ระวังทุนจีนเทาบุกเชียงใหม่….หลังเปิดประเทศนักท่องเที่ยวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาเมืองไทยอย่างต่อเนื่อง ที่ เชียงใหม่ดินแดนแห่งล้านนาปัจจุบันกลุ่มทุนจีนเข้ามาลงทุนละลอกสองหลังหายไปช่วงโคลิดระบาดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เพราะเชียงใหม่เป็นเป้าหมายหลัก เช่นเดียวกันกับกรุงเทพฯ ภูเก็ต และพัทยา ที่เชียงใหม่มีกลุ่มทุนจีนเข้ามาลงทุนประกอบด้วย ธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม-ที่พัก ทัวร์ อสังหาริมทรัพย์ โลจิสติกส์ และอีกหลายธุรกิจทั้งบนดินและใต้ดินที่ยังไม่เปิดเผย!!..โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม-ที่พักในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ของกลุ่มนักลงทุนจีนมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำเลทองที่กว้านซื้อรูปแบบ “นอมินี” ก็คือย่านข่วงประตูท่าแพ และบริเวณรอบๆ คูเมือง ซึ่งเป็นย่านที่นักท่องเที่ยวชาวจีนชอบเที่ยวกัน….

นอกจากนั้นยังมีชุมชนคนจีนเกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอใกล้เมืองเชียงใหม่โดยรอบเช่นที่อำเภอหาง สันกำแพง โดยมีนักธุรกิจชาวจีนลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซื้อยกหมู่บ้านจัดสรรเพื่อรองรับชาวจีนที่มีเงินมาซื้อต่อไว้เป็นที่พักผ่อนหรือบ้านหลังที่สองเมื่อมาเที่ยวเชียงใหม่!! มีแนวโน้มของการหลั่งไหลเข้ามาลงทุนของกลุ่มทุนจีนเพิ่มขยายมากขึ้นเรื่อย ๆ แบบไม่หยุดยั้งเสียด้วยสิ???..

การลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเป็นเรื่องที่ดีและสงผลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศให้ดีขึ้นไปด้วย หากการนำเงินมาลงทุนเป็นไปตามกฎหมายประเทศชาติและประชาชนในพื้นที่ได้รับผลประโยชน์ต่างตอบแทนด้วย….

บ้านเมืองเราก็มีกฎหมายที่กำหนดสัดส่วนการลงทุนและให้บุคคลต่างด้าวชาวต่างชาติทำธุรกิจและลงทุนได้บางอาชีพเท่านั้นเพราะบางอาชีพ ต้องสงวนไว้ให้กับคนไทยโดยเฉพาะ ใช่ว่าคนต่างชาติที่มีเงินจะหอบเงินมาทำธุรกิจอะไรก็ได้ในราชอาณาจักรไทยเรา!! แต่ก็อย่างว่ามีเงินเสียอย่างทำอะไรก็ได้ในแผ่นดินนี้อย่างนั้นหรือ??

วันก่อนเห็นเจ้าหน้าที่จับแม่ค้าชาวเมียนมาลักลอบขายน้ำ ย่านตลาดช้างเผือก อยู่เลย โดนตั้งข้อหา “เป็นคนต่างด้าวทํางานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทําได้” ตาม ม.8 พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทํางานคนต่างด้าว!!…กรณีนักลงทุนและ “นอมินีจีน” ก็ควรได้รับการตรวจสอบและปฏิบัติตามกฎหมายไทยมาตตรานี้ด้วยเช่นกัน….ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ตรงไปตรงมาอย่าลูบหน้าปะจมูกเพราะ “ม่านสีเทา” บังตาไว้..

อำนาจเงินมันสามารถบันดาลได้ทุกอย่างก็จริงอยู่ แต่ถ้าปัญหามันลุกลามเช่นเดียวกับกรณีทุนจีนเทา “ตู้ห่าว” ขึ้นมามันก็ยากที่จะแก้ไข ทุกท่านที่เกี่ยวข้องนั่นแหละจะเดือดร้อน “สนั่นลั่นทุ่ง” เป็นห่วงจริงๆ…///

