@รัฐบาล กับ เรื่องเศรษฐกิจ-ปากท้อง ของ ประเทศชาติ และ ประชาชน คือเรื่องใหญ่ที่สุด ของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ต้องเร่ง ขับเคลื่อน เพื่อ แก้ปัญหา ซึ่งถือว่า เร่งด่วน ที่สุด ความยากจน ที่ กระจายไป ทั่วแผนดิน จากเรื่อง สินค้าแพง ค่าแรงถูก โรงงานปิดกิจการ คนตกงาน เพิ่มขึ้น เงินฝืด การค้าขาย รายได้ของ พ่อค้า แม่ขาย ที่ ตกต่ำ จน ขาดทุน ต้องกู้เงินนอกระบบมา พยุงฐานะ ถ้า รัฐบาล ยังแก้ไขปัญหา ไม่ได้ สถานการณ์ด้าน เศรษฐกิจ -ปากท้อง จะต้อง เลวร้าย ลงเรื่อยๆ และ กระทบกับ ระบบ เศรษฐกิจ ทั้งระบบ ….. เห็นด้วยกับการ กู้เงิน 500,000 ล้านบาท ของ รัฐบาล ตามข้อเสนอของ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีคลัง เพื่อใช้ในการ ฟื้นฟู เศรษฐกิจ และ ความยากจน ที่แผ่กระจายไปทั่วแผ่นดิน หลายโครงการของ กระทรวงพาณิชย์ เช่นการ กระจาย สินค้าราคาถูก แก่ ประชาชน ใน ต่างจังหวัด เป็นเรื่องที่ดี และ ถูกทาง แต่ต้องให้ ทั่วถึง และต้องเป็น โครงการระยะยาว และแค่ โครงการ สินค้าธงฟ้า และ คาราวานรถพุ่มพวง ยังไม่เพียงพอกับการแก้ปัญหา ต้องมี โครงการอื่นๆ มา เสริมทัพกับ เรื่องปากท้อง ของ คนยากจน ศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ต้องเร่งมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น…..เช่นเดียวกับ การที่ รัฐบาล ช่วยเหลือ กลุ่มอาชีพ ต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน แม้จะ ช่วยได้ไม่มาก ถ้าเป็น คนป่วย คือการใช้น้ำเกลือ ไม่ใช่การ ให้เลือด แต่ก็ดีกว่า ไม่ได้ช่วยอะไรเลย แต่ก็ต้องช่วยให้ ทันการ เพราะหาก ล่าช้า คนไข้อาจ สิ้นใจ เสียก่อน …. อย่าง โครงการ คนละครึ่ง พลัส ก็ เช่นกัน นี่คือความหวังของ คนรากหญ้า ที่มีผู้ถามถึงทุกวันว่าจะ เป็นจริง เมื่อไหร่ ดังนั้นทุกโครงการ รัฐบาลต้อง เร่งมือ อย่าง เร่งด่วน ก่อนที่อาการของ คนไข้ จะ ย่ำแย่ และ อาการป่วยไข้ของประเทศ จะ ย่อยยับ กว่านี้…..
@ข้อสังเกต หลัง เศรษฐกิจทรุดตัว และมีเรื่อง สงครามในตะวันออกกลาง มาเป็น ตัว ซ้ำเติม จำนวนของการก่อ อาชญากรรม กำลังเพิ่มมากขึ้น ทั้งใน เมือง และ ชนบท วันนี้แม้แต่ รถเข็น ที่ใช้ในการ ค้าขาย วางไว้หน้าบ้าน ก็ถูก ลักขโมย ไปขาย ร้านรับซื้อของเก่า รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ถูกงัดเพื่อเอาของมีค่าไปขาย แม้กระทั่งการ ถอดล้อ ของรถยนต์ ที่จอดไว้หน้าบ้าน ก็ไม่เว้น เรื่องนี้ต้องฝากไปยัง พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. ในการ กำชับ ให้ ตำรวจ ทั้งประเทศ ในการ ระวัง ป้องกันอาชญากรรม ในยามที่ ประเทศมีปัญหาทาง เศรษฐกิจ….อีกเรื่อง ที่ต้อง บอกให้ รัฐมนตรี กระทรวงสาธารณสุข พัฒนา พร้อมพัฒน์ ได้รับทราบว่า ผลพวงจาก เศรษฐกิจตกต่ำ ความยากจน ที่ ขยายตัว ไปทั่วทุกหย่อมย่าน การ ฆ่าตัวตาย ของ คนไทย เกิดมากขึ้น โดยเฉพาะประชาชนในตัวเมือง เพราะไม่มี ทางออก จากปัญหาชีวิต รวมทั้งตัวเลขของผู้ป่วยด้วยโรคซึมเศร้า ที่ ตัวเลขใน รพ.จิตเวช ที่เพิ่มสูงขึ้นทุกจังหวัด ถามว่า ปัญหานี้ รัฐมนตรี ป้ายแดง จะแก้อย่างไร โดยเฉพาะคนป่วย จิตเวช ที่ ครอบครัว ไม่นำเข้า บำบัด ใน รพ.จิตเวช และ ปล่อยให้ เป็นปัญหาของ สังคม ก่อเหตุ ทำร้าย คนรอบข้าง และ พ่อ แม่ โดยเฉพาะใน สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีผู้ป่วย จิตเวช ที่ไม่มีการ บำบัด กลายเป็น ปัญหาให้เกิดความ หวาดกลัว ในชุมชน เพราะไม่รู้ว่า คนป่วย เหล่านี้จะ ก่อเหตุ เมื่อไหร่ และกับใคร…..
