สำหรับวันพุธที่ 19 ก.ค.2566 …. เกมการเมืองในรัฐสภา เมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา..ต่างฝ่ายมองไปคนละด้าน ใครได้ใครเสียกับศึกประลองยุทธ์ที่เดิมพันตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ..การหงายไพ่ทีละใบของนักชกคาดเชือกแต่ละฝ่ายได้เปิดหน้าให้ประชาชนได้เห็นทั่วประเทศ…ทันทีที่พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรค เปิดเกมให้ “หมอชลน่าน” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เสนอชื่อ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” พรรคก้าวไกล” เป็นนายกรัฐมนตรี โดยไม่มี ส.ส.เสนอชื่ออื่นแข่ง …พรรคภูมิใจไทย ส่ง “ส.ส.ชาดา” นักการเมืองฮาร์ดคอร์จากอุทัยธานี ลงปะฉะดะดุเดือดเลือดพล่าน โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไข “ม.112” ที่พรรคคัดค้านเต็มสูบ จนมีวาทะเผ็ดร้อนผุดเต็มโซเชียล

ดูเหมือนกลยุทธ์ขุดบ่อล่อปลาให้ขุนพลตัวจริงอย่าง “พิธา” และ “ชัยธวัช” เลขาธิการพรรคก้าวไกล หลงทางให้ปะทะบทโหด เกิดอารมณ์แค้นเคืองไม่หวังเสียง 77 เสียงจากพรรคภูมิใจไทย ที่จะโหวตให้ .. แต่สองคีย์แมนจากก้าวไกลกลับแสดงบทบาทพระเอกใช้คารมคมคายและรอยยิ้มให้ปรากฏต่อมวลสมาชิกรัฐสภาและประชาชนที่ติดตามทางสื่อโซเชียล ในขณะที่บทบาทของ ส.ว. ตัวตึงที่ประกาศไม่เอา “พิธา-ก้าวไกล” มาตลอด ก็เล่นบทบาท “พาลีสอนน้อง” ในรามเกียรติ์ ทั้งนิติสงครามจนเกิดวาทะศาลเตี้ยในสภา ทำให้ “พิธา” ยอมถอยถอนคำพูดในสภาเพื่อจบเกมไว ที่จะมีการประท้วงเหมือนจะมั่นใจว่าจะผ่านมติเห็นชอบที่เกิน 375

เมื่อภาพของพรรคร่วม 8 พรรค “ก้าวไกล” และ “เพื่อไทย” คือ “พระราม = พระลักษณ์” ผิดกับภาพของพรรคที่ประกาศจะเป็นฝ่ายค้านไม่จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย และ ส.ว.หัวอนุรักษ์นิยมเป็นภาพของกองทัพยักษ์ที่มีทศกัณฐ์เป็นหัวหน้า แต่เมื่อประกาศขานชื่อและการขอเสียงลงมติแบบไวกว่ากำหนด ผลออกมาวืดเพราะเห็นชอบ 324 ไม่เห็นชอบ 182 งดออกเสียง 199 โดยแยกเป็น ส.ส.เห็นชอบ 311 , ส.ว.เห็นชอบ 13 ส่วนไม่เห็นชอบ ส.ส. 148 และ ส.ว.34 และที่งดออกเสียง เป็น ส.ส.40 เป็น ส.ว.197 รวมทั้งเหตุผิดปกติ ส.ว.ขาดประชุมไม่อยู่ในที่ประชุม 43 เลยทำให้มีการมองเหรียญคนละด้านว่าใครได้ประโยชน์ใครเสียประโยชน์ ระหว่างนักการเมืองสองขั้วคือ ขั้วอำนาจเดิมกับขั้วประชาธิปไตยที่มีเสียงข้างมากในสภา