แพทย์ มช.แนะนำประชาชนในพื้นที่หมอกควันค่า PM 2.5 พุ่งสูงกระทบต่อสุขภาพ…. ศ.นพ.ชายชาญ โพธิรัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช.แนะนำประชาชนในการดูแลตนเองเมื่อต้องอยู่ในพื้นที่ๆ มีหมอกควัน ดังนี้ 1. ติดตามค่าดัชนีคุณภาพอากาศในบริเวณที่ตัวเองอยู่หรือใกล้เคียงที่สุดเป็นระยะ ๆ โดยเลือกดัชนีที่สะท้อนผลกระทบต่อสุขภาพในช่วงเวลาชั่วโมงล่าสุดเป็นสำคัญ หรือใช้เครื่องวัดค่ามลพิษฝุ่นละเอียด PM 2.5 แบบพกพา 2.ปิดประตูหน้าต่างเพื่อไม่ให้มลพิษอากาศเข้ามาสะสมในอาคารและใช้เครื่องฟอกอากาศประสิทธิภาพสูง ซึ่งสามารถกรองอนุภาคที่มีขนาดเล็กกว่า 0.3 ไมครอนได้ถึง 99.7% ข้อควรระวัง ห้องที่อยู่อาศัยเป็นเวลานาน หากปิดห้องสนิทจนระบบอากาศภายในและภายนอกไม่สามารถถ่ายเทกันได้ อาจทำให้รู้สึกมีอาการอึดอัด ปวดหรือมึนศีรษะ อ่อนล้า ควรเปิดพัดลมระบายอากาศออกร่วมด้วย หรือหากไม่มีพัดลมระบายอากาศออก อาจเปิดแง้มห้องเพื่อช่วยในการระบายอากาศเป็นระยะ ๆ และควรมีเครื่องตรวจวัดฝุ่นละเอียด PM 2.5 แบบพกพาเพื่อวัดประสิทธิภาพของการฟอกอากาศภายในห้อง….

3.ควรสวมหน้ากากชนิด N95 เมื่ออยู่นอกอาคาร หรืออยู่ในอาคารที่ไม่มีระบบหรือเครื่องฟอกอากาศ เพราะสามารถกรองมลพิษฝุ่นละเอียด PM2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง แต่ต้องสวมให้ถูกวิธี โดยเลือกขนาดที่ใส่ได้กระชับกับรูปจมูกและใบหน้า หากเริ่มอึดอัดหรือเหนื่อย ให้ถอดออกเพียงชั่วครู่ก็จะรู้สึกสบายขึ้นแล้วรีบสวมใหม่ทันที การใส่หน้ากาก N95 ที่มีวาล์วระบายลมหายใจออกจะทำให้อึดอัดน้อยลง และใส่ได้นานขึ้น และไม่แนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า 4.หลีกเลี่ยงหรืองดการทำงาน การออกกำลังกายนอกอาคาร หรือในอาคารที่ไม่มีระบบฟอกอากาศ โดยเฉพาะการทำงานหรือออกกำลังกายอย่างหนักและต่อเนื่องนานๆ เพราะทำให้สูดมลพิษฝุ่นละเอียด PM2.5 เข้าปอดและร่างกายได้มากกว่าปกติหลายเท่า อาจทำให้โรคที่ซ่อนเร้น เช่น หลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมองตีบ โรคภูมิแพ้โพรงจมูก และหอบหืดเกิดอาการกำเริบเฉียบพลัน หรือเสียชีวิตอย่างฉับพลันได้ 5.หลีกเลี่ยงการอยู่ในอาคารขนาดใหญ่ที่ไม่มีระบบฟอกอากาศ แม้จะมีระบบปรับอุณหภูมิอากาศให้รู้สึกเย็นสบาย เช่น โรงแรม ศูนย์การค้า ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ที่ไม่มีระบบฟอกอากาศ เนื่องจากภายในอาคารเหล่านี้หากดูด้วยสายตามักไม่เห็นความพร่ามัวของอากาศในอาคารและจะไม่ได้กลิ่นเผาไหม้ หากจำเป็นต้องอยู่ในอาคารดังกล่าว ควรใช้เวลาให้น้อยที่สุดและควรสวมหน้ากาก N95 และทำตามคำแนะนำข้อ 3….