@กลับมาดูปัญหาเรื่องของ พลังงาน ที่มากับ สงครามในตะวันออกกลาง ที่ทำให้ ทุกประเทศได้รับผลกระทบจาก ราคาน้ำมันโลก ทั้งน้ำมันดิบ และ สำเร็จรูป เพิ่มสูงขึ้น ทั้งจาก การสู้รบ ที่ โรงกลั่น และ คลังน้ำมัน ถูก ทำลาย จากการ สู้รบที่เกิดขึ้น ค่าระวางเรือที่แพงขึ้น และค่า อินชัวร์รัน หรือ ประกันภัย ความเสี่ยง ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ ราคาน้ำมันในประเทศไทย ก้าวกระโดด ที่สร้างความ เดือดร้อน ให้กับ ทุกสาขาอาชีพ สิ่งที่ รัฐบาล ทำได้ คือการที่ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน เอกณัฐ พร้อมพันธ์ หรือ เสี่ยขิง กำลังทำอยู่ในขณะนี้คือ การให้ โรงกลั่น ลดค่ากลั่นลง ทำให้ ราคา ขายปลีก น้ำมัน ลดลงได้ถึง 6-7 บาท ซึ่งในความเป็นจริง เป็นการ ช่วยประชาชน ได้ส่วนหนึ่ง แต่ในความรู้สึกของ ประชาชน ที่เคยใช้น้ำมันในราคาถูก ยังเดือดร้อนกับ ราคาน้ำมันในขณะนี้ และหลังการให้ โรงกลั่น ลดค่าการกลั่นแล้ว รัฐมนตรี ขิง ยัง มี มาตรการอะไร ที่จะให้ น้ำมัน ลดราคาลงได้อีกหรือไม่ เพราะ ประธานาธิบดี โดนัลล์ ทรัมป์ แห่ง สหรัฐอเมริกา และ เบนจามิน เนทันยาฮู ประธานาธิบดี อิสราเอล ยังไม่ หยุดการ สู้รบ กับ อิหร่าน และ เลบานอล ราคาน้ำมันโลกยังต้อง ผันผวน ต่อ ดังนั้นแค่ มาตรการ ลดค่าการกลั่น อย่างเดียว จึงยังไม่สามารถ แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น….ปัญหาน้ำมันแพง นอกจากส่งผลให้ เกษตรกร โดยตรง ในเรื่องของ ต้นทุน การผลิตที่สูงขึ้น จากค่าไถ ค่าบรรทุก และอื่นๆ ที่ต้อง จ้าง ทั้งสิ้น ส่วนที่ ภาคใต้ เรือประมง จำนวนมาก จอดเรือ ไม่ออก ทำการประมง จนวันนี้ อาหารทะเล ขาดแคลน และ ราคาแพง ที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง และที่ สำคัญ ราคาปุ๋ยเคมีที่เพิ่มแพงขึ้นแบบ ก้าวกระโดด คือ ต้นทุน ที่เกษตรกร แบกรับไม่ไหว ไม่ไหว และส่งผลให้ ผลผลิตน้อยลง ความยากจน และ หนี้สินเพิ่มขึ้น นี้คือ ทุกข์หนัก ของ แผ่นดิน เพราะเกษตรกร คือ กระดูกสันหลังของประเทศ สุริยะ จึงรุ่งเรื่องกิจ รัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์ จะแก้ปัญหานี้อย่างไร เพราะเท่าที่เห็นมีเพียงการ สั่งซื้อปุ๋ย 200,000 ตัน จาก ประเทศรัฐเซีย ส่วน มาตรการในการช่วยเหลือ เกษตรกร ทุกสาขา ทั้ง เกษตร เลี้ยงสัตว์ ประมง ที่กำลังมี ลมหายใจรวยริน ยังไม่เห็น…..
@กลับมาที่เรื่อง การศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ ที่มี ประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็น รัฐมนตรี ที่ต้องถามว่า จะแก้ปัญหา เรื่องการจัดการศึกษาใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไร ทั้งเรื่องของ สถาบันปอเนาะ เรื่อง โรงเรียนตาดีกา และ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ที่มีความ ขัดแย้ง กับ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ที่ มีการ กล่าวหา ว่า ปอเนาะ เป็นแหล่ง บ่มเพาะ เยาวชน ให้เข้าสู่ ขบวนการแบ่งแยกดินแดน เรื่อง การจัดการศึกษา ใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีปัญหามายาวนาน นอกจากเรื่องที่ถูก กล่าวหา เป็นแหล่ง บ่มเพาะ ยังมีเรื่อง ผลสัมฤทธิ์ ของการเรียนการสอน ที่มีตัวเลขที่ชัดเจน ว่า การศึกษาใน สามจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเฉพาะ จ.ปัตตานี อยู่ในอันดับสุดท้ายของประเทศ…..ตัวเลขที่ ยืนยันถึงความ ล้มเหลว ในการ จัดการศึกษา ที่ ปลายด้ามขวาน คือ รัฐบาลใช้งบประมาณ 4,000 ล้านบาทต่อปี หรือ หัวละ 20,000 บาท ต่อคน ในการ จัดการศึกษาให้ เด็กในพื้นที่ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ 300,000 คน มีเด็กจบ มัธยมปีที่ 6 ปีละ 30,000 คน มีเพียง 10 % ที่ สามารถสอบเรียนต่อได้ และ อีก 23,000 คน ไม่ผ่าน เป็นแรงงานไร้คุณภาพ ว่างงาน ตกงาน นี้คือ เรื่องใหญ่ ที่ กระทรวงศึกษาธิการต้อง แก้ไข อย่าง เร่งด่วน เพราะการศึกษา ที่มี คุณภาพ ติดอาวุธทางปัญหา ให้กับ คนในพื้นที่เท่านั้น ที่จะ คลี่คลาย ปัญหาความ ยากจน ว่างงาน ในพื้นที่ ปลายด้ามขวาน และ จะสามารถ นำ พื้นที่ ปลายด้ามขวาน ออกจาก วังวน การ บ่มเพาะ ของ บีอาร์เอ็น ได้ สำเร็จ…..