กติกาของรัฐธรรมนูญภาคปกติตามมาตรา 159 และกติกาภาคพิเศษตามมาตรา 272 ที่บทเฉพาะกาล 5 ปีแรกให้ ส.ว.เข้ามาเป็นติ่งในการโหวตนายกรัฐมนตรีเป็นครั้งที่ 2 หลังจากโหวตให้ “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯคนที่ 29 เมื่อปี 62 ไปแล้ว 500 เสียง ด้วยสมการ 250 เป็นตัวตั้ง ผิดกับการโหวตเมื่อ 13 ก.ค.66 ที่ใช้เสียงจาก ส.ส.เสียงข้างมากในสภา 312 เป็นตัวตั้ง…การเปิดศึกโหวตนายกฯของไทยจึงเป็นละครยาวเหมือนรามเกียรติ์ ที่จะมีฉากทัศน์ที่สองหรือสาม ต่อไปอีกในวันที่ 19 ก.ค.นี้ พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรค ไม่ว่าจะเป็น “พิธา-ชัยธวัช” พรรคก้าวไกล และ “หมอชลน่าน-ภูมิธรรม-ประเสริฐ-อุ๊งอิ๊ง” พรรคเพื่อไทย ประกาศยืนยันเป็นข้ามต้มมัดกอดคอให้ “พิธา” เป็นนายกฯ แบบสุดความสามารถ

แม้สมการ 376 จะยากขนาดไหนก็จะทำจนสุดความสามารถ..ด้วยความหวังกับฐานเสียงสนับสนุนจากประชาชนแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนในการเป็นรัฐบาลจุดเปลี่ยนประเทศไปตามครรลองและหลักการประชาธิปไตย..ศึกในรัฐสภายังเปิดเกมปิดสวิทช์ ส.ว.ด้วยการยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ที่ “ก้าวไกล” เปิดเกมกดดัน ส.ว.เรียกความมั่นใจให้กับ “ด้อมส้ม” ที่ประกาศไม่ยอมแพ้ ส่วนที่พะวงอาการแทรกซ้อนจากศาลรัฐธรรมนูญ และการเตรียมเดินทางกลับบ้านของ “ลุงโทนี่” ที่ พรรคเพื่อไทย-อุ๊งอิ๊ง-เศรษฐา ยืนยันไม่เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล ยังคงเป็นฉากทัศน์ที่จิ้งจก ตุ๊กแก ยังร้องทักกันอยู่แถวทำเนียบ…ประชาชนคงรอไม่นานที่จะได้รัฐบาลชุดใหม่ที่เป็นความหวังบ้านเมืองเดินไปข้างหน้า ด้วยความสงบเรียบร้อยเข้าสู่ความเป็นปกติสุข

ฉากทัศน์ “นิติสงคราม” ในรัฐสภาตามแนวทางถนัดของมือกฎหมายพรรคก้าวไกล ผสมกับความเก่งกาจในข้อมูลและช่องทางโซเชียลมีเดีย ปลุกเร้ามวลชนที่พร้อมจะลงสู่ถนน ด้วยปิดสวิทช์ ส.ว. จาก ม.272 อีกหนึ่งผลพ่วงรัฐประหาร เป็นการประกาศแบบไม่ญาติดีไม่เผาผีกับเสียง ส.ว. ที่จะมาเติมให้ “พิธา” ได้ 376 และเมื่อ“ก้าวไกล” ชนะในศึกเลือกตั้งในสถานการณ์ที่ด้อยกว่าทั้งกระสุนดินดำ ทุนสีเทา ระบบอุปถัมภ์ของบ้านใหญ่ ภายใต้เงาทะมึนของชนชั้นนำและนายทุนที่กอดเกี่ยวกับรัฐราชการ…

ด้วยคะแนนเสียงที่มาอันดับหนึ่งในบัญชีรายชื่อและล้มบ้านใหญ่ใน ส.ส.เขต หลายเขต รวมทั้งพลังของคนรุ่นใหม่หัวคะแนนธรรมชาติจากมวลชน จึงเป็นความน่ากลัวของนักการเมืองสายธุรการการเมือง และชนชั้นนำอนุรักษ์นิยมที่จะต้องสกัดการเข้าสู่เก้าอี้ประมุขฝ่ายบริหารของ “พิธา” ด้วยยุทธการสมคบคิด ปิดเกม ปิดหน้างานในสมการให้ได้คะแนน 376 ที่เปิดหน้าไพ่ให้ชัดขึ้นจากตัวเลขที่จะหาเติมจาก ส.ว.และ ส.ส.ในขั้วอนุรักษ์นิยมที่แสนจะยากยิ่ง สุดความสามารถตามข้อตกลงรอบสอง รอบสามของการหนุน “พิธา” ตามความชอบธรรมแบบวินวินของพรรคก้าวไกล และ พรรคเพื่อไทย ย่อมตามมา