6.ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ โรคหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง หรือโรคระบบหายใจเรื้อรังเช่น หอบหืด ปอดอุดกั้นเรื้อรัง จะได้รับผลกระทบเร็วกว่าคนปกติ จึงไม่ควรขาดนัด ขาดยาที่แพทย์ให้ใช้ควบคุมโรค และควรหมั่นสังเกตอาการโรคกำเริบ หากมีอาการกำเริบควรใช้ยาหรือรักษาเบื้องต้นตามที่แพทย์ได้แนะนำ และไปพบแพทย์โดยเร็วหากอาการไม่ทุเลา 7. ผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวหรือแข็งแรง ถ้ามีอาการผิดปกติที่รบกวนชีวิตประจำวัน เช่น แน่นอก เจ็บอกหรือเจ็บท้องใต้ลิ้นปี่ เหมือนมีของหนักกดทับ เหนื่อยหอบผิดปกติ ปวดมึนศีรษะ ชาหรืออ่อนแรงที่ใบหน้าหรือแขนขาซีกใดซีกหนึ่งอย่างฉับพลัน มุมปากตก ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด พูดไม่ออก สับสน มองไม่เห็นฉับพลัน มีอาการไอแบบระคายเป็นชุด ไอมีเสียงดังหวีด มีไข้และหอบเหนื่อยควรรีบพบแพทย์ฉุกเฉินทันที

8. สวมแว่นตาขนาดใหญ่เพื่อป้องกันดวงตาจากมลพิษ ใช้น้ำเกลือมาตรฐานล้างตาหรือใช้น้ำตาเทียมหยอดตาหากรู้สึกระคายเคือง…. 9.ใช้น้ำเกลือล้างจมูกเมื่อมีอาการคัดแน่นจมูก หรือมีมูกเมือกในโพรงจมูก เพื่อล้างมูกเมือกและฝุ่นหยาบ ลดอาการคัดจมูก หรือกลั้วคอเพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอ แต่การใช้น้ำเกลือล้างจมูกไม่สามารถล้างฝุ่นละเอียดออกจากเยื่อบุโพรงจมูกได้ เพราะฝุ่นละเอียดเหล่านี้จะซึมซับเข้าในผนังเยื่อบุและเส้นเลือดฝอยทันทีที่สูดเข้าไป 10.ไม่เป็นผู้ก่อมลพิษเองหรือเลี่ยงการก่อมลพิษเท่าที่จำเป็น รวมทั้งไม่ก่อมลพิษในอาคาร ได้แก่ ไม่กวาดในอาคาร ควรใช้เครื่องดูดฝุ่นหรือใช้ผ้าเปียกชื้นเช็ดถู ไม่สูบบุหรี่ ไม่จุดเตาหุงต้ม ไม่ก่อสร้างต่อเติมหรือทาสีอาคาร ไม่ก่อมลพิษนอกอาคาร ได้แก่ ไม่เผาทุกชนิดในที่โล่ง ไม่สูบบุหรี่ ไม่ใช้รถโดยไม่จำเป็น ❤️ ด้วยความห่วงใย จาก#คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ให้การต้อนรับ….ศ.นพ.นิเวศน์ นันทจิต เลขาธิการมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ต้อนรับคณะผู้แทนคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต ประพฤติมิชอบและเสริมสร้างธรรมภิบาล วุฒิสภา นำโดย หม่อมหลวงสกุล มาลากุล รองประธานคณะกรรมาธิการฯ โดยมีคณะผู้บริหารและบุคลากรมูลนิธิฯ ร่วมให้การต้อนรับ และหารือร่วมกันเกี่ยวกับแนวทางพัฒนาโครงการทำขาเทียม รวมถึงโครงการผลิตบุคลากรด้านกายอุปกรณ์เทียมและกายอุปกรณ์เสริม ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯได้เยี่ยมชมการให้บริการทำขาเทียม และนิทรรศการครบรอบ 30 ปี ณ อาคารสำนักงานมูลนิธิขาเทียมฯ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

สนับสนุนดับไฟป่า….ณัฐวุฒิ ทาอินต๊ะ รอง ผอ.ท่าอากาศยานเชียงใหม่ มอบน้ำดื่มตราสัญลักษณ์ ทอท.จำนวน 3,000 ขวด ให้แก่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 โดยมี สิทธิชัย เสรีส่งแสง รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นผู้รับมอบ ณ ห้องรับรองพิเศษ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ เพื่อนำไปใช้สนับสนุนภารกิจของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานหน่วยงานภาคสนามในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน

เชิญชวนท่องเที่ยว….มิตร ใจบุญตระกูล ปลัดอำเภอแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เชิญชวนเที่ยว “งานมหกรรมผ้าตีนจกและผลิตภัณฑ์ชนเผ่าแม่แจ่ม” ระหว่างวันที่ 22-28 กุมภาพันธ์ 2566 ณ ลานหน้าที่ว่าการอำเภอแม่แจ่ม และลานหน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอแม่แจ่ม ซึ่งอำเภอแม่แจ่มจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมอนุรักษ์พัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าตีนจกและผ้าชนเผ่าของอำเภอแม่แจ่ม และส่งเสริมอนุรักษ์ศิลปะภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมท้องถิ่นของชนเผ่า รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้แก่ชุมชน

สละชีพเพื่อชาติ….พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 เป็นประธานสวดพระอภิธรรมและบำเพ็ญกุศลศพ ด.ต.เปรม ตั๋นตุ้ย ผบ.หมู่ (สส.) สภ.เวียงชัย จ.เชียงราย ที่ได้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมกันนี้ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดูแลสิทธิประโยชน์และสวัสดิการต่างๆ อย่างเต็มที่ และได้มอบเงิน จำนวน 1,209,429 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในเบื้องต้นมอบให้กับภรรยาผู้เสียชีวิต โดยมี พล.ต.ต.ธนธัช น้อยนาค รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.อก.ภ.5 และ พล.ต.ต.ดุลเดชา อาชีวสมิตระกูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย ร่วมพิธี ณ ศาลาการเปรียญ วัดห้วยสัก อ.ขุนตาล จ.เชียงราย

เทศกาลกาแฟและชา….สมหวัง บุญระยอง รอง ผวจ.เชียงราย กฤชเพชร เพชระบูรณิน รอง ผวจ.น่าน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด 4 จังหวัด ผู้แทนจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ในนามกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ร่วมกันแถลงข่าวในการจัดงานเทศกาลกาแฟและชาล้านนาตะวันออก Eastern Lanna Coffee & Tea Festival ซึ่งจะจัดขึ้นที่เชียงรายไนท์บาซาร์ระหว่างวันที่ 17–19 ก.พ.66 นี้

วัฒนธรรมแห่งสายน้ำ….วิสูตร บัวชุม ผอ.ททท.สนง.จ.เชียงราย กลุ่มรักษ์เชียงของ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ “ A Tale of Two Rivers เรื่องเล่าสองสายน้ำ” โดยร่วมสร้างผลงานศิลปะร่วมสมัยกับศิลปิน ชาวไทยและเยาวชนเชียงของ เชื่อมสองลุ่มน้ำ แม่โขง-มิสซิสซิปปี โชว์ชุดพิเศษ โดยมี Gwen Cardno อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ร่วมด้วย ณ ถนนคนเดินกาดกองเก่า อ.เชียงของ จ.เชียงราย.

โขนพระราชทาน….สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผวจ.เชียงราย ผศ.ดร.ศรชัย มุ่งไธสง อธิการบดี ม.ราชภัฏเชียงราย วันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย และ นฤมล ล้อมทอง กก.ผจก.โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง ร่วมแถลงข่าวการจัดการแสดงโขนพระราชทานจังหวัดเชียงราย เรื่องรามเกียรติ์ ชุดหนุมานชาญกำแหง ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย(หลังแรก) อ.เมือง จ.เชียงราย.

มอบเกียรติบัตร….สันติธร ยิ้มละมัย ผวจ.ลำพูน มอบเกียรติบัตรแก่นักกีฬาตัวแทนจังหวัดลำพูน ที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬา นักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 42 “เทียนนกแก้วเกมส์” โดยมีบุญส่ง ไชยมณี หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน จักรกฤษณ์ เอ่งอ้วน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา นักกีฬา ผู้ฝึกสอน เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี

ส่งเสริมการท่องเที่ยว….วิชัย บุญอุดมพร รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย บุญเวทย์ ศรีพวงใจ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว พ.ต.อ.จรัส อิ่นคำมา นายกเทศมนตรีตำบลมะกอก ภัทรพล ผัดดวงธรรม นายอำเภอป่าซาง ภัทราภรณ์ ไพศูนย์ รองผอ.ททท. พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการและพนักงาน อบจ.ลำพูน ร่วมพิธีเปิดกิจกรรม “อบจ.ลำพูน RUN มหัศจรรย์ 106 @ วัดพระพุทธบาทตากผ้า” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

