ระหว่างการแถลงต่อที่ประชุมสภาแห่งชาติ หลังสาบานตนรับตำแหน่งผู้นำเวียดนามอย่างเป็นทางการ นายเถื่องให้คำมั่นสัญญาว่า “จะดำเนินการอย่างแน่วแน่” ในการต่อสู้กับการทุจริตในประเทศต่อไป
ปัจจุบัน นายเถื่อง วัย 52 ปี เป็นสมาชิกอายุน้อยที่สุดในที่ประชุมกรมการเมือง หรือ โปลิตบูโร ของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม อย่างไรก็ตาม การขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีของนายเถื่อง ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ตำแหน่งทางการเมืองระดับสูงสุดของประเทศนั้น “ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลย” เพราะมีข่าวลืออย่างกว้างขวางเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา
ขณะที่การลาออกกลางคันของนายฟุก เป็นผลมาจาก “การละเมิด และการกระทำผิด” ของบรรดาผู้ใต้บังคับบัญชาของเขา ที่ตกอยู่ภายใต้การกวาดล้างการทุจริตในวงกว้างของนายเหวียน ฝู จ่อง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ และตามด้วยการลาออกของเจ้าหน้าที่ระดับคณะรัฐมนตรีจำนวนหนึ่ง รวมถึงนายฝ่าม บิงห์ มิงห์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศเวียดนาม
ยิ่งไปกว่านั้น การลาออกของนายฟุกเกิดขึ้น “เพื่อแสดงความรับผิดชอบ” ต่อกรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริต 2 ครั้ง ในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ได้แก่ ชุดตรวจโควิด-19 และเที่ยวบินรับกลับประเทศสำหรับพลเมืองเวียดนามที่ติดอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งอยู่ในความดูแลของเขา
นายคาร์ล เทเยอร์ จากสถาบันกองทัพกลาโหมออสเตรเลีย (เอดีเอฟเอ) กล่าวว่า นายเถื่องเป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างปลอดภัย เพราะดูเหมือนว่า เขาจะประสบความสำเร็จมากกว่าสมาชิกอีกหลายคนในพรรค ซึ่งมีชื่อเสียงและมีอำนาจมากกว่า
อย่างไรก็ดี การพิจารณาในอีกหลายบริบทย่อมมีบทบาทเช่นกัน เพราะพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามอาจต้องการฟื้นฟูบรรทัดฐานที่เคยห่างหายไป ของการมีตัวแทนระดับภูมิภาคที่สมดุล ในตำแหน่งผู้นำหลัก 4 ตำแหน่ง นอกจากนี้ มันยังมีแนวโน้มว่า การมีผู้ภักดีในตำแหน่งประธานาธิบดี อาจช่วยอำนวยความสะดวก ให้กับการถ่ายโอนอำนาจที่น่าจะเกิดขึ้นอีกครั้ง “ภายในอีกไม่นานนี้”
ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์มองว่า มีความเป็นไปได้เช่นกันที่นายเถื่อง ในวัย 52 ปี ซึ่งถือว่ายังมีอายุค่อนข้างน้อยบนเส้นทางการเมือง อาจได้รับการวางตัวให้เป็นทายาทการเมืองของนายจ่อง ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 78 ปีแล้ว โดยหากไม่ใช่ช่วงการประชุมสภาแห่งชาติ วาระปี 2569 มันก็อาจจะเป็นช่วงใดช่วงหนึ่งหลังจากนั้น ตามที่นักการทูตคนหนึ่งในกรุงฮานอยกล่าวว่า การเลือกนายเถื่องให้เป็นประธานาธิบดีนั้น เป็นการสร้างความเชื่อมั่น ให้กับผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามว่า “มีผู้สืบทอดที่ไว้ใจได้”.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : Vietnam News Agency ( VNA )



