@ทุกภาคของ”ประเทศไทย”เข้าสู่บรรยากาศการ”รับลมหนาว” เป็นฤดูกาลท่องเที่ยว รับเทศกาล”ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่” แต่.. ภาคใต้เป็น”ฤดูมรสุม” ที่ ฝนตก”สะสม” มาตั้งแต่เดือน “ตุลาคม” เป็นต้นมา และสุดท้าย ก็เกิด”อุทกภัย” ใน 14 จังหวัดภาคใต้ ที่มีทั้ง”รุนแรง” และไม่รุนแรง “หาดใหญ่” หัวเมือง”เศรษฐกิจ”พื้นที่”ชั้นนอก” อย่าง “เทศบาลเมืองคอหงส์ “ กลายเป็นพื้นที่”รับน้ำ” จากพื้นที่”ภายนอก” ที่เรียกว่า”อ่วมอรทัย” ส่วนหนึ่ง”ฝนตกสะสม” แต่ ส่วนหนึ่ง แผนการตั้งรับขอเทศบาลไม่ดีพอ การประสานงานระหว่างเทศบาลที่เป็นพื้นที่ติดกัน เพื่อ”ทำแผน” รับมือ”น้ำท่วม”ไม่ได้ทำ เรื่องนี้ “ทวีศักดิ์ ทวีรัตน์ “นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองคอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ต้องมีการ”ทบทวน” รวมทั้งประสานงานกับ”หน่วยงานอื่น” เช่น”แขวงการทาง” ในการร่วมมือกัน แก้ปัญหาน้ำท่วมขังในหลายจุด เช่น หน้าค่ายเสนาณรงค์,หน้าวิทยาลัยเทคนิค,สี่แยกคลองหวะ” ที่จะต้องมี”คูระบายน้ำขนาดใหญ่” ที่เกินความสามารถ และ”งบประมาณ”ของท้องถิ่น ต้องร่วมมือกันแก้ เพราะมิฉะนั้นจะ”ท่วมซ้ำซาก” ทุกครั้งที่มีฝนตก”สะสม”….สำหรับ เขตชั้นในของ”เทศบาลนครหาดใหญ่” ที่เป็นพื้นที่”ไข่แดง”ถือว่า”โชคดี” ที่รอดจาก”น้ำท่วม” ในครั้งนี้ เพราะมีการขยายคลอง”ร.1 “ รวมทั้งมี “คลอง ร. “ต่างๆ ที่มาจาก”พระราชดำริ” ของ”พระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 9” ซึ่งถือว่าเป็นผู้มี”คุณูประการต่อชาวหาดใหญ่เป็นล้นพ้น” แต่พื้นที่”รอบนอก” ที่เป็นพื้นที่”ไข่ขาว” ก็กลายเป็นที่”น้ำท่วม” ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวนไม่น้อย … แต่ก็ขอ ชม พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา ที่”ตื่นตัว” ประกาศให้คนที่อยู่ในพื้นที่”เสี่ยง” นำรถยนต์” ไป จอดในสถานที่ต่างๆ ที่มีการ”เตรียมพร้อม” ไว้แล้ว รวมทั้งมีการ”ประชาสัมพันธ์” แจ้งระดับน้ำใน”คลองต่างๆ” เพื่อเป็น”ข้อมูล” ให้ เจ้าของธุรกิจ” และ”ประชาชน” ที่อยู่ในพื้นที่”ไข่แดง” ที่เป็น”เขตเศรษฐกิจ” ได้ตัดสินใจในการ”ขนข้าวของ” และ”อพยพ” ได้ทันท่วงที เพื่อเป็นการ”ป้องกันความสูญเสีย” ที่มาจาก”น้ำท่วม”….
@แต่พื้นที่ซึ่งถือว่า”หนักมาก” และได้รับความ”เสียหาย”มาก คือพื้นที่ สองฝั่งถนนกาญจนวนิช” ตั้งแต่ ต.น้ำน้อย.น้ำกระจาย,เทศบาลตำบลพะวง,เทศบาลเมืองเขารูปช้าง” และ”เทศบาลนครสงขลา” หลายแห่งน้ำไม่เคย”ท่วมบ้านเรือน” แต่ครั้งนี้น้ำไหลเข้า”บ้านเรือน” สำนักงาน ร้านค้า สูงไม่ต่ำกว่า 1 เมตร เป็นงานหนักของ”นายกป้ายแดง” อย่าง “วันชัย ปริญญาศิริ “ ที่ต้องจับมือกับอีก “2 นายกฯ” ที่เป็นพื้นที่ติดกัน และ “เจษฎา จิตรัตน์ ผวจ.สงขลา ในการ”ทำแผน” เพื่อนร่วมมือกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะ”อุกทกภัย” มีแนวโน้มที่รุนแรงมากขึ้น ในทุกปี ประกอบกับ”พื้นที่รับน้ำ” ในอดีต วันนี้กลายเป็น”หมู่บ้าน”เป็น”ชุมชนเมือง” เมื่อ”น้ำป่า” น้ำจาก”ภูเขา”ต่างๆ” ไม่มีที่ไป” ถนน และ บ้านเรือน ประชาชน จึงกลายเป็น”ที่อยู่ของน้ำ” ก่อนที่จะไหลลง แม่น้ำ ลำคลอง และ ทะเล….อุทกภัย” ที่”ภาคใต้” ครั้งนี้นับว่า”หนักหนา” เพราะแม้แต่”เรือหลวงสุโขทัย” ของ”กองทัพเรือ” ก็”อับปาง” ในพื้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ เรือบรรทุกน้ำมัน ที่เดินทางมาส่งน้ำมันที่”คลังน้ำมัน” อ.สิงหนคร จ.