@ในส่วนของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า โดย แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ท.นรธิป โพยนอก นั้น อย่า พูดเพียงอย่างเดียวว่า ปอเนาะ เป็น แหล่งบ่มเพาะ แต่ต้องทำให้ ปอเนาะ ที่ถูกมองว่า เป็นที่บ่มเพาะกว่า 50 แห่ง พ้นจากการ แทรกแซง ของ อุสต๊าซ หรือ ครูสอนศาสนาของ บีอาร์เอ็น อย่างไร และจะมี นโยบาย ป้องกัน ปอเนาะ ที่ อยู่ในข่าย ที่ บีอาร์เอ็น จะ แทรกแซง เข้าไป บ่มเพาะ อย่างไร นี่คือเรื่องสำคัญ มากกว่าการ ทำไอโอ หรือ สงครามข่าวสาร ที่เพียงต้องการ ยืนยัน ว่า สิ่งที่ แม่ทัพภาคที่ 4 พูด ว่า มีการ บ่มเพาะ จาก ปอเนาะ เป็นเรื่องจริง…. วันนี้ สงครามข่าวสาร หรือ ไอโอ ใน โซเชียลมีเดีย กลายเป็นการเปิด สงครามความขัดแย้ง ที่ มีอยู่เดิม ให้ รุนแรงมากยิ่งขึ้น การ ก่อการร้ายด้วย ระเบิดแสวงเครื่อง และการ ซุ่มยิง มีความเสียหาย เพราะฝ่าย ที่เป็น วงจำกัด แต่ การ ใช้ สงครามข่าวสาร กล่าวหา ซึ่งกันและกัน สร้างความ เสียหายในวงกว้าง สร้างความ เกลียดชัง โกรธแค้น เข้าใจผิด แบ่งฝักแบ่งฝ่าย เพื่อการ ตั้งประจัญหน้า เรื่องนี้ รัฐบาล และ กองทัพ ต้อง คิดให้ดี และต้องสั่งการให้ ผู้อยู่เบื้ยงหลัง เร่ง ยุติ การใช้ ไอโอ หรือ สงครามข่าวสาร สาดโคลน เข้าหากัน เพราะเรากำลังเดิน เข้าทาง ที่เป็น กับดัก ของ บีอาร์เอ็น…..
@เรื่องของ ไฟใต้ เป็น ภัยคุกคาม ที่มาจาก ประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ และ ศาสนา ที่เกิดขึ้นอย่าง ยาวนาน และยัง จบไม่ได้ในปี 2570 อย่างที่ สภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่มี ฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. แจกแจง ต่อ รัฐสภา ทั้งกับ สภาล่าง และ สภาบน ที่บอกว่าปี 70 การก่อเหตุจะเป็นศูนย์ ปีนี้ปี 69 ความ รุนแรงยังคงที่ และ บางครั้ง เลวร้าย กว่าเดิม เช่นการ ยิงรถยนต์ของ สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.เขต 5 จ.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ซึ่งไม่มี เหตุผล ที่จะ รองรับ ว่าปี 70 สถานการณ์ของ ไฟไต้ จะ ยุติ เรื่องนี้ สมช. กำลัง ให้ ยาหอม ที่ ผิดเวลา หรือ กำลัง โกหก คำโต กับ ประชาชน ยิ่งในเรื่องการ อ้างว่า คุณภาพชีวิต ความยากจน ในพื้นที่ของ ประชาชน ใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ดีขึ้น ถามว่า ดีขึ้นตรงไหน วันนี้ เมื่อ 60 ปี ที่ผ่านมา สามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีปัญหาคือ โง่ จน เจ็บ โง่ หมายถึงความล้มเหลวในการจัดการเรื่องการศึกษา จน หมายถึง เศรษฐกิจ และการทำมาหากินในพื้นที่ ซึ่ง ว่างงาน ตกงาน ต้อง ไปขายแรงงาน ใน มาเลเซีย และ ต่างถิ่น เจ็บ คือเรื่อง สุขอนามัย ที่ อ่อนด้วย ผ่านมา 60 ปี วันนี้ปัญหา โง่ จน เจ็บ ยังอยู่เต็มพื้นที่ การจัดการศึกษาที่ ล้มเหลว การแก้ปัญหาความยากจนไม่สำเร็จ คนในพื้นที่ยัง ตกงาน ไม่มีงานทำ ไร้แรงงานฝีมือ ไปขายแรงที่ มาเลเซีย ปีละ 200,000 คน ไป ขายแรงงาน เป็น รปภ. ในภูมิภาคต่างๆ ที่ไม่ใช่ บ้านเกิดเมืองนอน ภาวการณ์ขาดสารอาหารขาดโภชนาการ ทุพลภาพ ต่อ เยาวชน เป็นจำนวนมาก ใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือความล้มเหลวด้าน สาธารณสุข ไหน ตรงไหน ที่ สมช. ว่าทุกอย่างดีขึ้น ชี้ซิ ชี้เลย จะได้เห็นกัน จะจะ เมื่อ ทุกอย่างที่ สมช. แถลง สวนทางกับ ข้อเท็จจริง ถามว่า ปัญหาภาพรวม ของ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะ ยุติ ได้อย่างไร อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สอบถามกับ เลขาธิการ สมช.ดูหน่อยก็ได้นะ ว่า รายงานชิ้นนี้ ทำไมจึง สวนทาง กับ ข้อเท็จจริง ในพื้นที่…..
