@เป็น”คำสั่งฟ้าผ่า” เป็น”วาระจร” ที่เสนอ “ครม.โดย ดร.วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี ในการเสนอย้าย” พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร” เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้  ( ศอ.บต.)ไปเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี   ซึ่งเป็นเรื่องที่”ช็อก”ความรู้ศึกของคนใน”ศอ.บต. “ และ ประชาชน ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ….เพราะอีก 5 เดือน “พล.ร.ต.สมเกียรติ “ ก็จะ “เกษียณ” อายุราชการ และก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 22  กพ. ที่ผ่านมา “พล.ร.ต. สมเกียรติ” ได้ ยื่นความจำนงในการต่ออายุราชการแล้ว ซึ่งเป็นไปตาม”หลักกฎหมาย” ที่ถูกต้อง และที่สำคัญ “พล.ร.ต.สมเกียรติ” ไม่มีความ”บกพร่อง” ในการ”ปฏิบัติหน้าที่” ใน ฐานะ ของ”ผู้บริหาร” ของ ศอ.บต. วันนี้เรื่องการ”ย้าย”เลขาธิการ  ศอ.บต.” กลายเป็นที่”คาใจ”ของคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่” พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ “รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ”ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์จังหวัดชายแดนภาคใต้”( กพค.) ที่เป็นผู้ เสนอย้าย จะต้องมี”คำตอบ” ในการ”ย้ายฟ้าผ่า” ครั้งนี้ให้ประชาชนได้รับทราบ ซึ่งหากเป็นการ”โยกย้าย” ที่ไม่มี”เหตุผล”ที่เพียงพอ “ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ “ ในฐานะที่เป็น หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ คงต้องเตรียมรับ”ผลกระทบ” ที่ “ผู้สมัคร” สส.ในนามของพรรค ใน จังหวัดชายแดนภาคใต้  ได้เลย….

@การสั่ง”ย้าย” โดยใช้”วาระจร” เสนอต่อ ครม. ในครั้งนี้” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ที่เป็น”ผู้นำประเทศ” ที่ “รับรู้” การทำหน้าที่ของ “พล.ร.ต.สมเกียรติ”มาโดยตลอด แต่ไม่สามารถ”ยับยั้ง”ได้ ก็แสดงให้เห็นถึง”วุฒิภาวะ” ของการเป็น “ผู้นำประเทศ” ที่ไม่สามารถเป็น”หลักประกัน” ให้กับ “ข้าราชการ” ที่”ทำหน้าที่ด้วยความ”เที่ยงธรรม” และ”สุจริต” ให้ได้รับความ”เป็นธรรม” เพราะเรื่องการ”โยกย้าย” พล.ร.ต. สมเกียรติ” แบบ”ไม่มีปี่มีขลุ่ย” ในครั้งนี้  แม้โดยวิสัยของ”ชายชาติทหาร” ที่ พล.ร.ต. สมเกียรติ ”น้อมรับ” โดยไม่”ปริปาก” แต่ย่อมมีความ”ขมขื่น” อย่างแน่นอน…..ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า “บุคคล” ที่”ฝ่ายการเมือง” จะส่งมาให้ทำหน้าที่”เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( ศอ.บต.) คนใหม่จะเป็น “คนใน” หรือเป็น”คนนอก” หรือจะมี”นายทหาร”ที่ “ ย้าย” แบบ ”ข้ามห้วย” มาเป็น”เลขาธิการ ศอ.บต.” เป็นการ”ทิ้งทวน” ก่อนที่ “รัฐบาล” จะทำการ”ยุบสภา” เพื่อให้ “ศอ.บต.” เป็น”ส่วนหนึ่ง” ของ”กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า อย่าง”สมบูรณ์แบบ”ในแบบของ”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ที่ “เลขาธิการสภาความมั่นคง (สมช.) ก็เป็นทหาร  ถ้า เลขาธิการ ศอ.บต. เป็น ทหารอีกหน่วยหนึ่ง ก็เป็นการ”ครบขบวนการของการ”ปกครอง”ประเทศแบบ”ทหาร” ”…..

