การประกาศซื้อกิจการเครดิตสวิส นับเป็นการปิดฉากการแข่งกับเวลาของหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อหลีกเลี่ยงความปั่นป่วนของตลาดการเงินโลก โดยทั้งธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (เอสเอ็นบี) และรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ ร่วมให้คำมั่นจัดสรรเงินกู้ยืม และอนุมัติเงินค้ำประกันรวมมากกว่า 160,000 ล้านฟรังก์สวิส (ราว 6 ล้านล้านบาท) ในการสนับสนุนการเทคโอเวอร์กิจการ เพื่อป้องกันความเสี่ยงให้กับยูบีเอส

การทำธุรกรรมดังกล่าว จะมอบอำนาจมหาศาลให้กับยูบีเอส เพราะธนาคารคู่แข่งหลักหายไป รวมทั้งเป็นการเปลี่ยนภูมิทัศน์ของการธนาคารในสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเดิมมีสาขาของเครดิตสวิส และยูบีเอส กระจายทั่วประเทศ และอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เมตรในบางพื้นที่

ธนาคารทั้งสองแห่ง ซึ่งเป็นเสาหลักของการเงินโลกมานานหลายทศวรรษ ถือครองทรัพย์สินรวมสูงถึง 140% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสวิตเซอร์แลนด์ ประเทศที่พึ่งพาการเงินอย่างมากในด้านเศรษฐกิจ

Bloomberg Television

หลังวิกฤติการณ์การเงินปี 2551 นักการเมืองสวิสหลายคนให้คำมั่นว่า จะไม่อุ้มธนาคารสวิตเซอร์แลนด์อีก แต่การช่วยเหลือเครดิตสวิสที่เกิดขึ้นนั้น แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางอย่างต่อเนื่องของสถาบันการเงิน และความรวดเร็วที่ปัญหาส่งผลกระทบต่อประเทศ อีกทั้งยังเป็นการกำจัดคู่แข่งของธนาคารวอลล์ สตรีท ไปด้วยในตัว เนื่องจากยูบีเอสวางแผนที่จะลดธนาคารเพื่อการลงทุนของเครดิตสวิส

ทั้งนี้ ยูบีเอสตกลงเข้าซื้อกิจการของเครดิตสวิสในวงเงิน 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 110,000 ล้านบาท) และรับภาระขาดทุนอย่างน้อย 5,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 184,000 ล้านบาท) จากการถอนหลักทรัพย์ของตราสารอนุพันธ์ และสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงอื่น ๆ

แม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นจุดพลิกผันครั้งประวัติศาสตร์ของธนาคาร แต่ในช่วงวิกฤติทางการเงินครั้งใหญ่นี้ ยูบีเอสคือผู้ที่ต้องการการสนับสนุนจากรัฐ ไม่ใช่เครดิตสวิส

ชะตากรรมของธนาคารทั้งสองแห่งในสวิตเซอร์แลนด์ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วงปีที่ผ่านมา โดยยูบีเอสทำกำไรสุทธิ 7,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 260,000 ล้านบาท) เมื่อปี 2565 ตรงข้ามกับเครดิตสวิสที่ขาดทุนสุทธิถึง 7,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 270,000 ล้านบาท) ยิ่งไปกว่านั้น หุ้นของเครดิตสวิสยังลดลง 74% จากปีที่แล้ว ในขณะที่หุ้นของยูบีเอส อยู่ในระดับค่อนข้างทรงตัว

อย่างไรก็ตาม การล่มสลายของเครดิตสวิส ทำลายชื่อเสียงของสวิตเซอร์แลนด์ในด้านการธนาคาร และส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อการเงินทั่วโลก

นอกจากนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับยูบีเอส เนื่องจากนักวิเคราะห์หลายคนระบุว่า ธนาคารเผชิญกับความเสี่ยงในการตกลงซื้อกิจการให้เสร็จสิ้น, อาจมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี, หน่วยงานกำกับดูแลอาจขอให้ธนาคารถือเงินทุนเพิ่มขึ้นในอนาคต และที่สำคัญ ฝ่ายบริหารจะไขว้เขวเพราะข้อตกลงนี้ เป็นเวลาหลายเดือน หรืออาจจะนานหลายปี.

เลนซ์ซูม