สงขลา ก็ถูก”คลื่นซัด” มา”เกยตื้น” ที่ “หาดสมิหลา” สงขลา เส้นทางรถไฟสายใต้ถูกตัดขาดที่ อ.ควนเนียง จ.สงขลา ไม่สามารถเดินรถมายังสถานี”ชุมทางหาดใหญ่” ซึ่งหมายความว่า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่มี”รถไฟ” วิ่งให้”บริการ”ปะชาชน….แต่… ก็ขอชื่นชมความพร้อมของ”กองทัพภาคที่ 4” ที่มีความพร้อมทั้งด้านของ “ยานพาหนะ” และ”กำลังพล” ที่ออกไป”ช่วยเหลือ” ผู้ประสพภัยในครั้งนี้อย่าง”รวดเร็ว” โดยเฉเพาะในพื้นที่ จ.นราธิวาส ที่เป็นพื้นที่ “น้ำท่วม” ที่ หนักมาก เรื่องนี้ ต้อง”ปรบมือ”ให้ พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ ผอ.กอ.รมน.ภ,4 …. ที่สำคัญ หลังจากที่”น้ำลดแล้ว” เป็นหน้าที่ของ “ผู้ว่าราชการจังหวัด” ทุกจังหวัด รวมทั้ง”นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด” ,เทศบาล, อบต. ที่จะต้องเข้าไป”ดูแล” ความ”เดือดร้อน”ของ “ประชาชน” ที่ บ้านเรือน เรือกสวน ไร่นา ได้รับความเสียหาย ทำอย่างไรที่จะช่วยให้”ทั่วถึง” และไม่ช้าเป็น”เรือเกลือ”….
@ก็ยังดีที่ได้”ออกหมายจับ” สำหรับคดี”ก่อวินาศกรรม”ขบวนรถสินค้าและเส้นทางรถไฟ” ในพื้นที่ หมู่ 2 ต.ท่าโพธิ์ อ.สะเดา จ.สงขลา เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.”ที่ผ่านมา ซึ่งจากการ”สืบสวน”ของ”สืบภาค 9” และ”สืบ ภ.จว.สงขลา” ทำให้รวมรวมหลักฐาน “ออกหมายจับ” คนในขบวนการ”บีอาร์เอ็น”ที่เป็นผู้”ปฏิบัติการ” ในการ”บึ้ม” ครั้งนี้ได้ 2 คน และเป็น”เจ้าเก่า” คือ “อัซมัน เป๊าะเลาะ” และ”จีรศักดิ์ เลาะเพ็ง” สอง”คูหูเดนตาย” ที่มี”ภูมิลำเนา” ในพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา ก็เป็นการแสดง”ฝีมือ”ของ “พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์” ผบก.ภ.จว.สงขลา และ” พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ” ผบภ.กก.สส. ภาค 9 ส่วนคนที่ทำงานหนักอยู่เบื้องหลังในการ”คลี่คลายคดี” ก็น่าจะเป็น พ.ต.อ.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล รอง ผบก.สส.ภ.9 และ พ.ต.อ.ธนวัต เส้งสุย ผกก.สส.ภ.จว.สงขลา….แต่ที่สำคัญกว่าการ”ออกหมายจับ” ที่ทำให้รู้ว่า”มีผู้ทำความผิด” ที่สำคัญกว่าคือต้อง”สืบค้น” แหล่งต้นตอของ”แนวร่วม” ที่อยู่ในพื้นที่ ต.ท่าโพธิ์ สถานที่มีการก่อเหตุ เพราะหากไม่มี”แนวร่วม” ที่ให้ที่”พักพิง” ให้ความ”ร่วมมือ” หรือ”สมรู้ร่วมคิด” การ”ก่อวินาศกรรม” ไม่ใช่งานง่ายๆที่จะทำได้สำเร็จแค่ 2 คน การแก้ปัญหาที่”ถูกต้อง” และเป็นการ”ดับไฟใต้” อย่างถาวร คือต้อง”ค้นหาแหล่งบ่มเพาะ” และ”แหล่งของแนวร่วม” ในแต่ละพื้นที่และ”ทำลายทิ้ง” ลำพังแค่การ”สืบจับผู้ลงมือ” และ”ออกหมายจับ” หรือ”ติดตามไล่ล่า” เพื่อ”จับกุม”หรือ”วิสามัญ” เป็นการ”ดับไฟใต้” ที่ปลายเหตุ เรื่องนี้” แม่ทัพ” ทุกคนรู้ แต่ไม่เคยมี”ยุทธศาสตร์”ที่จะใช้กับ”ปัญหา” ที่เกิดขึ้น นี้ถ้าถาม”ไทยพุทธ” ในพื้นที่ “ปัตตานี,ยะลา” และ”นราธิวาส” จะได้คำตอบว่าที่”ไม่ทำ” และที่”ไฟใต้”ไม่ดับเป็นเพราะ”ใต้สงบงบไม่มา”…..