@ยุคของการ”ทุจริต” ที่”เบ่งบาน” ทั้งแผ่นดิน เพราะเป็นยุคที่”คนดีย์” เป็นผู้นำของประเทศ ที่ จ.พังงา หน่วยงาน”โยธาธิการ”จังหวัด  มีการ”จัดซื้อ”ต้นรวงผึ้ง” ซึ่งเป็น”ไม้ประดับ”ต้นละ 20,000 บาท และต้นทองอุไรต้นละ 6,000 บาท สร้าง”น้ำพุ” ราคา  6 ล้านบาท  เปิดใช้แค่ครั้งเดียว “พัง”  ข่าวว่า”เอกรัฐ หลีเส็น” ผวจ.พังงา ถึงกับ”ควันออกหู” กับเรื่องที่เกิดขึ้น ก็หวังว่า สุดท้าย จะไม่เป็นเรื่อง”มวยล้มต้มคนดู” เหมือนกับหลายๆ กรณี ที่.ขึ้นต้นเป็น”มะลิซ้อน” แต่แตกใบอ่อนกลายเป็น”ต้นกัญชา”……หน่วยงานไหน และ ใครนะ ที่บอกว่า “สถานการณ์” ของ”ไฟใต้” ดีขึ้น ดีอย่างไร ในเมื่อตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2565 มาจนถึงเดือน มีนาคม 2566  เราได้”สูญเสีย” เจ้าหน้าที่รัฐ ที่เป็น”ตำรวจ” และ”ทหาร” ชั้น”สัญญาบัตร” ไปแล้วกี่นาย  ปลายเดือน กุมภาพันธ์ “สูญเสีย” สว.สส. ของ สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ต้นเดือนมีนาคม ”สูญเสีย” นายทหารยศ พ.ต. ที่ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส  และในวัน”มาฆะบูชา” ซึ่งเป็นวันสำคัญทาง”พุทธศาสนา” ประชานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังต้อง”เวียนเทียน” กลางวัน เป็นมาแล้ว 19 ปี อย่างนี้หรือที่บอกว่า “ไฟใต้” ดีขึ้นแล้ว และ “กับระเบิด” ที่”ศรีสาคร “ จ.นราธิวาส “เป้าหมาย” คือ รถยนต์ที่ “พล.ต.ไพศาล หนูสังข์” รองแม่ทัพภาคที่ 4 และ รอง ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า นั่งมาแต่เพราะ”คนดีผีคุ้ม” จึงทำให้รถยนต์ที่ แล่นตามหลัง ต้อง”รับเคราะห์”แทน บรรทัดนี้ ขอแสดงความ”เสียใจ” ต่อครอบครัวของผู้”สูญเสีย” และผู้ที่ได้รับ”บาดเจ็บทุกคน” ส่วนสาเหตุที่”แนวร่วม” หรือ”กองกำลังติดอาวุธ” ปฏิบัติการต่อ” เจ้าหน้าที่ทหาร ในครั้งนี้ ก็คือการ”แก้แค้น” ที่”พลพรรค” ของ”บีอาร์เอ็น” ถูกเจ้าหน้าที่ทหาร”วิสามัญ” ในพื้นที่ของ “ศรีสาคร” จ.นราธิวาส  ….

@สิ่งที่คน”บนหอคอยงาช้าง” ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้” ผบ.ทบ. และ”พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล” ผู้ช่วยรัฐมนตรีกลาโหม ต้อง”รับรู้” คือ” สถานการณ์ของ”ไฟใต้” อย่ามองแต่”ปรากฎการณ์” ภายนอก” แต่จงมองให้เห็น”ปรากฎการณ์” ที่เป็น”ภายใน” คือเรื่องของ”ไฟแค้น” ที่”คุคั่ง” อยู่ใน”ทรวงอก” ของคนส่วนหนึ่งในพื้นที่   ที่มีการ”แสดงออก” อย่างไม่”พรั่นนพรึง” ต่อ”กฎหมาย” และ”เจ้าหน้าที่รัฐ” ทั้งในการใช้”มวลชน” กดดัน เจ้าหน้าที่ ในการ”ปิดล้อม”หลังการ”วิสามัญ” การเข้า”ชิงศพ” เพื่อนำไปประกอบพิธีทาง”ศาสนา” และการ”แห่ศพ” การทำพิธีศพแบบ”นักรบผู้พลีชีพ”  ปรากฎการณ์ เหล่านี้ กอ.รมน. กองทัพบก กระทรวงหลาโหม ควรจะ”สำเหนียก” ว่า”ไฟใต้” ไม่ได้”ดีขึ้น”อย่างที่มีการ”โฆษณาชวนเชื่อ” จาก”เจ้าหน้าที่รัฐ และการตัดสินว่า”ไฟใต้” ดีขึ้น อย่างวัดที่”ความถี่”ของการ”ก่อเหตุ” ที่ ลดจำนวนความถี่ลดลง…..แน่นอน ถ้าการแก้ปัญหา”ไฟใต้”ของ”รัฐบาล”เพื่อยุติความ”รุนแรง” ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง สิ่งที่ติดตามมาคือ”งบประมาณ” อีกไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ ที่จะถูกนำมา”ถมทับ” บนแผ่นดิน”ปลายด้ามขวาน” และผู้ที่ได้”ประโยชน์”คือ” “พ่อค้าอาวุธ” และ”ยุทธภัณฑ์” ที่ “นายพล” บางคณะ”ตั้งเป้า” ในการของบประมาณเพื่อซื้อ”เครื่องมือ” พิเศษ” มาเพื่อใช้”สู้รบ” กับ”กองโจร” ที่ใช้เพียง”กับระเบิด” และ”ไปป์บอมบ์” สร้างความ”สูญเสีย” ให้กับ “เจ้าหน้าที่รัฐ”  

@รถหุ้มเกราะล่าสุด” ที่ถูก”กับระเบิด” ที่”แนวร่วม” ผลิตขึ้นเอง” น้ำหนัก 50 โกลิกรัม แต่ทำให้”รถหุ้มเกราะ”ราคา 35 ล้าน กลายเป็น”เศษเหล็ก” ใน”พริบตา”  ดังนั้น”ซื้ออาวุธ-ซื้อรถหุ้มเกราะ และ “ซื้อเครื่องมือพิเศษ” แต่ไม่มี”ยุทธศาสตร์” แต่หวัง”เงินทอน”  และไม่มีแม้กระทั่ง”แผน” ในการ”คอบเวอร์”เส้นทาง  ที่ต้องใช้ในการ”เดินทาง” ของเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ ที่ไร้”ประสิทธิภาพ” วันหนึ่ง “กองทัพ” จะต้อง”สูญเสีย” ที่มากกว่านี้ถ้ายังไม่ยอมรับความจริง และยัง”บิดเบือน”ความจริงของ”ไฟใต้”….ที่สำคัญผ่านมา 19 ปี กอ.รมน.ภาค 4  รู้หรือยังว่า ที่เหนือกว่า”กองกำลังติดอาวุธ” หรือ” RKK” นั้น เขามี  “ผู้บังคับหมวด” มี”ผู้บังคับกอง” และมี” ผบ. กองกำลัง “ที่แม้จะไม่เหนือกว่าเรา แต่เราไม่รู้จักเขา และ”ประเมิน” ขีดความสามารถ ประเมินประสิทธิภาพ ของเขาไม่ได้   ถูก”โจมตีร้อยครั้งก็สูญเสียทั้งร้อยครั้ง” ประเด็นนี้ “พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค” แม่ทัพภาคที่ 4  ต้องนำไป”ทบทวน”…..และ”หน่วยข่าวกรอง” ที่มี”งบประมาณ” มหาศาล ในการ “หาข่าว” ไม่มีงานการข่าวเลยหรือไร จึงปล่อยให้” กองกำลังติดอาวุธ” ของ”บีอาร์เอ็น” เคลื่อนไหวอย่างเป็น”อิสระ” สามารถ เลือก”เป้าหมาย” ในการ”ก่อการร้าย” อย่าง”เสรี “ไม่รู้เลยหรือว่า”แนวชายแดน”ของ”ประเทศ”เป็นแหล่งผลิต”วงจรระเบิด” เป็นแหล่ง”หลบซ่อน” และเป็นแหล่ง”ฝึกระเบิด” มี”ฐานสนับสนุน” การ”ก่อการร้าย”งบการข่าว จำนวน”มหาศาล” ไป”ตกหล่น” เข้า”กระเป๋าใคร” งาน”การข่าว” ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าจึงได้”โหล่ยโถ้ย” ขนาดนี้….

@ในขณะที่”การข่าว” ของ”บีอาร์เอ็น” ที่ใช้”สายข่าว” ที่เป็น”แนวร่วม” ในพื้นที่แบบไม่ต้องมี”เงินเดือน” และ”เบี้ยเลี้ยง”แต่มีความ”แม่นยำ” เกาะติดการเคลื่อนไหวของ”เจ้าหน้าที่” รู้กระทั่ง”วัน ว. เวลา น.ของการ”เดินทาง” ของการ”เคลื่อนพล” หลัง”ปฏิบัติ”การสามารถ”หลบหลีก” จุดตรวจ จุดสกัด อย่าง”ลอยนวล” นี่ถามจริงๆเถอะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้  ผบ.ทบ. และ “พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4  จะปล่อยให้ เหตุการณ์ของ”ไฟใต้” เป็นอย่างนี้ โดยมีหน้าที่”รดน้ำศพ” และจ่ายเงิน”เยียวยา” ไปอย่างนี้ โดยไม่มีอะไรที่”เปลี่ยนแปลง” ไปในทางที่ดีอย่างนั้นเลยหรือไร…..ส่วนในการ”เจรจาสันติภาพ” หรือจะเรียกแบบไม่รับความจริงว่า” พูดคุยสันติสุข” ตามแบบฉบับของ”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ก็ว่ากันไป ซึ่งหลังจากที่” “พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ “หัวหน้าคณะ”พูดคุย” ได้มีการ”พูดคุย” กับ”ตัวแทนของ”บีอาร์เอ็น” เมื่อวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ขณะนี้ “คณะพูดคุย” ทางเทคนิค” ก็จะเป็นผู้”ประสานงาน” ในการ”พูดคุย” ในเรื่องของ”เดือนรอมฎอนสันติสุข” เพื่อให้ห้วงเวลาของ”เดือนรอมฎอน” ที่จะมีขึ้นในปลายเดือน มีนาคมนี้  เป็นห้วงของการ”หยุดก่อเหตุร้าย” เป็นเวลา 40 วัน เหมือนกับ”เดือนรอมฎอน” ปี 2565  ส่วนจะเป็นได้หรือไม่ หรือจะตกลงกันภายใต้”เงื่อนไข” อย่างไร ก็คงต้อง รอฟังข่าว เพราะ “บีอาร์เอ็น” วันนี้ การตัดสินใจทุกอย่างต้องฟัง”เจนีวาคอลล” และผู้นำของประเทศ”มาเลเซีย”เป็นสำคัญ …..

@ที่ต้อง”จับตา” คือ”ทบบาท” ของ  พล.อ.ตันศรี ซุลกิ๊ฟลี ฯ ผู้อำนวยความสะดวก ในการ”เจรจา” ของ”ประเทศมาเลเซีย” ที่ “เล่นบท”เปิดตัวต่อ”สาธารณะชน” ด้วยการเดินสายเข้ามา พบปะ”พูดคุย” กับผู้นำศาสนาในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่าง”เปิดเผย เพื่อแสดงให้”นานาประเทศ” เห็นถึงความ”ตั้งใจจริง” ของ”มาเลเซีย” ในการช่วยเหลือ”ประเทศไทย” ในการดับ”ไฟใต้” ซึ่งก็ต้องติดตามดูกันแบบ”ยาวๆ” ว่า เป็นความ”หวังดี” ที่ไม่มีอะไร”เจือปน” หรือเป็นความ”หวังดีประสงค์ร้าย” เพราะ”มาเลเซีย” ต้องการให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็น”เขตปกครองตนเอง” เพื่อเป็นการ”สร้างรัฐกันชน” ตามที่ “มาเลเซีย” ต้องการ ใช่หรือไม่…. ก็เห็นด้วยกับ”ภาณุ อุทัยรัตน์” สมาชิกวุฒิสภา และ อดีตเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ “ศอ.บต.” ที่ไม่เห็นด้วยในหลายประเด็นของ”คณะพูดคุย” ที่ไม่พูดให้ครบ  ไม่พูดความจริง ถึงการ”ปกครองรูปแบบพิเศษ” ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  ทำให้การ”พูดคุย”เป็นแบบ ”หลงทิศผิดทาง” นี่คือข้อกังวลของ”กลุ่มลูกที่” ซึ่งไม่ได้มีส่วนในการ”กำหนดทิศทาง” ของการ”พูดคุย” แม้แต่คำว่า” ปาตานี” ที่ใช้ในโต๊ะการ”เจรจา” ก็เป็นการเรียกที่ถูก”กำหนดขึ้นใหม่” แต่คณะ”พูดคุย” ก็ไม่ได้”เห็นแย้ง” แต่อย่างใด….