@เคยเขียนมาหลายครั้งว่า โต๊ะการพูดคุยสันติสุข ระหว่าง ตัวแทนของรัฐบาล กับตัวแทนของ ขบวนการแบ่งแยกดินแดน บีอาร์เอ็น ที่มี นายพลทหาร นอกราชการคนล่าสุด เป็นไปไม่ได้ และหากให้ เดินหน้าต่อ จะเป็นภัยกับประเทศไทย เพราะท่านไม่เข้าใจ นโยบายของ บีอาร์เอ็น แค่การที่ท่าน แถลงข่าวล่า บีอาร์เอ็น หยุดการก่อการร้าย ไม่ต้องการเอกราชแล้ว ก็ ถือเป็นความ ผิดพลาด ในการ สื่อสาร ….ดังนั้น เมื่อ นายกรัฐมนตรี มีการเปลี่ยนตัว หัวหน้าคณะพูดคุย เป็น ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ หรือ ขสช. จึงเป็นทางออกในการ เดินหน้าต่อของ โต๊ะการเจรจาสันติสุข เพราะ ผอ.สขช. เป็นผู้ มีความเข้าใจ ในเรื่องของ บีอาร์เอ็น และ ขบวนการพูดคุย และ เป็น พลเรือน ที่ไม่ได้มาจาก กองทัพ หรือ ทหาร แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น ที่ สำคัญที่สุด คือที่ นโยบาย ของ กองทัพ ของ รัฐบาล ว่ามีการกำหนดกรอบการพูดคุยอย่างไร และ หัวหน้าคณะพูดคุยฯ มี อิสระ ในการ ตัดสินใจแค่ไหน ถ้ากรอบการพูดคุยฯ ยังมาจาก กองทัพ ใครมาเป็น หัวหน้าคณะพูดคุยฯ ย่อมไม่ต่างกัน ที่ สำคัญ การ เดินหน้า”พูดคุยฯ ระหว่าง หัวหน้าคณะพูดคุยคนใหม่ กับ บีอาร์เอ็น ต้อง ยกเลิก กรอบการพูดคุยที่ใช้อยู่ก่อนหน้านี้ และมาร่างกรอบการพูดคุยใหม่ รวมทั้งการยื่นข้อเสนอผ่าน มาเลเซีย ที่ทำหน้าที่ ผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุย ให้ นำเอา แกนนำ บีอาร์เอ็น ที่เป็น ตัวจริง มาเป็น หัวหน้าคณะพูดคุยของ บีอาร์เอ็น ไม่ใช่ เป็น กลุ่มบีอาร์เอ็นยุโรป ที่นำโดย หิพนี มะเระ อดีต อิหม่าน บันนังสตา และพวก ที่เป็นผู้ที่ถูก คอนโทรล โดย องค์กรเอ็นจีโอสากล ของ ชาติตะวันตก เรื่องนี้ไม่อยาก “ติเรือทั้งโกลน” จะให้โอกาส ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผอ. สขช. เดินหน้า จัดตั้งคณะพูดคุยฯ แล้วค่อยดูว่า มีอะไรที่ใหม่กว่า หรือ ย่ำรอยเท้าเดิม ของคณะพูดคุยฯ ที่ผ่านมา….
@คดี พยาม สังหาร กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.พรรคประชาชาติ จ.นราธิวาส มี ตัวละครที่เป็น เจ้าหน้าที่ นายวิกโยธิน ที่ยัง ประจำการอยู่ 2 คน คนหนึ่งมียศ เป็น นาวาเอก คนหนึ่งมียศ เป็น นาวาตรี ซึ่ง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ พยายามให้ ตำรวจ ออกหมายจับ ในฐานะที่เป็น ผู้สมรู้ร่วมคิด กับ ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ที่ถูก จับกุมได้แล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ คนในสามจังหวัด ให้ความสนใจติดตามอย่าง ใกล้ชิด ว่าสุดท้ายแล้ว กองทัพเรือ จะมีการ ไฟเขียว ให้มีการ จับกุมตัว หรือ ตำรวจ กล้าพอที่จะ ออกหมายจับ หรือไม่ คนที่ต้อง รับศึกหนักคือ พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผบก.ภ.จว.นราธิวาส นั่นเอง…..อีกเรื่องที่ต้อง จับตา เรื่องการ แก้ปัญหา ไฟใต้ มี กองทัพ มีการส่ง กำลังรบพิเศษ ที่นำโดย “หัวหน้าเด็จ” พล.ต. เสด็จ อาคะจักร มาเป็นผู้นำ หน่วยสันติสุข เข้ามาเพื่อรวม ดับไฟใต้ ทั้งเรื่องการทำลาย แหล่งบ่มเพาะ และการ ไล่ล่า กองกำลังติดอาวุธ ของ บีอาร์เอ็น ในพื้นที่ “หัวหน้าเด็จ” มีความสำเร็จใน สงครามการสู้รบ ที่ ชายแดน กัมพูชา เป็นผู้นำกำลังเข้ายึด ปราสาทตาควาย หรือเนิน 350 ที่ได้รับการ ชื่นชม ถึงความ เฉียบขาด และ กล้าหาญ แต่ สงครามประชาชน ใน สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นคนละ เวอร์ชั่น หรือ คนละเรื่องกับ สงครามชายแดน กัมพูชา เรื่องนี้ คือ หัวใจ ของ ปัญหา ที่จะใช้ ยุทธวิธี ในการ เอาชนะทหาร กัมพูชา มาแก้ปัญหาของ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้นี้คือเรื่องที่ต้อง ระมัดระวัง…..
