รามาโฟซารับตำแหน่งประธานาธิบดีของแอฟริกาใต้ เมื่อปี 2561 ราว 1 ปี หลังได้รับเลือกเป็นผู้นำพรรคสมัชชาแห่งชาติแอฟริกา (เอเอ็นซี) เขาให้คำมั่นสัญญาว่า จะถอนรากถอนโคนการทุจริตและแก้ไขเศรษฐกิจของประเทศ ทว่าขณะเริ่มการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เพื่อปูทางสู่การดำรงตำแหน่งผู้นำสมัยที่สอง รามาโฟซากลับต้องเผชิญการเรียกร้องให้ออกจากตำแหน่ง หลังคณะกรรมการที่ปรึกษาพบหลักฐานเบื้องต้นว่าเขาอาจกระทำการประพฤติผิด

อย่างไรก็ตาม รามาโฟซายืนกรานปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด และจนถึงตอนนี้ พนักงานสอบสวนยังไม่ได้ตั้งข้อกล่าวหาใดอย่างเป็นทางการ ต่อประธานาธิบดีคนปัจจุบันของแอฟริกาใต้

ประธานาธิบดีไซริล รามาโฟซา ผู้นำแอฟริกาใต้ เดินยิ้มออกจากที่ประชุมพรรคสมัชชาแห่งชาติแอฟริกา (เอเอ็นซี) ที่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2565

รามาโฟซาเป็นผู้เจรจานำของพรรคเอเอ็นซี ในระหว่างการพูดคุยที่นำไปสู่การยุติการเหยียดผิว เมื่อปี 2537 ซึ่งสร้างประวัติศาสตร์ให้ นายเนลสัน แมนเดลา ดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของแอฟริกาใต้

แม้มีพรสวรรค์ที่เห็นได้ชัด แต่รามาโฟซาเคยประกาศวางมือทางการเมือง เมื่อปี 2539 และเข้าสู่วงการธุรกิจ ขณะที่พรรคเอเอ็นซีภายใต้การบริหารของแมนเดลา พยายามลดทอนอำนาจของกลุ่มชาวผิวขาว จากการมีบทบาทภายในคณะกรรมการบริหารของพรรคเอเอ็นซี

ทั้งนี้ ทักษะการเจรจาต่อรองของรามาโฟซา เกี่ยวกับการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 ได้รับความเคารพที่ไม่เต็มใจนักจากนายเฟรเดอริก วิลเลิม เดอ แกลร์ก ผู้นำแฟริกาใต้ในเวลานั้น ซึ่งเป็นชาวผิวขาว และเคยกล่าวว่า ความเก่งในการพูดโน้มน้าวและวลีที่อ่อนหวานของรามาโฟซา สามารถล่อหลอกผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ ขณะที่ข้อโต้แย้งจะมัดตัวพวกเขาอย่างไม่หยุดยั้ง

BBC News

นอกจากนั้น รามาโฟซายังเป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลประโยชน์หลัก จากนโยบายการเพิ่มอำนาจทางเศรษฐกิจของคนผิวสี (บีบีอี) ของพรรคเอเอ็นซี ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อลดความไม่เท่าเทียมกัน แต่นักวิจารณ์กลายคนกล่าวว่า นโยบายดังกล่าวทำให้สมาชิกอาวุโสที่มีเส้นสายของพรรคเอเอ็นซี ซื้อสินทรัพย์ในราคาที่ถูกลงได้

การปฏิรูปด้านความมั่นคงทางพลังงาน, การจ้างงาน และการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต้องหยุดชะงักเพราะความแตกแยกภายในพรรค และคณะกรรมการหลายชุดที่เขาสร้างขึ้น เพื่อเพียงแต่ดึงความขัดแย้งเหล่านี้ออกมา

ยิ่งไปกว่านั้น คำมั่นสัญญาของเขาเมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา ที่จะจัดการกับการรับสินบนด้วยกฎการจัดซื้อจัดจ้างที่เข้มงวด และการกำกับดูแลของรัฐวิสาหกิจที่ดีขึ้น หลังจากการสืบสวนที่มุ่งเน้นการรับสินบนระดับสูงภายใต้รัฐบาลของซูมา กลับต้องพบกับความเคลือบแคลงใจ เพราะเขาไม่ได้ลงโทษใครก็ตามที่มีชื่ออยู่ในนั้นเลย

อย่างไรก็ดี การที่พรรครัฐบาลหยุดกระบวนการถอดถอนรามาโฟซาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาได้ เท่ากับเป็นการปูทางให้เขาสามารถลงแข่งขันชิงตำแหน่งผู้นำของแอฟริกาใต้อีกครั้ง.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : REUTERS