@ส่วนการ”สืบสวน” เพื่อ ติดตามจับผู้”ก่อวินาศกรรม” ด้วย”คาร์บอมบ์” ที่ “แฟลตตำรวจ” อ.เมือง จ.นราธิวาส “สืบภาค 9” ก็รู้ชื่อ รู้ตัว ของ”ก่อเหตุ” แล้ว “ทั้งทีม”ซึ่งมีอยู่ 5-6 คน แต่ก็เชื่อว่าทำได้แค่”ออกหมายจับ” และคอยติดตาม”ไล่ล่า” ภายหลัง เพราะหลังก่อเหตุกลุ่ม”ผู้ปฎิบัติการ” หลบไปอาศัยอยู่ในชาวแดน “มาเลเซีย” หมดแล้ว….อีกประเด็นที่ยังไม่จบ” คือเรื่องการตายของ”ยาห์รี ดอเลาะ” แนวร่วมระดับ”ปฏิบัติการ” ที่”บีอาร์เอ็น” กล่าวหาว่า”ทีมเจ้าหน้าที่ทหาร” ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ใน จ.นราธิวาส เป็นผู้เข้าไป”จับกุม” ใน เขตของ”มาเลเซีย” เพื่อพา”ผู้ต้องหา” กลับประเทศไทย แต่มีการ”ต่อสู้ขัดขืน” และมีการ”ตายเกิดขึ้น” ต่อมามีผู้พบศพ”ยาห์รี ดอเลาะ” ใน แม่น้ำสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และ”ญาติพี่น้อง” รับว่าเป็นศพของ”ยาห์รี” ดอเลาะ” ที่ หายตัวไป และ”โฆษก บีอาร์เอ็น” ออกมา กล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่ทหาร ทำการ”อุ้มฆ่า” เป็นการละเมิดกฎหมายว่าด้วยเรื่อง”มนุษย์ธรรม” และ”สิทธิมนุษย์ชน” มีการส่ง”รายงาน” ไปให้”สหประชาชาติ” ในขณะที่ “ตำรวจ” มีหลักฐานใหม่จาก”ลายนิ้วมือศพ และลายนิ้วมือในแฟ้มประวัติอาชญากร” ว่าคนที่”ตาย” เป็นคนละคนกับ”ยารีห์ ดอเลาะ” ที่เป็น”ผู้ต้องหาตามหมายจับ” มีการ”ขอขุดศพ” เพื่อทำการ”ชันสูตร” ใหม่ แต่”ญาติผู้ตาย” และ”ประชาชน”ในพื้นที่ ไม่ยินยอม เพราะเชื่อตามที่”บีอาร์เอ็น” กล่าวหา…เรื่องนี่เป็นเรื่องใหญ่ เพราะ”เจ้าหน้าที่รัฐ” ถูกกว่าหาว่า”อุ้มฆ่า” กลายเป็น”ประเด็น”ให้”เจนีวาคอลล์” และ”ไอซีอาร์ซี” ใช้ในการกล่าวหา” กองทัพ และ รัฐไทย” ที่”ละเมิด”ข้อตกลงใน”กฎหมาย” ว่าด้วยการ”อุ้มฆ่า –ซ้อมทรมาน” เรื่องนี้ พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 /ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ต้องทำความจริงให้ปรากฏ ว่า”กำลังพล” ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า “เกี่ยวข้องกับการ”อุ้มฆ่า” ตามที่ ถูกกล่าวหา รวมทั้งจะมี”มาตรการ” อย่างใด ให้การ”บังคับใช้กฎหมาย” ที่ ใช้กับ พื้นที่อื่นๆได้ แต่ใช้กับ”3 จังหวัดชายแดนภาคใต้”ไม่ได้ นี่เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะนำไปสู่การสูญเสีย”อธิปไตย” ของประเทศชาติ ในอนาคต…..
@ เรื่องการ”ทุจริต” การสอบเข้าเป็น”นักเรียนนายสิบ” ของ”ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 9” ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค. 2565 ใช้เวลาในการ”สืบสวนสอบสวน”ถึง 8 เดือน ก็ถึง”บทสรุป” เมื่อ “พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล” ผบช.ภ.9 สั่งการให้” พล.ต.ต.ธรรมนูญ ประยืนยง” ผบก.ศูนย์ฝึกอบรมฯ แจ้งความ”เอาผิด” กับผู้เกี่ยวข้อง ที่เป็นผู้เข้าสอบ 118 ราย และที่เป็น”นายหน้า”ทำการ”ขายข้อสอบ” และ”เรียกรับเงิน” รายละ 500,000 อีกเกือบ 10 คน และได้มีการ”แจ้งความร้องทุกข์” ที่ สภ.เมือง สงขลา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในข้อหาเป็น”อั้งยี่ซ่องโจร” ซึ่งขั้นตอนต่อไป คือการตั้ง”คณะสอบสวนชุดใหญ่” เพื่อดำเนินการ”ส่งฟ้อง” ผู้ที่เป็น”ผู้ต้องหาทั้งหมด” ก็”เห็นใจนะ” กับ “นักเรียน” และ”ผู้ปกครอง” ที่ยอม”จ่ายเงิน” เพื่อหวังให้ลูกได้เข้า”รับราชการ” แต่สุดท้าย”สูญเงิน” และต้องมีความผิดในข้อหา”อั้งยี่ซ่องโจร” ด้วย จะโทษใคร ถ้าไม่โทษความ”ล้มเหลว” ของการ”บริหารประเทศ” ที่ผู้จบการศึกษาออกมา “ไม่มีงานทำ” ต้อง”แย่งกันสอบ” แย่งกัน”ใช้เงิน” เพื่อ”ซื้องาน” เพื่อให้ได้งานทำ….เดือน มกราคม 2566 ก็จะมีการสอบตำรวจนายสิบของทุกกองบัญชาการตำรวจภูธร อีกแล้วในภาคใต้ บชภ. 8 รับ 200 อัตรา ,บชภ.9 รับ 350 อัตรา เชื่อเถอะ มีผู้สมัครสอบเป็นหมื่นคน และขบวนการ”ทุจริต” ขาย”ข้อสอบ” ก็จะ”ทำงาน”อีกครั้ง ไม่ต่างกับทุกครั้งที่มีการสอบ เพียงแต่ไม่ถูกจับ จึงไม่”เป็นข่าว” พล.ต.ท. สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8 และ พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 ต้อง”ติวเข้ม” กับ “เจ้าหน้าที่”ผู้เกี่ยวข้อง เพื่ออย่าให้”ประวัติศาสตร์”ซ้ำรอย…..