@จังหวัดพัทลุง ยังคงความเป็น เมืองเถื่อน เหมือนในอดีตที่เคยเป็น พื้นที่สีแดง ถีบลงเขา เผาในถัง เมื่อ กำนัน คนหนึ่ง ที่เป็นผู้นำท้องที่เป็นคนของ ฝ่ายปกครอง ให้ วิธีการ ลงโทษ คน ลักตัวด้วง ด้วยการ จับใส่กุญแจมือกับต้นไม้ และ เอา รังมดแดง มาว่าที่หัว เพื่อให้ มดแดงกัด เป็นเวลา 4 ชั่วโมง จน ญาติผู้เสียหายต้องไปตาม ตำรวจ แต่ ตำรวจ ก็ไม่ได้ทำอะไร เพียงประสานงานให้กำนัน มา ไขกุญแจมือ วันนี้เรื่องนี้ กลายเป็น ประเด็นร้อน ที่มีการ แจ้งความ และ ร้องขอความเป็นธรรมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัด พ.ต.อ.ณัฐภาคย์ นุ้ยโดด ผกก.สภ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เจ้าของพื้นที่ สำนวนให้ดี อย่าให้มีความ ลำเอียง เดี่ยวจะ ติด ร่างแห ไปด้วย…..อีกเรื่องที่ ร้อนๆ ที่ พัทลุง เมื่อ อดีต สส. หนุ่ม ของ เขต 2 พัทลุง ทำร้ายร่างการ นายกเทศบาลตำบลพนางตุง ท่ามกลางธารกำนัล ในงานศพ วันนี้ ธานิน ทองพูล นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลพนางตุง ได้เข้ายื่นเรื่อง ต่อ สุจินต์ วาจากิจ ผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้มีการ ดำเนินคดี กับ อดีต สส.ซึ่งมี พ่อเป็น นักการเมืองท้องถิ่นชื่อดัง ก็ต้องติดตามกันให้ดี ว่าจะมีการใช้ กฎหมายเถื่อน เกิดขึ้น หรือไม่…..
@อีกครั้งที่ต้อง ฝากไปยัง รัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เรื่อง ตู้เกม กว่า 50 ตู้ ที่ ยังมีการเปิดให้ บริการ แก่นักการพนัน ใน เมืองด่านนอก เทศบาลตำบลสำนักขาม โดยผู้ เล่น ต้องเป็น สมาชิก มีการ อำพราง สถานที่วางตู้เกมอย่างมิดชิด มี ตำรวจ ในพื้นที่ อำนวยความสะดวก มีนักการพนัน ทั้ง คนไทย และ มาเลเซีย เป็น ลูก ค้า แต่ ตำรวจ สภ.สะเดา และ นายอำเภอสะเดา เฉยเมย ไม่ ดำเนินการ ตรวจสอบ ว่า ผิดกฎหมายหรือไม่ ก็ต้องฝากให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด ส่ง เจ้าหน้าที่นอกพื้นที่เข้าตรวจสอบ หาข้อเท็จจริง และ ดำเนินการ กวาดล้างด้วย….
@รัฐบาล ทุ่มสุดตัวกับ แลนด์บริดจ์ หรือ สะพานบก ที่ เชื่อมทะเลฝั่งอันดามัน กับ อ่าวไทย โดยคาดหวังว่า สงครามในตะวันออกกลาง ที่มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ และความ หนาแน่น ในการเดินเรือใน ช่องแคบมละกา ที่อาจจะเกิด วิกฤติ ในอนาคต แลนด์บริดจ์ คือ ทางออก ในการ เดินเรือขนส่งสินค้า ที่จะ มาแทนที่ และหาก แลนด์บริดจ์ เกิดขึ้นได้จริง ก็จะมี อุตสาหกรรม มากมาย ที่จะเกิดขึ้นตามมาเป็นไปตาม เขตอุตสาหกรรม เอสอีซี แต่กว่าที่จะ สำเร็จ คงต้องใช้เวลาอีกนาน เพราะยังมี ขบวนการอีกมากมาย ทั้งเรื่องการ ทำความเข้าใจกับประชาชน และเรื่องแผนสิ่งแวดล้อม…..ดังนั้นเมื่อภาคใต้ตอนบนมี เอสอีซี ในภาคใต้ตอนล่าง ห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลควร ผลักดัน เมืองต้นแบบแห่งอนาคต หรือ นิคมอุตสาหกรรมจะนะ จ.สงขลา ให้เกิดขึ้น พร้อมๆ กันไป เพราะ นิคมอุสาหกรรมจะนะ รัฐบาลเพียงแค่ เห็นชอบ เอกชนผู้ลงทุน จะเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด และ การศึกษาการจัดทำแผนแม่บท โดย สภาพัฒน์ฯ ก็เสร็จเรียบร้อย รอเพียงการนำเข้า ครม. เท่านั้น เรื่อง นิคมอุตสาหกรรมจะนะ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีคมนาคม มีการ หาเสียง เอาไว้ และ เป็นความ คาดหวัง ของคน จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จะเห็น ความ เปลี่ยนแปลง ที่จะเกิดขึ้นกับการ พัฒนาเศรษฐกิจในครั้งนี้ …..
@ปิดท้ายด้วย ข่าวร้าย ของ ประชาชนไทย เมื่อ เอกนัฎ พร้อมพันธ์ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ปรับอัตราค่าไฟฟ้าแบบ ขั้นบันได โดยผู้ใช้ไฟจำนวน 400 หน่วยขึ้นไปต้องจ่ายค่าไปหน่วยละ 5 บาท ใครที่เคยจ้ายค่าไฟ เดือนละ 2,500 บาท ก็จะต้องจ่าย 5,000 บาท เฉพาะนั้น เตรียมรับ ค่าใช้ไฟ ที่ต้องแพงขึ้นแบบ มหาโหด ตั้งแต่เดือน พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป …… แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้า สวัสดีครับ
ไชยยงค์ มณีพิลึก
————————————————————————
/////////////////////////////////////////////////

