ในการประกาศข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งทำให้พื้นที่ภายใต้ข้อตกลงอีดีซีเอมีทั้งหมด 9 แห่งนั้น ทั้งสองฝ่ายไม่ได้ระบุว่า ฐานทัพแห่งใหม่จะตั้งอยู่ที่ใดบ้าง โดยให้เหตุผลว่าพวกเขายังอยู่ในระหว่างการหารือกับรัฐบาลท้องถิ่นอยู่
กระนั้น อดีตผู้บัญชาการกองทัพของรัฐบาลมะนิลา กล่าวเมื่อปีที่แล้วว่า รัฐบาลวอชิงตันขอเข้าถึงพื้นที่ทางเหนือของเกาะลูซอน ซึ่งอยู่ใกล้กับเกาะไต้หวันมากที่สุด และเกาะปาลาวัน ที่อยู่ใกล้กับหมู่เกาะสแปรตลีย์ ในพื้นที่พิพาททางยุทธศาสตร์ของทะเลจีนใต้
ขณะที่ นายเกรกอรี โพลิง ผู้สันทัดกรณีด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และการต่างประเทศ (ซีเอสไอเอส) ของรัฐบาลวอชิงตัน ระบุว่า ฐานทัพเหล่านั้นจะอยู่ใน “พื้นที่ยุทธศาสตร์” และมีแนวโน้มที่จะรวมถึงฐานทัพของทหารเรือและนาวิกโยธินด้วย
ในบรรดาพันธมิตรตามสนธิสัญญาของสหรัฐทั้งห้าประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, ฟิลิปปินส์ และไทย ฟิลิปปินส์อยู่ใกล้ไต้หวันมากที่สุด โดยพื้นที่ทางเหนือสุดของเกาะลูซอนอยู่ห่างจากเกาะไต้หวันเพียง 200 กิโลเมตร
ผู้เชี่ยวชาญหลายคน กล่าวว่า เกาะลูซอนอยู่ในความสนใจของกองทัพสหรัฐอย่างมาก ในฐานะพื้นที่ที่เหมาะสำหรับการติดตั้งจรวด, ขีปนาวุธ และระบบปืนใหญ่ที่สามารถใช้ในการตอบโต้การรุกรานไต้หวันได้ อีกทั้งเจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐยังเรียกข้อตกลงอีดีซีเอว่าเป็น ความสำคัญในรัฐบาลของไบเดน และส่วนหนึ่งของความพยายามเชิงยุทธศาสตร์ทั่วภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม จีนกล่าวว่า การที่สหรัฐเข้าถึงฐานทัพของฟิลิปปินส์ได้มากขึ้นนั้น จะบั่นทอนเสถียรภาพในภูมิภาค และเป็นการเพิ่มความตึงเครียด
โพลิง กล่าวว่า มันเป็นเรื่องยากสำหรับรัฐบาลมะนิลา ที่จะวางตัวเป็นกลางในความขัดแย้งของไต้หวัน เนื่องจากความใกล้ชิดและภาระผูกพันตามสนธิสัญญาที่มีต่อรัฐบาลวอชิงตัน ซึ่งฟิลิปปินส์คือจุดหมายปลายทางที่เป็นไปได้มากที่สุดสำหรับชาวไต้หวัน และชาวฟิลิปปินส์ราว 150,000 คน ที่อยู่บนเกาะแห่งนี้อาจได้รับอันตรายจากการโจมตีของจีนเช่นกัน
นอกจากนี้ โพลิง กล่าวเสริมว่า การที่รัฐบาลวอชิงตันเตรียมจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมอีก 82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,700 ล้านบาท) เพื่อการลงทุนพัฒนาฐานทัพและโครงสร้างพื้นฐานทางทหารภายในฐานทัพภายใต้ข้อตกลงอีดีซีเอ
“แม้พวกเขาจะมีสิ่งนั้นในเชิงวาทศิลป์ แต่คำถามสำหรับทั้งสองฝ่ายคือ มันใช้งานได้จริงหรือไม่ หากวันพรุ่งนี้จีนโจมตีฐานทัพของฟิลิปปินส์ในทะเลจีนใต้ สหรัฐจะทำอะไรกับสิ่งนั้นได้หรือไม่ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ไม่ชัดเจน และเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ข้อตกลงอีดีซีเอมีความสำคัญอย่างยิ่ง” โพลิง กล่าว.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : REUTERS