@ยังต้องเดินหน้าเพื่อ”กวาดล้าง” ผู้มี”อิทธิพล” ในท้องที่ อ. ป่าพะยอม จ.พัทลุง ต่อไป เพราะ”ป่าพะยอม” ยังเป็น หนึ่งในอีกไม่กี่พื้นที่ ของ จ.พัทลุง ที่ยังมี”ผู้ทีอิทธิพล” มี”กลุ่มมือปืน” และเป็นที่”ซุกซ่อน”อาวุธสงคราม ในการ”รับงาน” จากผู้”จ้างวาน” ล่าสุด พ.ต.อ.ภาคิน ณ ระนอง รอง ผบก.ภ.จว.พัทลุง นำกำลังเข้า”กวาดล้าง” ผู้ที่อยู่ในข่ายมี”อิทธิพล” เรียก”ค่าคุ้มครอง” เกษตรกรสวนทุเรียน” ซึ่งเป็นคนในทีมของ” เจิม เส้งเอียด” ที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้แล้ว….แต่พื้นที่ จ.สตูล เรื่องผู้มี”อิทธิพล” ข่มขู่เรียกค่าคุมครอง” ไม่มี มีแต่เรื่องขบวนการทำลายชาติเช่น” ค้าน้ำมันเถื่อน” และ”ค้าบุหรี่เถื่อน” ที่ เจ้าหน้าที่ปราบปรามแบบ”ไม่เอาจริง” เป็น”ประเภท”เลี้ยงเป็ดไว้กินไข่” ที่สำคัญ การค้าบุหรี่ และ”ตลาดบุหรี่หนีภาษี” อยู่ในมือของ “ตำรวจระดับ พล.ต.ต. และ .พ.ต.อ. ที่”ส่งขาย” ให้กับลูกค้าอย่างเดียว”รวยช้า” จึงมีการ”เปิดร้าน” ขายด้วยในพื้นที่ของ “อ.หาดใหญ่” จ.สงขลา นี่แหละที่”จับเท่าไหร่” หรือ”ปราบปรามอย่างไร” ก็ไม่มีทางหมด”โรงงานบุหรี่ไม่ต้องออกมาโวยวาย” เพราะสาเหตุที่”แก้ไม่ได้” เพราะราคาบุหรี่ของ”โรงงานยาสูบ” ที่วางจำหน่าย” ขุดรีดกรีตเนื้อ” ของ”สิงห์อมควัน” มากเกิดไป “ต้นทุก 12 บาทแต่ขาย”ซองละ 100 “ ถ้าไม่แก้ให้”ตรงประเด็น” โรงงาน”ยาสูบ” เตรียมตัวเจ๊ง……
@มันกลับมาแล้ว นั่นคือ”ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนทางทะเลอ่าวไทย” ที่”ซบเซา” ลงไปมาก ในครั้งที่”พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. เป็นผู้”รับผิดชอบ” การ”ปราบปรามน้ำมันเถื่อน” แต่จากการที่”น้ำมันแท้” จาก”โรงกลั่น” ในประเทศ”ขาดแคลน” และมีราคาที่”แพงเวอร์” ทำให้”ขบวนการน้ำมันเถื่อน” ฟื้นตัวกลับมา”ผงาด” ทั้ง”ทางบก”และ”ทางทะเล”อีกครั้งล่าสุด” ตำรวจน้ำ ที่ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช” ตรวจยึดรถบรรทุก 10 ล้อบรรทุกน้ำมันได้ 1 คัน พร้อมน้ำมันดีเซล 17,000 ลิตร ผลการ”สอบสวน” รู้หมดว่า เป็นของใคร นำมาจากท่าเรือไหน และไปส่งให้ใคร แต่ สุดท้าย ไม่มีการ”ขยายผล” เพื่อสาวไปให้ถึง”ตัวการใหญ่” นี่คือการ”ทำหน้าที่” ของ “เจ้าหน้าที่”ในพื้นที่ ดังนั้นจึงไม่ต้องถามว่า ทำไม่ขบวนการ”ค้าน้ำมันเถื่อน” ,ยาเสพติด” บ่อนออนไลน์” จึง”อยู่ยงคงกระพัน” ก็ฝากถึง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ที่รับผิดชอบการปราบปรามน้ำมันเถื่อน เพื่อแจ้งให้ทราบว่า”มันฟื้นคืนชีพ”แล้ว …..ส่วน”น้ำมันเถื่อนทางบก” ก็ยังคง”เริงร่า” ทั้งขวนการรถบรรทุก”หัวลาก” จากประเทศมาเลเซีย ของ”เสี่ย ช.” และกระบะ”ดัดแปลง” ที่อยู่ในความ”คุ้มครอง”ของ”มือขวา” “ อดีต ผกก.”โจ้ ถุงดำ” ยังคงได้รับ”ไฟเขียว”เพราะนี้คือเรื่อง”ปกติ” ของเมืองชายแดน อ.สะเดา จ.สงขลา แต่ถ้ามีการ”จับกุม”เกิดขึ้น นั่นแหละที่เป็นเรื่อง”ไม่ปกติ” เพราะมีการ”งัดข้อ” หรือ”เหยียบตาปลา” เกิดขึ้นแล้ว…..
@ภาคีรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ภาคใต้ ร้องมาว่า วันนี้ “บุหรี่ไฟฟ้า” บุกยึด”โรงเรียน” ในภาคใต้ จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ของโรงเรียน ก็อยากจะบอกว่า ไม่แต่”บุหรี่ไฟฟ้า” ที่ “ระบาด”เข้าไปในโรงเรียน เพราะวันนี้”กัญชา,ยาบ้า,น้ำกระท่อม” กลายเป็น”สินค้าขายดี” ใน สถานศึกษา ตั้งแต่ระดับ”ประถม” ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนจะแก้อย่างไร คุมอย่างไร เป็นหน้าที่ของ” ตรีนุช เทียนทอง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ “ อนุทิน ชาญวีระกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เลขาธิการ สำนักงานป้อองกันปราบปรามยาเสพติด ว่าจะ”บูรณาการ” กันอย่างไร เพื่อให้”โรงเรียน” เป็นสถานที่”ปลอดยาเสพติด”….สำหรับ”มหาดไทย” ไม่ต้องถามถึง ในอดีตมี”หมู่บ้านปลอดยาเสพติด” ทั่วประเทศ แต่ยุคที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมา 8 ปี ไม่มี”หมูบ้านไหน” ที่เป็น”หมู่บ้านปลอดยาเสพติด” อีกแล้ว…..
@คำขอร้องของ นันธิกา ทังสุภานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ที่ขอให้”โรงกลั่น” และ”คลังทั่วประเทศ” บริหาร”น้ำมัน” อย่าให้”ขาดแคลน” และให้”บริหาร”ราคา” อย่าให้มีความ”เหลี่อมล้ำ” ระหว่าง”บัญชีปั๊ม”ที่คลังขายให้กับปั๊มแบรนด์ กับ”ปัญชีค้าส่ง” ที่ คลังขายให้กับจ็อบเบอร์” และ”จ็อบเบอร์”ไปขายต่อให้กับ บริษัทผู้ค้าน้ำมัน เพื่อขายให้กับ”ปั๊มอิสระ” และ”ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม ,โลจิสติกส์ และอื่นๆ เพราะวันนี้ น้ำมันในคลังยัง”ขาดแคลน” มีการ”ปันส่วน” และราคาน้ำมัน ที่”คลัง” เป็นผู้กำหนดราคาขาย “บัญชีค้าส่ง” ยังแพงกว่า”บัญชีปั๊ม” ลิตรละ 1- 2 บาท ก็บอกแล้วไงว่า “ประเทศนี้””กลุ่มทุนพลังงาน” อยู่เหนือ”กฎหมาย” และที่สำคัญ ประเทศอื่นๆ ราคาขึ้น-ลง ของน้ำมัน อิงกับ”กลไกราคาตลาดโลก” แต่ประเทศไทยราคา”ขึ้น-ลง”ของ”พลังงาน” อิงอยู่กับ”การเมือง”…..
@บ่นกันทั้งเมือง เรื่อง”ตำรวจจราจร” สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กับการ”ล็อกล้อ” ของ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และ รถทัวร์มาเลเซีย ที่”จอดในที่ห้ามจอด” เพราะต้องเสียเวลาใน”จ่ายค่าปรับ” ที่โรงพัก ปัญหานี้เป็น”ปัญหาโลกแตก” เพราะถนนสายต่างๆของ”หาดใหญ่” มีเส้น”ขาว-แดง” ไม่มีที่จอดรถ หรือมีที่จอดน้อยต้อง”จอดซ้อนคัน” เมื่อจะลงไปทำธุระ และยังมี”เจ้าของบ้าน” และ” เจ้าของร้านค้า” โทรศัพท์แจ้งให้”จราจร” มาจับรถที่จอดบังหน้าบ้านอีกต่างหาก เรื่องนี้ “หลวงคร” พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ และ “ผู้กำกับขวาน” พ.ต.อ.อัครวุฒ ธานีรัตน์ ผกก.สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ต้องร่วมกับ”บูรณาการ” เพื่อหา”ทางออก”…..
@โอดครวญกันมากว่า 20 ปี แล้ว สำหรับ ประชาชน 17 ครัวเรือน ที่อาศัยอยู่ที่หมู่ 6 ต.ปากแจ่ม อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ซึ่งไม่มีไฟฟ้าใช้ และเรียกร้องกับทางราชการมาถึง 20 ปี ปัญหาเกิดจากที่ดิน บริเวณนั้น มีข้อ”พิพาทกับเหมืองแร่” ที่เป็นเรื่องในอดีต จึงไม่มีใครชี้แนวเขตที่ดิน เรื่องนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีใครช่วยได้ ขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้ชื่อว่า”พ่อเมือง” ก็ช่วยได้หรือไร….