ประธานเปิดกรุ. ภาณุ อุทัยรัตน์ นายกสมาคมนักเรียนเก่าเบญจมราชูทิศ ปัตตานี ลงพื้นที่ เป็นประธานงานเปิดกรุ ” หลวงพ่อทวดวัดช้างให้รุ่น 84 ปีเบญจมๆ”97 เพื่อนำรายได้ไปสร้างอาคารให้โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดปัตตานี มี คณะกรรมการสมาคมนักเรียนเก่าเบญจมราชูทิศ ปัตตานี แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ รร.เบญจมราชูทิศ ต.สะบารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี
/////////////////////////////////////////

แห่พระลุยไฟ. รณฤทธิ์ ศรีอาจ ผู้ช่วยเลขา ศอ.บต. รวมพิธีเปิดงาน สมโภช แห่พระ ลุยไฟ ณ ศาลเจ้าแม่มาผ่อแบหอ ต.กาลอ อ.รามัน จ.ยะลา โดยมี อำนาจ ชูทอง รอง ผวจ.ยะลา เป็นประธาน และมี จิรวิทย์ แซ่เจ็ง ผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนฯ จ.ยะลา ร่วมงานด้วย
///////////////////////////////

กำลังใจ ทหารผ่านศึก. พล.อ.กานต์นาท นิดรยานนท์ ผอ.องค์การทหารผ่านศึก พร้อมด้วย คุณจิตตานันท์ นิกรยานนท์ แม่บ้านองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ลงพื้นที่ จ.สกลนคร ณ อาคารอเนกประสงค์ รร.ธาตนารายณ์วิทยา อ.เมือง เพื่อพบปะมอบสิ่งของเพื่อเป็นขวัญ กำลังใจ ให้ทหารผ่านศึกจำนวน 500 นาย จาก จ.สกลนคร,นครพนม,มุกดาหาร โดยมี พ.อ.วรรณาชัย แววศรี ทหารผ่านศึกนอกประจำการ ให้การต้อนรับ
////////////////////////////////////////////////////

