเดียว ซึ่งขัดหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยการรักษาคำมั่นสัญญา แต่ให้เหตุผลว่าไม่มีความคืบหน้าเพียงแค่นั้น คงไม่พอ และเขาต้องมาดูด้วยว่าไม่คืบหน้า เพราะอะไร และใคร

หนักไปกว่านั้น! นายกฯอนุทินประกาศว่าพร้อมไป UNCLOS  แต่กระทรวงการต่างประเทศออกมาปฏิเสธว่ายังไม่ได้ตกลงจะไป และต้องการเจรจากับกัมพูชาก่อน! สะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพกันแค่ไหน?

ตกลงจะเอาอย่างไรแน่?  กระทรวงการต่างประเทศจะขอเจรจาโดยตรงกับกัมพูชา มันคือทวิภาคีนั่นแหละ เพราะเริ่มไม่แน่ใจ รู้ว่าถ้าไป UNCLOS มีแนวโน้มสูงที่จะเสียมากกว่าได้ จึงเริ่มไม่แน่ใจ จะไปทางนี้ดีไหม เพราะผลเสียตามมา มันอาจมากมายมหาศาล คือทรัพยากรมีค่าในอ่าวไทยอาจต้องหลุดลอยไป รวมทั้งสูญเสียอธิปไตยในทะเลบางส่วน

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 69  นายรัศม์ยังบอกว่า “เข้าทางเขมรเต็ม ๆ มันดูผิดปกติแต่แรกว่าทำไมต้องร้อนรนรีบยกเลิก MOU 44 ขนาดนั้น! วันนี้เริ่มนับถอยหลังโอกาสประเทศเสียหายใหญ่หลวง” ตอนนี้กัมพูชาส่งเรื่องข้อพิพาททางทะเลไปยังสหประชาชาติ คือใกล้เข้าสู่กระบวนการบังคับไกล่เกลี่ยโดย UNCLOS มากขึ้นเข้าไปทุกขณะ ที่คนอื่นจะมาชี้ถูกชี้ผิดให้เราเอง แทนที่จะเป็นการเจรจากันระหว่าง 2 ประเทศตามเดิม

จึงมีคำถามอีกว่า 1.รัฐบาลมีความจำเป็นเร่งด่วนอะไรที่ต้องไปรีบยกเลิก MOU 44 ทั้งที่ความขัดแย้งหลักกับกัมพูชา คือเขตแดนทางบก? 2.การไปเวที UNCLOS ไทยมีโอกาสเสียมากกว่าได้สูง ดูแล้วไม่เป็นมืออาชีพ และไม่ปกตินัก

3.สิ่งที่ไทยกำลังเผชิญต่อจากนี้ไป อาจมีผลกระทบต่ออธิปไตยและผลประโยชน์มหาศาลทางพลังงานในอ่าวไทย หากปรากฏว่าเราต้องสูญเสียไปอย่างที่ไม่ควรต้องเสีย และปรากฏว่าผลจากการไปเวที UNCLOS กลับเอื้อประโยชน์ให้กัมพูชามากกว่าไทย

วันนี้กัมพูชาไม่คุยด้วย เพราะเลือกใช้เวที UNCLOS “อนุทิน-รมว.การต่างประเทศ” ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ?.

พยัคฆ์น้อย

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่