@เหนื่อยหน่อยนะ สำหรับ”ข้าราชการ”ในพื้นที่ภาคใต้ ในช่วงนี้ เพราะก่อนที่จะมีการ”ยุบสภา” หรือ”หมดวาระ” ของ “รัฐบาลลุงตู่” จะมี บรรดา”รัฐมนตรี” ทำการ”พาเหรด”ลงมา”หาเสียง”และ”ออดอ้อน” ขอ”คะแนนเสียง” จากประชาชน เพราะใกล้เข้า”สู่ โหมด” ของการเลือกตั้งเข้ามาทุกที วันก่อน “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ “หอบสังขาร” ลงพื้นที่ จ.ปัตตานี พร้อมชูนโยบายการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อเป็น”จุดขาย” ของพรรคพลังประชารัฐ โดยมี พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( ศอ.บต. ) และ “พาตีเมาะ สดียามู” ผู้ว่าราชการหญิง จ.ปัตตานีให้การต้อนรับ….ในขณะที่”จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ จ.สงขลา เพื่อ”ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม และสถานการณ์ราคาสินค้าใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อนหน้านี้ ธนากร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็เดินทางมา จ.สงขลา เพื่อติดตามปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ “ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา และ ที่ อ.นาหม่อม อ.หาดใหญ่ ทำเอา”ข้าราชการน้อยใหญ่” ต้องลงพื้นที่”ติดสอยห้อยตาม” เพื่อต้อนรับ”เสนาบดี” ที่รู้ๆกันดีว่า วัตถุประสงค์หลักของการลงพื้นที่ คือเรื่องอะไร…..
@เช่นเดียวกับ”ชมรมต้มยำกุ้ง” ซึ่งเป็น”ชาวไทย-มุสลิม” ที่ประกอบอาชีพเปิด”ร้านอาหาร” ในในประเทศมาเลเซีย มากกว่า 100,000 คน ที่กำลัง”เนื้อหอม” เพราะมีพรรคการเมืองหลายพรรค เดินทางไปพบถึงที่ พร้อมถาม”สารทุกข์สุกดิบ” พร้อมที่จะ”ช่วยเหลือ” ในความ”เดือดร้อน” ซึ่งแต่ละพรรคการเมือง” รับเรื่องความเดือดร้อน” มาเป็น”กระบุงตะกร้า” ถ้าพรรคการเมืองไหน”แก้ปัญหาความเดือดร้อน” ของ”ชมรมต้มยำกุ้ง” ได้ก่อนเลือกตั้ง พรรคนั้นอาจจะได้”คะแนน”ที่”เป็นกอบเป็นกำ” แต่อย่าลืมวันเลือกตั้ง ต้อง”จัดรถบริการรับ-ส่ง” หรือ “ส่งเงิน” ค่าดินทางให้เขากลับมา”ลงคะแนน”ด้วยนะ…..
@”ออกโรงแล้ว” ดร.ไตรรงค์ สุวรณคีรี ที่ปรึกษา”นายกตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมเวที”ปราศรัย” กับประชาชนใน จ.นครศรีธรรมราช ในวันที่”พรรครวมไทยสร้างชาติ” เปิดตัว”ผู้สมัคร สส. 4 “ เขต ที่ดำเนินการโดย” วิทยา แก้วภราดัย” รองหัวหน้าพรรค เป็นคำตอบที่”ชัดเจน” โดยไม่ต้องถาม ก็รู้ได้ว่า” ดร.สามสี” พร้อมในการ”ร่มหัวจมท้าย” กับพรรครวมไทยสร้างชาติ”เพื่อ”หนุนเสริม” ให้”ลุงตู่” เป็น”นายกรัฐมนตรี”อีก 2 ปี เป็นการ”ต่อวีซ่า”เพื่อให้”ลุงตู่” ได้”ไปต่อ” แม้จะเพียง 2 ปีก็ตาม…. สิ่งที่”คนใต้” อยากเห็นในวันนี้ คือการ”เปิดเวที” และให้” ชวน หลีกภัย,ไตรรงค์ สุวรรณคีรี” และ “นิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ “ ปราศรัย หาเสียง ให้กับ”คนใต้”ได้ฟังสักครั้ง โดยเฉพาะพรรคการเมืองที่มีชื่อ”รวมไทย “สร้างไทย” ทั้งหลายแหล่ ” เพราะแสดงว่า “หลายปีที่ผ่านมา”ประเทศไทย”แตกแยก” แหลกละเอียด จึงต้องทำการ”สร้างไทย, รวมไทย, อย่างนั้นหรือ และที่สำคัญคืออยากฟังคำตอบว่า ใครที่ทำให้ประเทศไทย”ไร้อนาคต” จนต้องมีการ”มารวม”มาสร้าง”ประเทศกันใหม่…..
@และบรรทัดนี้ขอแสดงความยินดีกับ นายอำเภอ ที่ได้ขยับตำแหน่งเป็น”ปลัดจังหวัด” ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งถือเป็น”นักปกครอง” ที่มี”คุณภาพ” เช่น “ธนาวุธ ช่วยเกิด ปลัด จ.ยะลา ,วิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ ปลัด จ.สตูล และ “สังคม ก่อเกิด” ปลัด จ.นราธิวาส ….แล้วพบกันใหม่ วันศุกร์หน้าครับ
—————————————————————-
ไชยยงค์ มณีพิลึก