@ไปดูกันอีกเรื่องคือเรื่อง”การบุกรุกที่ดิน” บนเกาะหลีเปะ อ.เมือง จ.สตูล ที่ หลังจาก”บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ซึ่งเป็นประธานในการ”แก้ปัญหา” ความ”เดือดร้อน” ของ”นักเรียน,ชาวเล “ และ “ประชาชน” ที่ต้องการ”ทางเดิน” จาก”ท้ายเกาะ” มาสู่”หน้าเกาะ” ออกชายทะเล ที่”ทางเดิน” ถูก”นายทุน” ล้อมรั้ว เพราะมี”เอกสารสิทธิ์” ที่ออกให้โดยสำนักงานที่ดินจังหวัดสตูล หลังจากตรวจสอบพบว่าเป็นการบุกรุกที่ดินของ”อุทยาน” ที่จะต้อง”เพิกถอน”การ”ครอบครอง “ ซึ่งในวันที่”บิ๊กโจ๊ก” นั่ง”หัวโต๊ะ” เพื่อ”สั่งการ” ทุกฝ่าย”ครับผม- ครับท่าน “ แต่หลัง”บิ๊กโจ๊ก” คล้อยหลัง ทุกอย่างก็”อืดอาด” ยิ่งกว่าเรือ”เอี้ยมจุ้น” วันนี้ เจ้าของที่ดิน”ล้อมรั้ว” ปิดทาง”เข้า-ออก” สร้างความเดือดร้อนให้ “ชาวบ้าน” และ”ชาวเล” ยิ่งกว่าเดิม และก็ยังไม่รู้ว่า”ชาตินี้”หรือ”ชาติไหน” ที่ กรมที่ดิน จะ”เพิกถอน” กรรมสิทธิ์ที่ดิน”เจ้าปัญหาได้สำเร็จ….ข่าวว่า”ฝ่ายปกครอง” ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอ จนถึง “ศาลากลาง” ทำตัวแบบ”ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ส่วน”คนโต” บนศาลากลาง ก็”ทัวร์ต่างประเทศ” เป็น”ว่าเล่น เอ้า ถ้าไม่ต้องการ”รับผิดชอบ” และ”หมดไฟ” ในการ”ทะนุบำรุงประเทศ และมองไม่เห็นความเดือดร้อนของ”ประชาชน” ลาออก ก็ไม่มีใครว่า เอ้า อธิบดีกรมการปกครอง “แมนรัตน์ รัตนสุคนธ์” ส่ง “ผู้ตรวจกระทรวง” มาตรวจสอบแล้วจะพบว่า ข้อมูลที่นำมาเขียนนะแค่”กระผีกริ้น” ของจริงเป็น”กระบุงโกย”……

@เช่นเดียวกับเรื่อง”เก็บส่วย” เรื่องให้ลูกน้องทำโครงการเพื่อหา”เงินทอน” อำเภอละ 120,000 บาทต่อเดือน ที่กลายเป็นเรื่อง”กระหื่ม” ทั้งจังหวัด พอเรื่อง”แดง” อดีตตำรวจ ที่ทำตัวเป็น”หัวเบี้ย” ในการ”เก็บส่วย”ร้อนตัวจะเอาเงินที่เก็บมาจาก”บ่อน”จาก”ซ่อง” จากธุรกิจ” สีเทา” ไปคืน “เจ้าของ” แถมขู่ว่าจะจับให้หมดแบบนี้เขาเรียกว่า”พาลไปทั่ว” แต่ก็ดีนะ ถ้าจะมีการ”จับล้างบาง” นอกจากบ้านเมืองจะ”ปลอดอบายมุข” แล้ว ประชาชนอาจจะได้เห็น”มวยถูกคู่” ระหว่าง ”ปกครอง”กับ”ตำรวจ” ให้ได้ดูชม…..

@ตามไปดูเรื่อง”ไม่ชอบมาพากล” อีกสักเรื่อง “บรรทุกน้ำมันจากประเทศ”มาเลเซีย” ที่ถูก”ศุลกากร”ยึดไว้ ตามความผิด พรบ.ศุลกากร ที่นำน้ำมันดีเซล ซึ่งแจ้งการเดินทางไปยัง สปป.ลาว แต่มีการไม่ปฏิบัติตาม พรบ.ศุลกากร โดยนำน้ำมันไปขายในประเทศ แทน   การไปยัง สปป.ลาว ประเทศปลายทางที่แจ้งไว้ วันนี้”เสี่ยโก้” ผู้อยู่เบื้องหลัง ในการ”นำเข้า” โดยว่าจ้าง บริษัทชิปปิ้ง ใน ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา ก็”ซิ่งหนี” ไม่รับผิดชอบ ปล่อยให้ เจ้าของบริษัท”ชิปปิ้ง” ผู้ดำเนินการ”นำเข้า” รับผิดตาม พรบ.ศุลกากร   บริษัท”ถูกแขวน” ห้ามประกอบธุรกิจ และอาจจะถูกยึดเงินประกัน….ในขณะที่ “บริษัท” ที่เป็น”เจ้าของรถบรรทุกทั้ง 8 คัน   จาก จ.พิษณุโลก ใช้” อิทธิฤทธ์” วิ่งเต้นเอา”หัวรถ” ที่มีราคาออกไปจาก”ด่านศุลกากร” เหลือแต่”ส่วนหาง” ที่ เจ้าหน้าที่”ศุลกากร” อ้างว่า”ส่วนหาง” คือของกลางในการทำผิด อย่างนี้ก็มีด้วย  เอ้า ผอ.ศุลกากรภาค 4  ตอบข้อเท็จจริง ว่าเป็นอย่างนี้จริง หรือมีการ”ซูเอี๋ย” กัน ระหว่าง เจ้าหน้าที่กับ”นายทุน” หรือไม่….และเป็นไม่ได้หรือที่”เจ้าของรถ” จะไม่ต้อง”รับผิด”โดยเฉพาะ”คนขับ” เพราะเป็นผู้ถือ”เอกสาร” ในการส่งน้ำมันที่”ปลายทาง” คือ” สปป.ลาว…..

