นายมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ผู้บริหารสูงสุดของเมตา ประกาศแผนเก็บค่าบริการ การใช้สัญลักษณ์รับรองบัญชีอย่างเป็นทางการ สำหรับแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม หลังการปกป้องโมเดลเศรษฐกิจ โดยให้ใช้บริการฟรีและการไม่เก็บค่าโฆษณา ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา
ผู้ที่สมัครสมาชิกบริการที่เรียกว่า “เมตา เวริฟายด์” (Meta Verified) จะสามารถยืนยันบัญชีของตนเองบนเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมได้ โดยใช้หลักฐานการยืนยันตัวตนตามกฎหมาย อาทิ หมายเลขบัตรประชาชน ซึ่งพวกเขาจะได้รับเครื่องหมายสีฟ้าที่ระบุว่า พวกเขาเป็นใคร และยังจะได้รับการคุ้มครองเพิ่มเติมจากทีมงานของเมตา
นอกจากนี้ โพสต์, รูปภาพ และคลิปวิดีโอของผู้ที่เป็นสมาชิก จะได้รับโอกาสในการมองเห็นบนหน้าข่าวสารมากกว่าผู้ที่ไม่ได้สมัครสมาชิก โดยสิ่งเหล่านั้นจะปรากฏที่ด้านบนของผลการค้นหา, ความคิดเห็น และคำแนะนำ อีกทั้งเมตายังคำมั่นว่าจะมีฟังก์ชันสร้างสรรค์ใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามาด้วย
บริการเมตา เวริฟายด์ จะเริ่มเปิดใช้งานในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ใเป็นสองประเทศแรก บริการดังกล่าวจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 11.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (ประมาณ 412 บาท) สำหรับผู้ใช้งานบนเว็บไซต์ และมีค่าบริการ 14.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (ประมาณ 515 บาท) สำหรับผู้ใช้งานแพลตฟอร์มผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ
ทั้งนี้ การสมัครสมาชิกจะเป็นไปด้วยความสมัครใจ และผู้สมัครจะต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น ซึ่งแม้ว่ามันจะยังไม่เปิดให้บริการสำหรับธุรกิจ แต่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ บริการใหม่นี้มุ่งเป้าไปที่ผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์เป็นหลัก ซึ่งเมตากล่าวว่า แนวคิดของการสมัครสมาชิกเกิดขึ้นเพราะคำขอจากบรรดาผู้สร้างคอนเทนต์ที่กำลังเพิ่มขึ้นในการดำเนินธุรกิจของพวกเขา
ปัจจุบัน ภาวะเงินเฟ้อก็กำลังกัดกินงบประมาณของผู้ลงโฆษณาออนไลน์ และความสนใจของผู้ใช้ต่างแบ่งกระจายกันไปตามแอปพลิเคชันต่าง ๆ ซึ่งกรณีอย่างหลังนั้นไม่สามารถเก็บข้อมูลส่วนบุคคลได้มากเท่าที่เป็นไปได้
ก่อนหน้านี้ บริษัท ทวิตเตอร์ ที่นายอีลอน มัสก์ เข้าซื้อกิจการเมื่อปีที่แล้ว ทำการเปิดใช้งานฟีเจอร์ที่สร้างความวุ่นวายอย่างการยืนยันบัญชี ซึ่งมีค่าใช้จ่าย 7 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (ประมาณ 240 บาท) บนอินเทอร์เน็ต และ 11 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (ประมาณ 378 บาท) บนไอโฟน โดยเครื่องหมายถูกของบริการสมาชิก “ทวิตเตอร์ บลู” (Twitter Blue) ช่วยให้ผู้ใช้โปรโมตโพสต์ของพวกเขาได้ดีขึ้น, เห็นโฆษณาน้อยลง และมีอิสระในการพิมพ์ด้วยการทวีตข้อความที่ยาวขึ้น
ขณะที่บรรดาผู้สันทัดกรณีมองว่า เมตาต้องการกระจายแหล่งที่มาของรายได้ อีกทั้งหลังจากทวิตเตอร์เปิดบริการสมัครสมาชิก กลุ่มสื่อสังคมออนไลน์อื่น ๆ ก็อยากลองทำแบบนั้นเช่นกัน สะท้อนว่า เป็นเรื่องของการสร้างโอกาสทางการตลาด มากกว่าการเพิ่มคุณค่าให้กับเนื้อหา.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