ประชุมเชิงปฏิบัติการ. ณ ศาลาประชาคม อำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง ทรงกลด สว่างวงศ์ ผวจ.ตรัง เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนและประสานแผนพัฒนาพื้นที่ (One Plan) โดยมี ปลัดจังหวัด นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
////////////////////////////////////////

ยกระดับการพัฒนา. ณ ห้องประชุม พงษ์พัฒนาพาณิชย์ วัดนิโครธาราม (วัดกุฎิใน) อ.เมืองตรัง พงษ์พัฒน์ พันธุศักดิ์ ประธานสภาองค์กรชุมชนจังหวัดตรัง พร้อมด้วย คณะดำเนินงานสภาองค์ชุมชนจังหวัดตรัง ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนายกระดับกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับพื้นที่ จังหวัดตรัง เพื่อส่งเสริมและผลักดันการจัดตั้ง “กลไกขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับพื้นที่แบบมีส่วนร่วม จากหลายภาคส่วน” และสนับสนุนกลไกที่มีอยู่ในระดับพื้นที่
///////////////////////////////////////

ลงพื้นที่ตรวจสอบ. คณะกรรมการธรรมาภิบาล จ.ตรัง มี ชัยวุฒิ สวัสดิรักษ์ รองประธานฯ นำคณะลงพื้นที่ ติดตามโครงการก่อสร้างถนนลาดยางแอสฟัลต์ติกคอนกรีต ด้วยเงินอุดหนุนเฉพาะกิจสำหรับก่อแสร้าง/ปรับปรุงซ่อมแซมถนนทางหลวงท้องถิ่นสายคลองลำลุง ต.โคกสะบ้า – ต.นาชุมเห็ด อ.นาโยง ระยะทาง 1,275 เมตร งบ 9,965,800.00 บาท ผลของการติดตาม เป็นไปตามรูปแบบรายการ
////////////////////////////////////////////

เปิดงานกิ่งกาชาด. สรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิดงานประจำปีและงานกิ่งกาชาด อ นาทวี ณ บริเวณหน้าที่ว่าการ อ.นาทวี จ.สงขลา โดยมี ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา และ สังคม เกิดก่อ รอง ผวจ.สงขลา,วรินทร ทองขาว นายอำเภอนาทวี ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมในพิธี
///////////////////////////////////////////////