@สำหรับ”เสี่ยโก้” เป็น”นายทุน” ที่ทำธุรกิจ”สีเทา” มีเอกสารระบุว่าเป็นคน “เมืองโอ่ง” ราชบุรี แต่ผู้ที่มี”อิทธิฤทธิ์” ที่อยู่เหนือ”เสี่ยโก้” คือ”นายพล”คนหนึ่งใน กองบัญชาการตำรวจภาค 3 เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของ”บิ๊กเด่น” พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ในการ สืบสวน ข้อเท็จจริง และที่สำคัญ “เสี่ยโก้” นำเข้าน้ำมันจากประเทศมาเลเซีย”แจ้งการเดินทาง ไปยัง สปป.ลาว แต่ขายในประเทศมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ไม่เคยมีเรื่องถูกแจ้งว่าผิด พรบ.ศุลกากร เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มี”เงื่อนงำ” ที่ต้อง”สอบถาม”จาก”ศุลกากร จ.บึงกาฬ ว่าทำไม ครั้งนี้จึงมีการแจ้งความ”เอาผิด” ทั้งที่ทำกันมาเป็น”นิจสิน”อธิบดีกรมศุลกากร ไม่ลอง”ค้นหา” ความจริง บ้างหรือไร…..ข่าวว่า “เจ้าของบริษัทชิปปิ้ง” ที่ได้รับความ”เสียหาย”จากการที่”เสี่ยโก้” ทำตัวเป็น”ขอมดำดิน” ไม่ยอมโผล่มารับผิดชอบใน”ฐานะ” ผู้ว่าจ้างให้ทำเอาการ “นำเข้า”และ”ทรานส์ซิส” เส้นทางของประเทศไทย เพื่อไปยัง สปป.ลาว. ได้เข้าร้องกับเจ้าหน้าที่” ดีเอสไอ” ภาคใต้ สำนักงาน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แต่”เจ้าหน้าที่” ไม่รับเป็น”คดีพิเศษ” แถมยังพูดให้”ปวดกระดองใจ” ว่ารู้ๆกันอยู่ว่าใครอยู่เบื้องหลัง “เวรกรรม”ของประเทศไทย”มีจริง”แฮะ….

@เรื่องอย่างนี้แหละที่”ดีเอสไอ” ต้อง เข้ามา”แคะคุ้ย” เพราะเป็นเรื่อง”อาชญากรทางเศรษฐกิจข้ามชาติ” ที่สามารถสาวไปสู่ “ขบวนการใหญ่โต” ที่มี”เจ้าหน้าที่รัฐ” ร่วมมือกับ”กลุ่มทุน” ในการทำลายเศรษฐกิจของประเทศ ส่วนเรื่อง”เหล้าเถื่อน บุหรี่เถื่อน” ให้เป็นหน้าที่ของ”สรรพสามิตอำเภอ เขามีหน้าที่”จัดการ”ได้ ไม่ต้องใช้”บริการ”ของ”ดีเอสไอ” เช่นเดียวกับเรื่อง”บ่อดิน –บ่อทราย” หน่วยงานที่ รับผิดชอบเรื่อง”ทรัพยากรธรรมชาติ” ก็มีหน้าที่โดยตรงอยู่แล้ว “ดีเอสไอ” ต้องทำเรื่องใหญ่ๆ อย่างเรื่อง”ขบวนการน้ำมันข้ามชาติ”จึงจะถูกต้อง

@เมื่อไม่กี่วันก่อน “เจ้าหน้าที่โรงงานยาสูบ” ยกโขยง” ลงมาภาคใต้ เพื่อทำการ จับกุม กลุ่มนายทุน”บุหรี่หลบหนีภาษี” มา”ปักหลัก” ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา อยู่หลายคืน  จับได้แต่”ปลาซิว ปลาสร้อย” ส่วน “ปลาตัวใหญ่” อย่าง”เสี่ยหยอย” เป็น”นกรู้” ปิดร้าน ปิดโกดัง เงียบกริบ  หลังเจ้าหน้าที่กลับไป ก็เปิดขายเหมือนเดิม และ”โกดังใหญ่” ที่ ต.สทิงหม้อ อ.สทิงพระ จ.สงขลา ก็ไม่ถูก”รบกวน” เป็นการ”ขี้ช้างจับตั๊กแตน” ที่ไม่มีผลทำให้”บุหรี่หนีภาษี”หายไปจาก”ประเทศไทย” เพราะ”ฐาน”ของ”ราคา” ระหว่าง “บุหรี่”ที่ เสียภาษี “ห่าง” จากราคา”บุหรี่หนีภาษี”ถึงซองละ 80 บาท ถ้า”โรงงานยาสูบ” ไม่ปรับราคาขายให้”ใกล้เคียง” กับ”บุหรี่เถื่อน” โรงงานยาสูบมีแต่”รอวัน” ขาดทุนย่อยยับ และ”เจ๊ง” ในที่สุด เช่นเดียวกับ เกษตรกร ผู้ปลูก”ต้นใบยา” เตรียมเปลี่ยนอาชีพไปปลูก”กัญชา” และ”กระท่อม” ได้เลย…..และที่”ฉวยโอกาส” คือมีกลุ่มผู้”อ้างตัวเป็น”นักข่าว” จาก”ส่วนกลาง” เข้ามา”ตบทรัพย์” จาก “ร้านขายบุหรี่” และจาก” เจ้าหน้าที่สรรพสามิต” ที่ปล่อยให้”ร้านค้าบุหรี่” เต็มบ้านเต็มเมือง…..