ถวายพระพร. พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พร้อมเจ้าหน้าที่บุคลากร ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร และมีพลานามัยสมบูรณ์ ณ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

มอบเงินช่วยเหลือ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่ ต.ดอนประดู่ อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง และมอบเงินให้คริบครัวของผู้เสียชีวิตจาก อุทกภัย ที่เกิดขึ้น โดยมี หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดให้การต้อนรับ

ศอ.บต.แถลงผลงาน. พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)แถลงผลงานการดำเนินงานของ ศอ.บต.โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการ กพต.ร่วมรับฟัง ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล

มอบทุนการศึกษา. พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 เป็นประธานกิจกรรมมอบทุนการศึกษาโครงการเด็กทุนลูกเหรียง ครั้งที่ 3 ประจำปี 2565 ณ ห้องประชุมบ้านลูกเหรียง อ.เมือง จ.ยะลา

กำลังใจ. พล.ต.ไพศาล หนูสังข์ รองแม่ทัพภาคที่ 4/รอง ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า นำคณะ ลงพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เพื่อช่วยเหลือกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ ซึ่งได้รับผลกระทบจาก อุทกภัย ที่เกิดขึ้น

แลกเปลี่ยนความคิดเห็น. ฮัสบูเล๊าะ หิเล สมาคมผู้นำอิสลามชายแดนใต้ ต้อนรับ พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ รอง แม่ทัพภาคที่ 4 /รอง ผอ.รมน.ภาค 4 เพื่อพบปะและประชุมร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการพัฒนาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา การศึกษา ศาสนา สังคมพหุ วัฒนธรรม โดยเน้นให้สังคมอยู่ร่วมกันมีความสุขอย่างยั่งยืนต่อไป ณ ห้องประชุมบูหลันสมาคม 233 ซอย หิเล ถนนสุขยางค์ ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา

ช่วยประชาชน. พล.ต. เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 (ผบ.พล.ร.15) และคุณสมฤดี ขำเขียว ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองพลทหารราบที่ 15 นำทีมศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองพลทหารราบที่ 15 พร้อมรถวางสะพาน MFB เข้าติดตั้งสะพานแบริ่งชั่วคราว เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ที่ 4 บ้านบายิ ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งขณะนี้ พี่น้องประชาชนสามารถสัญจรไป – มา ได้ตามปกติแล้ว