ลงเสาเอก. มุขตาร์ มะทา นายก อบจ.ยะลา ลงพื้นที่เป็นประธานในพิธีลงเสาเอกอาคารอเนกประสงค์โดยมี มะหะมะ วาแมดีซา ประธานสภา อบจ.ยะลา , ดร.ระเด่น สะมะแอ รอง นายก อบจ.ยะลา , เลขานุการ นายก อบจ.ยะลา พร้อมด้วย ตัวแทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต 2 , ให้การต้อนรับ ณ หมู่ที่ 3 บ้านบาลํกา ต.กาลูปัง อ.รามัน จ.ยะลา
//////////////////////////////////////////////

มอบวัตถุมงคล. พ.ต.อ.สมปราช กรรณกานนท์ ผกก.สภ.เมืองพัทลุง มอบพระผง “ภูทราวดี” พ.ศ. 2541 ซึ่งจัดสร้างโดย พล.ต.อ.ณรงค์วิช ไทยทอง ให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด เพื่อนำไปเป็นขวัญกำลังใจ พระเนื้อผง “ภูทราวดี” หลังตราแผ่นดิน รุ่นปี 2541 จัดสร้างด้วยเจตนาดีและมวลสารศักดิ์สิทธิ์ ผ่านพิธีปลุกเสกอย่างเข้มขลัง เพื่อแจกจ่ายแก่ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ลานหน้า สภ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง
///////////////////////////////////////////////

ติดตามเร่งรัด. พ.ต.อ.ประทีป เจริญกัลป์ รอง หัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 7 ในฐานะประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดยะลา (ก.ธ.จ. ยะลา) นำคณะกรรมการฯ ลงพื้นที่ เพื่อติดตามเร่งรัด และสอดส่องการดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลและเกิดความคุ้มค่าสูงสุด ณ พื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา
//////////////////////////////////////////

ส่งมอบ. น.อ.วิราช ถิรบุตร ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 42 ลงพื้นที่เปิดพิธีส่งมอบโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคให้แก่โรงเรียนศรีชีวัน เพื่อเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลสงกรานต์แก่ประชาชน โดยมี กิตติภณ เปรมรัชชานนท์ นายอำเภอรามัน และ อาดัม มะลาบู นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองรามันห์ ณ รร.ศรีชีวัน บ้านจำปูน ต.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา
////////////////////////////////////////

แบ่งปัน. พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ด้านการพัฒนาเมือง ในหัวข้อ “Strategic Perspective: มุมมองเชิงกลยุทธ์ต่อศักยภาพการลงทุนของเมืองและมุมมองของนักลงทุน” โดยมี ไกลก้อง ไวทยการ ที่ปรึกษานายก อบจ.ลำพูน , ฉัตรกุล ชื่นสุวรรณกุล ประธานกรรมาธิการ สถาบันพัฒนาเมือง สมาคมเทศบาลนครและเมือง ร่วมเสวนา ซึ่งจัดที่ ณ พูลแมน คิงเพาเวอร์ กทม.
////////////////////////////////////////////

เสริมสร้างชุมชน. บุญช่วย หอมยามเย็น ผวจ.นราธิวาส เป็นประธานโครงการเสริมสร้างศักยภาพชุมชนด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนราธิวาส ประจำปีงบประมาณ 2569 ในวันที่ 27-28 เมษายน 2569 โดยมีนายอรรถพล ณะราศรี ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง โดยมี นายอามีร ซาริคาน นายกเทศมมตรีรือเสาะ ร่วมในพิธี ณ ห้องประชุมจันปิยะ เทศบาลตำบลรือเสะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส
//////////////////////////////////////////////////

กำลังใจ. พท.ยรรยงค์ จงหมาย รอง ผบฉก.ทพ.44 พร้อมด้วยฝ่ายยุทธการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ ในพื้นที่ อ.กระพ้อ และ ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี เน้นให้กำลังพล ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความไม่ประมาท หลีกเลี่ยงการสร้างเงื่อนไข และ ตรวจสอบพฤติกรรมบุคคลอย่างใกล้ชิด
///////////////////////////////////////////

กำลังใจ, เจริญกิจ มีศิริ เลขานุการ,นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภาได้เดินทางมาให้กำลังใจ กอเช็ง ไหรเจริญนายกเทศมนตรีตำบลเกาะแต้ว อ,เมือง จ.สงขลา พร้อมด้วย วินิจ เทพนิต นายอำเภอเมืองสงขลาในการดับไฟที่ไหม้บ่อขยะเทศบาลเกาะแต้ว
////////////////////////////////////////