@มาดูเรื่องของ”การเมือง” เริ่มจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่วันนี้ทุกพรรคการเมืองชู”ประเด็นเรื่องแก้ปัญหาไฟใต้” เริ่มจาก”ประชาธิปัตย์” โดย “นิพนธ์ บุญญามณี” รองหัวหน้าพรรค และผู้อำนวยการเลือกตั้ง ที่ชูนโยบายนำ”สันติภาพ”สู่”สันติสุข” และการแก้ปัญหา” การเมือง นำการทหาร” และนำเอา “พรบ.ศอ.บต.” เต็มใบกลับมาอีกครั้ง เพื่อการเดิน”สองขา” ระหว่าง”ขาของการพัฒนา” โดย ศอ.บต. และขาของ”ความมั่นคง” โดย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ในการสร้าง”สันติสุข”ให้เกิดขึ้น ซึ่งมีเสียงตอบรับ”กระหึ่ม”จาก คนในพื้นที่  ที่ทำให้มีการ”ประเมิน” ว่า “ประชาธิปัตย์” จะได้ สส. 4 ถึง 6 ที่นั่ง ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้….ในขณะที่”ภูมิใจไทย” เด็ดสะระตี่ “กว่า เพราะ สามารถให้” ครม. “เห็นชอบ ในการเพิ่มเงิน”ค่าป่วยการ” ให้กับ”อสม. คนละ 2,000 บาทต่อเดือน  รับรองว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ “คะแนน” จาก”อสม. ไหลเข้า”ภูมิใจไทย”อย่าง”ท่วมท้น” นอกจากนี้ยัง ชูธง” สนับสนุนขบวนการ” สันติภาพชายแดนใต้” ที่เป็น”นโยบาย” ของการ”หาเสียง” ในครั้งนี้…..ในขณะที่ “ประชาชาติ”ซึ่งเป็น”พรรคฝ่ายค้าน” ในพื้นที่แต่ได้เปรียบตรงที่มี สส.ถึง 6 คน และ ทั้งหัวหน้าพรรค”วันมูหะมัดนอร์ มะทา” หัวหน้าพรรค” และ”พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” สส.บัญชีรายชื่อ และ เลขาธิการพรรค อาศัยการเป็น”พรรคท้องถิ่น” และการลงพื้นที่อย่าง”เกาะติด” เป็นที่ “ชื่นชอบ” ของคนในพื้นที่ ซึ่งหาก”คู่แข่ง” ในแต่ละเขต “กระสุน”ไม่มากพอ ก็ยังยากที่จะ”โยกคลอน” ให้ ประชาชน เปลี่ยนใจ….

@ในขณะที่”พลังประชารัฐ” ของ”บิ๊กป้อม” พล.อ.ปาระวิตร วงศ์สุวรรณ ยังเป็นพรรคที่”ไม่มีจุดขาย” อาศัยเพียง”ชื่อชั้น” ของ”ผู้สมัคร” ในการ”สร้างกระแส” เช่นเดียวกับ”รวมไทยสร้างชาติ” ของ”บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ที่หวังขาย”บิ๊กตู่” ที่”ขายไม่ออก”ยิ่งล่าสุดมีการ”ดอง” กฎหมาย ว่าด้วยการ”อุ้มหาย” ที่เป็นความต้องการของคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้”ศาลรัฐธรรมนูญ” ตีความ “ทั้ง 2 ป” ที่มียศ”พลเอก” ทั้งคู่   อย่าเข้าใจว่า กำลัง “ทหาร” ในพื้นที่ ซึ่งมีอยู่ 5-6 หมื่นคน จะ”ตบเท้า” เลือกผู้สมัครของ”พลังประชารัฐ” และของ”รวมไทยสร้างชาติ” เพราะ ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาเมื่อปี 2562  ซึ่งขณะนั้น”บิ๊กตู่” ยังอยู่ในกระแสของ”ขาขึ้น” ยังไม่สามารถช่วยให้ผู้สมัครพรรคของ”สุเทพ เทือกสุบรรณ” ที่เป็น”พันธมิตร” กับ”บิ๊กตู่” เข้าสภาฯแม้แต่”คนเดียว”…..เมื่อ “นริศ ขำนุรักษ์” สส.ประชาธิปัตย์เขต 3 จ.พัทลุง” ถอดใจ” เพราะ”สุขภาพ”ไม่”อำนวย” ในการลงสมัครเป็น สส.เขต โดยไปอยู่ในบัญชี”ปาร์ตี้ลิสต์” และส่ง”ร่มธรรม ขำนุรักษ์” ลูกชาย” นักอนุรักษ์ธรรมชาติ “ ลงสมัคร สส.เขต พัทลุงแทน  และเขตนี้ “ภูมิใจไทย” โดยแม่ทัพหญิง”นาที รัชกิจประการ” ส่ง “มนตรี ภักดี” ผู้เป็น”พี่ชาย” ลงให้”ประชาชน”เลือก เขตเลือกตั้งที่ 3 จึงเป็นเขตของ”สงครามตัวแทน” ระหว่าง 2 พรรค ที่ต่างประกาศจะ”ยกจังหวัด” เป็นการ”ประกาศ” ที่เหมือกับว่า” เมืองลุง” ไม่มีผู้สมัครพรรครวมไทยสร้างชาติที่เป็น ”บ้านใหญ่” ของ”ตระกูลธรรมเพชร”ที่ส่ง”นิธิศักดิ์ ธรรมเพชร” ลงสมัครในครั้งนี้ในเขต 2 พัทลุง   “ศึกที่พัทลุง” วันนี้ยัง”ฟันธง” ไม่ได้ ต้องดูกันแบบ”ยาวๆ” และถึงจะเป็น”หนังบู๊” ก็ต้องสู้กันถึงฎีกา ไม่มีแบบ ปัง ปัง ปัง แล้วจบ แบบ”หนังสั้น” แน่นอน…..

