นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ แถลงต่อที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 7 ของคณะกรรมการกลางพรรคคนงาน ชุดที่ 8 เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา เรียกร้อง “การปฏิวัติผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร” และกล่าวว่า ผลผลิตธัญพืชในปีนี้ “ต้องเป็นไปตามเป้าหมาย” ขณะเดียวกัน การดำเนินงาน ต้องเป็นไปตาม “การกำหนดกลยุทธ์อันนำไปสู่การจัดทำยุทธศาสตร์ที่ถูกต้อง สำหรับการพัฒนาทางเกษตรกรรม”

อนึ่ง บทบรรณาธิการในหนังสือพิมพ์โรดอง ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของพรรคคนงาน พรรครัฐบาลตลอดกาลของเกาหลีเหนือ เผยแพร่เมื่อไม่นานมานี้ว่า จวบจนถึงปัจจุบัน เกาหลีเหนือยังคงต้องรับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจาก “กลุ่มจักรวรรดิ” ซึ่งกลุ่มประเทศเหล่านี้ “ใช้ความใจบุญเป็นหน้ากากบังหน้า” เพื่อ “ปล้นและเอาชนะ” ประเทศผู้รับความช่วยเหลือ และเพื่อแทรกแซงกิจการภายใน

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเปรียบเสมือน “ลูกกวาดอาบยาพิษ” ดังนั้น ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องควรเพิ่มการตระหนักรู้ถึงการพึ่งพิงตนเอง และร่วมกันดำเนินการเพื่อลดการผูกติดกับความช่วยเหลือจากภายนอก เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ให้อยู่บนรากฐานของ “การพึ่งพาตัวเองอย่างยั่งยืน” ตามหนึ่งในพื้นฐานของหลักนิยมทางการเมืองของเกาหลีเหนือที่เรียกว่า “จูเช่” แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน จูเช่เป็นแนวคิดที่ “ไม่ทันโลก” อีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม การที่ท่านผู้นำของเกาหลีเหนือและรัฐบาลเปียงยาง ยังไม่เคยประกาศ แนวทางพลิกฟื้นสถานการณ์ออกมาอย่างชัดเจน โลกภายนอกจึงยิ่งจับตาด้วยความวิตกกังวล ต่อวิกฤติด้านมนุษยธรรมที่ประชาชนในประเทศแห่งนี้กำลังเผชิญ ท่ามกลางรายงานว่า ชาวเกาหลีเหนือเสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่มีอาหารเพียงพอบริโภค

Al Jazeera English

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงไม่กี่ปี ก่อนการล่มสลายของสหภาพโซเวียต เมื่อปี 2534 เกาหลีเหนือเผชิญกับภาวะทุพภิกขภัยครั้งร้ายแรง ความอดอยากคร่าชีวิตประชาชนหลายล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วนระหว่าง 3-5% ของประชากรเกาหลีเหนือในเวลานั้น ที่มีจำนวนประมาณ 20 ล้านคน

ขณะที่การวิเคราะห์จากข้อมูลการค้า และภาพถ่ายจากดาวเทียมสอดแนม โดยสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของเกาหลีใต้ เป็นไปในทางเดียวกันว่า ปริมาณอาหารสำรองของเกาหลีเหนือ “คงเหลือน้อยกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่มนุษย์ต้องการบริโภคขั้นพื้นฐานในแต่ละวัน”

ยิ่งไปกว่านั้น การแจกจ่ายหรือการปันส่วนอาหารเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมากในเกาหลีเหนือ ทั้งที่มาตรา 65 ของรัฐธรรมนูญเกาหลีเหนือระบุว่า พลเมืองทุกคนจะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมจากรัฐ ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากรัฐบาลเปียงยางมีบรรทัดฐานทางสังคม ที่เรียกว่า “ซองบุน” (Songbun) และการเน้นเฉพาะ “กลุ่มหลัก” (Key Group) ซึ่งถือเป็นชนชั้นสูง ที่แน่นอนว่า คือ นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดคนปัจจุบัน พร้อมสมาชิกในตระกูลคิม และทหารซึ่งเกาหลีเหนือถือว่า “เป็นกำลังหลักของประเทศ”

แต่ผลการศึกษาโดยสถาบันด้านเกาหลีเหนือหลายแห่ง บ่งชี้ไปในทางเดียวกันว่า หากรัฐบาลเปียงยางนำงบประมาณทั้งหมดที่ใช้ไปกับการทดสอบขีปนาวุธตลอดปีที่แล้ว ไปซื้อหาอาหารเพื่อประชาชน งบประมาณนั้นน่าจะเพียงพอซื้ออาหารได้มากกว่า 1 ล้านตัน ซึ่งเพียงพอเลี้ยงดูชาวเกาหลีเหนือตลอดทั้งปี.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : REUTERS