ตำรวจช่วยประชาชน พล.ต.ต.เสกสันต์ ชูรังสฤษฎิ์ ผบก.ภ.จว.ยะลา พ.ต.อ.สกนธ์ อนนท์รัตน์ รอง ผบก.ภ.จว.ยะลา , พ.ต.อ.ตรัยฤกษ์ ปัญญาไตรรัตน์ ผกก.สภ.เมืองยะลา ,พร้อมเจ้าหน้าที่กิจการพลเรือน ภ.จว.ยะลา , ชุด ตชส.สภ.เมืองยะลา จิตอาสา ให้การช่วยเหลือ , อำนวยความสะดวก ได้มอบถุงยังชีพแก่ประชาชนในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติน้ำท่วม ในพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา

พบปะให้กำลังใจ. นิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พบปะให้กำลังใจ นักเรียน ร.ร.มหาวชิราวุธสงขลา ที่เข้าร่วมแข่งขันทักษะด้านศิลปหัตถกรรม โดยมี วัฒนา ถนอมศักดิ์ ผอ.ร.ร.ให้การต้อนรับ

น้ำท่วม-น้ำใจ. พ.ต.อ.อัครวุฒ ธานีรัตน์ ผกก.สภ.หาดใหญ่ -พ.ต.ท.มาชา แก้วทอง รอง ผกก.ป.นำเจ้าหน้าที่สายตรวจ พร้อม ข้าวกล่อง-น้ำ และสิ่งของที่จำเป็น มอบให้กับ ประชาชนที่ประสพความเดือดร้อนจากน้ำท่วมใน ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

กินข้าว-เล่าเรื่อง. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดกิจกรรมสานสัมพันธ์สื่อมวลชน จ.สงขลา ณ.ห้องอาหารโรงแรมคริสตัน อ.หาดใหญ่ โดยมี เขมญาติ ยมานันตกุล ผอ.โรงไฟฟ้าจะนะ สงขลา พบปะ พูดคุย ในหัวข้อ “กินข้าว-เล่าเรื่อง โดยมีสื่อมวลชนทุกแขนงร่วมงานอย่างคับคั่ง

โชว์ฝีมือ. พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประธาน กพต.และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ จ.ปัตตานี ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและความก้าวหน้าโครงการต่างๆด้านการพัฒนาและโชว์ฝีมือในการทำกับข้าว โดยมี พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) หัวหน้าส่วนราชการให้การต้อนรับ

ตรวจน้ำท่วม. จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี,รัฐมนตรีพาณิชย์และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อม นิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค ตรวจพื้นที่น้ำท่วมใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และพบปะประชาชนโดยมี ไพเจน มากสุวรรณ นายก อบจ.สงขลา ร่วมด้วย

รับมอบน้ำดื่ม. ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี สส.เขต 4 สงขลา พรรคพลังประชารัฐ รับมอบน้ำดื่มจากตัวแทนธนาคารออมสินระโนด อ.ระโนด จ.สงขลาเพื่อมอบให้ประชาชนที่มาต้อนรับ ธนกร วังบุญคงชนะ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ที่เดินทางมาตรวจงาน ที่ ชลประทาน อ.ระโนด จ.สงขลา

ช่วยผู้เดือดร้อน. พระครูโสภณสุตาธร เจ้าคณะอำเภอรามัน จ.ยะลา เจ้าอาวาสวัดสุนทรประชาราม พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ และ ปกครอง นำถุงยังชีพ-น้ำดื่ม ช่วยเหลือประชาชนผู้ประสพอุทกภัย ในท้องที่ อ.รามัน จ.ยะลา

ขอบคุณ. วิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ ปลัดจังหวัดสตูล มอบกระเช้าของขวัญเพื่อขอบคุณ และสวัสดีปีใหม่แก่ เฉลิมชัย ครุอำโพธ์ ผู้ประประนอมศาลแขวง,ศาลแรงงาน,ศาลอุธรณ์ จ.สงขลา และ ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย และ เจริญกิจ มีศิริ ขตจ.เดลินิวส์ จ.สงขลา ร่วมแสดงความยินดี ณ ห้องอาหารน้าขำ อ.เมือง จ.สงขลา

แข่งขันฟุตบอล. บุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ นายก อบจ.ตรัง เป็นประธาน ร่วมด้วยคณะผู้บริหาร อบจ.ตรัง รองนายกเทศมนตรีนครตรัง /ประธานชมรมกีฬาฟุตบอลแห่งจังหวัดตรัง พร้อมคณะทำงาน/ประธานสภา อบจ.ตรัง พร้อมสมาชิกสภา อบจ.ตรัง /ปลัด อบจ.ตรัง หัวหน้าส่วนราชการ อบจ.ตรัง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ในพิธีเปิดมีการแสดงบาสโลบจากกลุ่มสตรี 10 อำเภอ จำนวน 600 คนมาร่วม

ช่วยชีวิต. กำลังทหารจากกองพันทหารราบที่ 12 กรมทหารราบที่ 151 นำโดย พ.ท.สกล มีสัมฤทธิ์ เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ตกค้างใน ตลาดมูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส โดยสามารถช่วยเหลือทุกชีวิตออกจากพื้นที่น้ำท่วมอย่างปลอดภัย



