ก่อนหน้านี้ ดับเบิลยูเอชโอระบุชื่อประเทศ 9 ประเทศ ซึ่งอาจมีการจำหน่ายยาน้ำเชื่อมแก้ไอที่ปนเปื้อน หลังการเสียชีวิตของเด็กทารกมากกว่า 300 ราย ใน 3 ทวีป เมื่อปีที่แล้ว มีความเชื่อมโยงกับยาชนิดนี้ โดยนายรูเทนโด คูวานา หัวหน้าทีมสำหรับเหตุการณ์เกี่ยวกับยาที่ไม่ได้มาตรฐานและยาปลอม ของดับเบิลยูเอชโอ ปฏิเสธที่จะระบุชื่อประเทศใหม่อีก 6 ประเทศ ที่หน่วยงานกำลังทำงานด้วยกัน ขณะที่การสืบสวนยังอยู่ระหว่างดำเนินการ

คูวานา กล่าวเตือนว่า ยาที่ปนเปื้อนยังสามารถพบได้ในอีกหลายปี เพราะถังบรรจุส่วนผสมสำคัญอาจยังคงอยู่ในโกดังของผู้ผลิต อีกทั้งยาน้ำเชื่อมแก้ไอและสารโพรพิลีนไกลคอล มีอายุการเก็บรักษาประมาณ 2 ปี นั่นหมายความว่า ความเสี่ยงจากยาน้ำเชื่อมแก้ไอที่เป็นพิษ “ยังคงมีอยู่” เช่นกัน

ผู้สันทัดกรณีด้านการผลิตยาหลายคนกล่าวว่า ในบางครั้ง ผู้ประกอบการบางคนใช้สารทางเลือกที่เป็นพิษ ได้แก่ เอทิลีนไกลคอล และไดเอทิลีนไกลคอล แทนโพรพิลีนไกลคอล เนื่องจากมันมีราคาถูกกว่า ทว่าสารทางเลือกเหล่านี้มักถูกนำไปใช้ในน้ำมันเบรก หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่มนุษย์ไม่ควรบริโภค

ทฤษฎีการทำงานของดับเบิลยูเอชโอ ระบุว่า ในปี 2564 เมื่อราคาของโพลพิลีนไกลคอลพุ่งสูง ผู้จัดส่งยาอย่างน้อยหนึ่งรายจึงผสมของเหลวพิษที่มีราคาถูกกว่า กับสารเคมีที่ถูกต้องตามกฎหมาย

เมื่อไม่นานมานี้ หน่วยงานกำกับดูแลของไนจีเรียประกาศเตือนเกี่ยวกับยาน้ำเชื่อมพาราเซตามอลปนเปื้อน ซึ่งวางจำหน่ายในไลบีเรีย แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด ขณะนี้ ทางหน่วยงานกำลังตรวจสอบยาน้ำเชื่อมดังกล่าว ซึ่งไม่มีขายในไนจีเรีย เพราะไลบีเรียไม่มีสถานที่ทดสอบตัวยา

อนึ่ง ดับเบิลยูเอชโอออกคำเตือนด้านความปลอดภัยสำหรับยาที่ผลิตในอินเดีย ซึ่งพบในแกมเบีย กับอุซเบกิสถาน เมื่อปีที่แล้ว เช่นเดียวกับที่พบในไมโครนีเซีย และหมู่เกาะมาร์แชลล์ ในปีนี้ ตลอดจนยาน้ำเชื่อมแก้ไอของอินโดนีเซีย ซึ่งผลิตและจำหน่ายภายในประเทศเท่านั้น

เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ดับเบิลยูเอชโอระบุถึง 4 ประเทศที่กำลังทำงานร่วมกัน ได้แก่ ติมอร์เลสเต, กัมพูชา, เซเนกัล และฟิลิปปินส์ เพื่อติดตามว่า มียาน้ำเชื่อมแก้ไอที่ปนเปื้อนชนิดใดเข้าสู่ตลาดของพวกเขาหรือไม่

นับตั้งแต่ปี 2544 ดับเบิลยูเอชโอแนะนำว่าไม่ควรให้เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ รับประทานยาน้ำเชื่อมแก้ไอ เนื่องจากมันมีหลักฐานจำกัดเกี่ยวกับประสิทธิภาพ และผลข้างเคียงของตัวยาที่มีต่อเด็ก นอกจากนี้ จำนวนผู้เสียชีวิตจากยาน้ำเชื่อมแก้ไอปนเปื้อนเมื่อปีที่แล้ว ถือว่ามากที่สุดเป็นประวัติการณ์

ทั้งนี้ทั้งนั้น ดับเบิลยูเอชโอเรียกร้องให้ทุกประเทศยกระดับการเฝ้าระวัง และมอบความช่วยเหลือแก่ประเทศที่ไม่มีทรัพยากรในการตรวจสอบยาของตนเอง.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES