แม้เป็นผู้ส่งออกโกโก้และทองคำรายใหญ่ แต่ประเทศแห่งนี้ กำลังต่อสู้กับวิกฤติการเงินครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายสิบปี ด้วยอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 50.3% ซึ่งสูงสุดในรอบ 21 ปี
ผู้ค้าชาวกานา ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ ซื้อและขายสินค้าที่พวกเขานำเข้าจากชาติตะวันตกและจีนเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องใช้ในบ้าน, สินค้าประเภทบริโภคภัณฑ์, รถยนต์ และเสื้อผ้ามือสอง อีกทั้งตามลักษณะธุรกิจของพวกเขา มันจึงมีความต้องการเงินดอลลาร์สหรัฐ เพื่อชำระค่านำเข้าที่สูงมาก ส่งผลให้เกิดการอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องของสกุลเงินเซดี ซึ่งได้รับการกล่าวถึงเมื่อไม่นานมานี้ว่า มีประสิทธิภาพแย่ที่สุดในตลาดโลก
ประธานาธิบดีนานา อาคูโฟ-อัดโด ผู้นำกานา ยอมรับว่า กานากำลังอยู่ในวิกฤติจริง และกล่าวโทษผลกระทบจากภายนอก นั่นคือ การระบาดใหญ่ และสงครามรัสเซีย-ยูเครน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายคนระบุว่า รัฐบาลทำการตัดสินใจทางการเมืองและทางเศรษฐกิจบางอย่าง ที่เป็นการเปิดเผยจุดอ่อนในระบบ แม้ว่าจะไม่มีปัจจัยภายนอกเหล่านั้นก็ตาม
อนึ่ง รัฐบาลอักกรา คือ นายจ้างรายใหญ่ที่สุดของกานา โดยส่วนใหญ่อยู่ในด้านการศึกษา, การดูแลสุขภาพ และความมั่นคง ซึ่งจากรายได้ประมาณ 8,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2565 (ประมาณ 280,000 ล้านบาท) รัฐบาลใช้เงินไปประมาณ 4,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 143,000 ล้านบาท) เพื่อจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานภาครัฐ
ยิ่งไปกว่านั้น บรรดานักลงทุนเริ่มสูญเสียความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจ เพราะรัฐบาลต้องรับมือกับความท้าทายด้านสภาพคล่อง ส่งผลให้พวกเขาเริ่มนำเงินของตัวเองออกจากกานา อีกทั้งท่ามกลางพายุวิกฤติเศรษฐกิจที่โหมกระหน่ำ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือหลายแห่ง ยังปรับลดอันดับของกานาเป็นระดับ “ขยะ” หรือเท่ากับเป็นการซ้ำเติม และผลักดันให้นักลงทุนออกประเทศมากขึ้น
ท้ายที่สุด รัฐบาลอักกรา บรรลุข้อตกลงเงินกู้ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 102,180 ล้านบาท) กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เมื่อเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา ทว่ากานาจำเป็นต้องดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้อย่างครอบคลุมเพื่อรับเงินทุน นั่นหมายความว่า กานาจะต้องเจรจาเงื่อนไขของหนี้กับเจ้าหนี้อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น การขยายระยะเวลาการชำระคืน, การปรับลดอัตราดอกเบี้ย หรือการลดยอดค้างชำระโดยรวม
จากที่เคยถูกมองว่า เป็นที่ชื่นชอบของนักลงทุน กานายังระงับการชำระหนี้ต่างประเทศบางส่วน เพื่อรักษาทุนสำรองระหว่างประเทศของธนาคารกลางที่ลดลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงการหยุดจ้างงานในภาครัฐ ท่ามกลางการใช้มาตรการอื่น ๆ เพื่อลดค่าใช้จ่าย
“เรื่องราวมันจะแตกต่างออกไป แต่สำหรับการระบาดใหญ่และสงครามในยูเครน เรามีนโยบายที่ชัดเจนในการกลับมาเติบโตทางเศรษฐกิจ และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เศรษฐกิจจะฟื้นตัว” นางอาเบนา โอเซ-อาซาเร รมช.คลังกานา กล่าว.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