@สนามการเลือกตั้งเขต 1 สงขลา ไม่ว่าจะมีผู้สมัครกี่คนกี่พรรค แต่เอาเข้าจริง สู้กันที่ 3 คน 3 พรรค คือ “สรรเพชญ บุญญามณี ลูกชายของ”นิพนธ์ บุญญามณี  จากค่าย”แม่ธรณีบีบมวยผม” ประชาธิปัตย์  2” เจือ ราชสีห์”  อดีต สส.เขต 1 ของ  “ประชาธิปัตย์ “ที่มาอยู่”รวมไทยสร้างชาติ” และ 3 “ประสงค์ บริรักษ์”  อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเขารูปช้าง  ซึ่งวันนี้ ทั้ง 3 คน 3 ค่าย ต่างมั่นใจว่า”สู้ได้” และ”ได้เป็น” สส. แต่สุดท้ายมีคนที่”เข้าวิน” เพียงคนเดียว ส่วนจะเป็นใคร วันนี้ยังเร็วไปที่จะ”ฟันธง”…..จับโจรต้องจับหัวหน้า ในที่สุด พล.ต.ต.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผบก.ตม. 6 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ ก็จับกุม”เจ๊ไม้” เอเย่นต์ ค้าแรงงาน”ข้ามชาติ” รายใหญ่ของภาคใต้ เป็น”ผู้ต้องหา”ค้า”มนุษย์” ก็หวังว่า”สุดท้าย” คงจะไม่”หลักฐานอ่อน” และ”ไม่พอฟ้อง” นะ….. แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้าครับ

————————————————————– 

ไชยยงค์ มณีพิลึก 

พระราชทาน.  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายสนั่น พงษ์อักษร ผวจ.นราธิวาว อัญเชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบให้แก่ เจ้าหน้าที่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บจาก กับระเบิดจากการซุ่มโจมตี ที่ อ.ศรีสาคน จ.นราธิวาส ณ ร.พ.นราธิวาสราชคนรินทร์ อ.เมือง จ.นราธิวาส 

บริจาค.   พระเทพศีลวิสุทธิ์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 18 เจ้าอาวาสวัดประชุมชลธารา อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส และ ธนาธิป พรหมชื่น กำนัน ต.สุไหงปาดี  ร่วมบริจาคเงินสมทบทุนซ่อมแซมมัสยิดมูฮัมมาดี หมู่ 1 ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส 

เป็นประธาน.    พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ/เลขาธิการพรรคประชาชาติ เป็นประธานตัดหวายฝังลูกนิมิต “ลูกเอก” ณ วัดวังสิตาวาส (วัดสาเมาะ.) ต. ท่าธง  อ.รามัน.จ.ยะลา มีชาวไทยพุทธ ร่วมในพิธี อย่างคับคั่ง 

แห่ผ้าขึ้นธาตุ.   ธราวุธ ช่วยเกิด ปลัดจังหวัดยะลา พร้อมด้วย บุคลากร ที่ทำการปกครองจังหวัดยะลา ร่วมแห่ผ้าขึ้นพระธาตุเจดีย์ศรีพุทธภูมิไตรภพไตรมงคล เนื่องในเทศกาลวันมาฆบูชา พุทธศักราช 2566 ซึ่งมีกิจกรรมประกอบด้วย ขบวนแห่ผ้าขึ้นพระธาตุฯ การแสดงจากชมรมนางรำลูกเจ้าพ่อหลักเมืองยะลา และวิทยาลัยผดุงประชายะลา และการแสดงรำมโนราห์ โดยมี พันจ่าโท อนันต์  บุญสำราญ รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธาน  ณ วัดพุทธภูมิ พระารามหลวง อ.เมือง จ.ยะลา 

กำลังใจ.   ฮัสบูเล๊าะ หิเล นายกสมาคมผู้นำอิสลามชายแดนใต้ นำผู้บริหารสมาคม เข้าให้กำลังใจ พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่ ครม.มีมติโอนย้ายไปรับตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ณ บ้านพัก ที่ ศอ.บต. อ.เมือง จ.ยะลา 

ห่วงใย.   เฉลิมพร ขำเขียว ผบ.กองพลทหารราบที่ 15 ผบ.ฉก.นราธิวาส และคณะ เยี่ยมกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกซุ่มโจมตี ที่ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ณ ร.พ.นราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมือง จ.นราธิวาส 

ปิดกิจกรรม.   สุนิสา รามแก้ว ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานเปิดกิจกรรมวิทยุสัญจร “เรดโอ ออน ทัวร์” ณ บ้านสวนแคมป์ปิ้ง ตะโล๊ะเว ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา 

บวงสรวง.   พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยงและกีฬาได้เป็นประธานพิธีบวงสรวงหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ณ วัดต้นเลียบ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา 

อนุรักษ์.    เดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สส.เขต 5 สงขลา ประชุมผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น และประชาชนริมคลองบางเหรียง และ คลองบางกล่ำ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา เพื่อร่วมกันดูแลรักษาฟื้นฟู ให้มีความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำ ณ ร้านอาหารครัวออร่า ต.บางเหรียง อ.ควนเนียง จ.สงขลา 

เยี่ยมประชาชน.  อัมรันท์ บากา นายอำเภอกาบัง จังหวัดยะลา พร้อมด้วย ปลัดอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน  ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนในพื้นที่  เรียนรู้การเพาะเลี้ยงหอยเชอร์รี่สีทอง (อาชีพเสริม) เพื่อนำไปประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่  เพื่อสร้างความสัมพันธ์ ที่ดี ปรับทุกข์/ผูกมิตร สอบถามปัญหาความเดือดร้อน ต่าง ๆ สร้างขวัญกำลังใจให้กับประชาชนในการดำเนินชีวิต ณ หมูที่ 4 บ้านคชศิลา ต.บาละ  อ.กาบัง จ. ยะลา 

แข่งนก.   พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา เปิดการแข่งขันนกกรงหัวจุก และร่วมพบปะ ให้กำลังใจ คณะกรรมการ และผู้ที่นำนกเข้าร่วมการแข่งขันนกกรงหัวจุก โดยครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 36  เพื่อส่งเสริมประเพณี วัฒนธรรมในท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจ  และการท่องเที่ยว รวมไปถึงเป็นการเสริมสร้างความสามัคคี ให้กับพี่น้องประชาชน อีกด้วย ณ สนามศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา เขตเทศบาลนครยะลา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา 

ขอโทษ.   ชัยชนะ เดชเดโช สส. จ.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ พร้อม สานันท์ สุพรรณชนะบุรี อดีตนายก อบจ.พัทลุง พร้อมด้วย น.ส.ปิยะกาญจน์ สุพรรณชนะบุรี ผู้สมัคร สส.เขต 2 ประชาธิปัตย์ ขอโทษ รศ.ดร.ญฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ อธิการบดีมหาวิทาลัยทักษิณ ที่ได้ปราศรัย ก้าวล่วง มหาวิทยาลัยทักษิณ ณ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง 

ฐานันดร 4.   วิสุทธิ์ สิงห์ขจรวรกุล อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทยและอดีต ผอ.ศอ.บต. มอบกรอบ ข้อความ”ฐานันดร 4 ให้ ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย (สนต.)ในงาน “สังสรรค์วันนักข่าว” ณ ห้องกรุงเทพ โรงแรมบีพีแกรนด์ทาวเวอร์ หาดใหญ่ จ.สงขลา 

ตัวแทน.    พรรคพลังประชารัฐ ประชุมตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดสงขลา ณ ห้องประชุมโรงแรม MBI ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา โดยเลือก พัฒนา ฤทธิ์รงค์ พิทักษ์ พฤกษานุศักดิ์ และ ไพบูลย์ ชนะโอภาส เป็นตัวแทนพรรคการเมือง จ.สงขลา 

เดือดร้อน.  กิตติทัช ณวาโย  ประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางพาราแห่งประเทศไทยแถลงข่าวถึงความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรทีผลิตยางแปรรูปหลังรัฐยกเลิกผลิตภัณฑ์จากการแปรรูปยางพารา ณ สหกรณ์การเกษตรรัตภูมิ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา 

เปิดศูนย์.    นิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และเดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรคภาคใต้และ สส.เขต 5  ร่วมเปิดศูนย์ประสานงานเขตเลือกตั้งที่ 1  โดยมีพระครูโสภณวราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ปฐมมาวาส พระอารามหลวง รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา เจิมป้ายศูนย์ประสานงานเพื่อเป็นศิริมงคล มีผู้ร่วมแสดงความยินดีคับคั่ง 

แถลงข่าว.   วิศิษฐ์ อนันต์วรปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธาน แถลงข่าว “Love Trang 2023 by เทศกาลวิวาห์ใต้สมุทร” ซึ่งต่อยอดมาจากเทศกาลวิวาห์ใต้สมุทร สู่การเป็นเทศกาลเฉลิมฉลอง “ความรัก – ที่ชาวตรังมีให้” จนใครๆ ก็ต้อง ไป#Love Trang ณ สวนสาธารณะพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง 

เปิดป้าย.  บุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ นายก อบจ.ตรัง เป็นประธานในพิธีเปิดป้ายมูลนิธิเพื่อโรงเรียนย่านตาขาวรัฐชนูปถัมภ์ และสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนย่านตาขาวรัฐชนูปถัมภ์ โดยมีคณะกรรมการโรงเรียน คณะผู้บริหาร  ผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสมาคมศิษย์เก่าคณะครูและบุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนโรงเรียนย่านตาขาวรัฐชนูปถัมภ์ เข้าร่วมทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2565 เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียนและพัฒนาคุณภาพชีวิตการศึกษาของโรงเรียน