ยินดีต้อนรับ….ประภัสร์ ภู่เจริญ นายกเทศมนตรีเมืองลำพูน ให้การต้อนรับ ไพโรจน์ มาลากุล ณ อยุธยา นายกเทศมนตรีตำบลเขตรอุดมศักดิ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารที่เข้าศึกษาดูงานด้านการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพสร้างรายได้ให้ชุมชนด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่น ตามโครงการอบรมสัมมนาและพัฒนาอาชีพท้องถิ่นเพื่อเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ ณ ห้องประชุมอาคารคุณธรรม 36 ศูนย์บริการสาธารณสุข กองการแพทย์ เทศบาลเมืองลำพูน

ขวัญกำลังใจ….ชัชวาลย์ ฉายะบุตร ผวจ.ลำปาง ตรวจเยี่ยม พบปะพูดคุย และสร้างขวัญกำลังใจ แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม “ผู้นำนักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นำการเปลี่ยนแปลง” ภายใต้โครงการอำเภอบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 4 ซึ่งผู้เข้ารับการฝึกอบรมมาจาก 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน จำนวน 130 คน ณ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง

เอามื้อสามัคคี….วิบูรณ์ แววบัณฑิต ผวจ.น่าน เปิดกิจกรรม Kick Off เอามื้อสามัคคี พัฒนาพื้นที่ต้นแบบรักษ์สิ่งแวดล้อมตามโครงการโคก หนอง นาวิถีน่าน พอเพียงสู่ความยั่งยืน โดยมีเครือข่ายการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” อำเภอบ้านหลวง และ เครือข่าย ร่วมกิจกรรมดังกล่าวจำนวนมาก ณ พื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบ แปลงนายอิสรภาพ คำฟู หมู่ที่ 2 อ.บ้านหลวง จ.น่าน

ตรวจสารเสพติด….พิพัฒน์ เพ็ชรพิพัฒน์ นายอำเภอทุ่งช้าง จ.น่าน และ บรรจงณพัชญ์ ธรรมศิริ ปลัดอำเภอฯ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารสุข อ.ทุ่งช้าง ร่วมกันตรวจสารเสพติดในปัสสาวะ ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน แพทย์ประจำตำบล ก่อนเข้าร่วมประชุม ณ หอประชุมอำเภอทุ่งช้าง ผลไม่พบสารเสพติดทุกราย

ป้องกันไฟป่า….ชุติเดช มีจันทร์ ผวจ.แพร่ นำจิตอาสาพระราชทาน และประชาชนร่วมกิจกรรมจิตอาสาภัยพิบัติ จัดทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันไฟป่าและหมอกควัน เนื่องด้วยสถานการณ์ปัจจุบันเข้าสู่ภาวะอากาศ แห้งแล้ง ความชื้นสะสมในอากาศลดลง อาจนำไปสู่สาเหตุที่ทำให้เกิดไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่จะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ณ วัดพระธาตุดอยเล็ง จ.แพร่

สภากาแฟ….พล.ต.ต.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ ผบก.ภ.จว.แพร่ นำ คณะรอง ผบก.ภ.จว.แพร่ พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัด ให้การต้อนรับ ชุติเดช มีจันทร์ ผวจ.แพร่ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยต่างๆ ร่วมงานสภากาแฟ เพื่อเป็นเวทีพบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการประสานงานอย่างไม่เป็นทางการของ ภาคราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรอิสระ และภาคเอกชนในจังหวัด ณ ลานด้านหน้าอาคารที่ทำการ ตำรวจภูธรจังหวัดแพร่

เปิดบริการ….เชษฐา โมสิกรัตน์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย ประเสริฐศักดิ์ เชิงชวโน รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์การไฟฟ้าฝ่ายผลิต EGAT เปิดบริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า EleX by EGAT เพื่อให้บริการชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน และนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเที่ยวในจังหวัด ถือเป็นสถานีอัดประจุไฟฟ้าแห่งแรกที่เปิดให้บริการในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ณ ร้านกาแฟ Endless Hill ใกล้สี่แยกศูนย์โตโยต้า ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

ลงนามร่วมมือ….สุรเชษฐ์ พุ้ยน้อย นายอำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ร่วมบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การขับเคลื่อนตำบลเข้มแข็ง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ระหว่างอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมกับ ผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการ และ 7 ภาคีเครือข่าย เพื่อให้ตำบลมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ประชาชนในตำบลน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติจนเป็นวิถี พึ่งพาตนเอง และมีคุณภาพชีวิตที่ดี สืบไป.