สงครามฉากสุดท้ายที่ลากโยงผูกยาวมาตั้งแต่รัฐประหารที่มีเงาทะมึนของชนชั้นนำ กลุ่มทุน กลุ่มอนุรักษ์นิยม จะปิดฉากลงไม่ว่าจะฉากทัศน์ของความพ่ายแพ้ของ “พิธา-ก้าวไกล” ที่จะเข้าสู่ทำเนียบ หรือฉากทัศน์ของการก้าวสู่ตำแหน่งนายกฯของ “เศรษฐา” หรือ “อุ๊งอิ๊ง” ของพรรคเพื่อไทย” เป็นความปลอดภัยของขั้วประชาธิปไตยที่ลงตัวแบบโซ่คล้องความขัดแย้งที่เห็นภาพของ “ลุงโทนี่” กับ “ลุงป้อม” โผล่ขึ้นมาเป็นฉากทัศน์ให้จบสงครามขั้วฉากสุดท้ายในรัฐสภา ไม่วนกลับมาต่อสู้ของมวลชนบนท้องถนนหรือสงครามเย็นทางโซเชียล..เปิดทางให้ “ลุงตู่” ที่พบกับสัจธรรมทางการเมืองประชาชนตัดสินกับผลงาน 9 ปี ของการเข้าสู่อำนาจจนต้องประกาศลาออกทางการเมืองอย่างสงบ มอบพินัยกรรมทางการเมืองให้กลุ่มโหนนั่งร้านได้สู้ต่อกับกักดักทางการเมืองในอนาคตกันต่อไป
——————–

ถวายพระพร…ผศ.จุรีรัตน์ กอเจริญยศ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ นำคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมบันทึกเทปถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2566 @ ขณะที่ รศ.นพ.ภัทรพงษ์ มกรเวส ผู้อำนวยการศูนย์หัวใจสิริกิติ์ฯมหาวิทยาลัยขอนแก่น นำบุคลากร่วมบันทึกเทปถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2566 พร้อมร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยขอนแก่น NBT

คว้ารางวัล …เร็วๆ นี้ ที่ รพ.ขอนแก่น ราม อ.เมือง จ.ขอนแก่น นพ.สมชาย กิตติพงษ์หรรษา ประธานกรรมการบริหาร รพ.ขอนแก่น ราม พร้อมด้วย พญ.จิรวดี กิตติพงษ์หรรษา จักษุแพทย์ ศูนย์เลสิค รพ.ขอนแก่น ราม รับมอบรางวัล “SMILE Ambassador Center 2023” จาก นายธีระพงษ์ บุญรอดชู กรรมการผู้จัดการบริษัท Carl Zeiss Meditec (ประเทศไทย) โดยรางวัลดังกล่าวเป็นรางวัลสำหรับศูนย์เลสิคที่ทำการรักษาด้วยวิธี ReLEx SMILE มากที่สุดในภาคอีสาน และเป็นศูนย์เลสิคที่ได้มาตรฐานยอดเยี่ยม ด้วยการใช้เทคโนโลยีจาก Carl Zeiss Meditec ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากผู้เข้ารับบริการที่ต้องการแก้ปัญหาสายตาสั้น เอียง ด้วยวิธี SMILE กว่า 2,000 ราย ในปีที่ผ่านมา

พัฒนาการศึกษา… ที่โรงแรมริมปาว อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เร็วๆ นี้ ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการสภาการศึกษา เปิดการประชุมการขับเคลื่อนการบูรณาการการพัฒนาการศึกษาในระดับจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาจัดขึ้น เพื่อจัดทำข้อเสนอกลไกการสร้างความร่วมมือในการบูรณาการการบริหารจัดการในด้านต่างๆ เพื่อพัฒนาการศึกษาในจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นการเสนอแผนการศึกษาจังหวัดให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ โดยมี ธวัชชัย รอดงาม รองผวจ.กาฬสินธุ์ นำเสนอยุทธศาสตร์และการจัดการศึกษาพร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษา ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม ตัวแทนกลุ่มอาชีพ ศาสนา กลุ่มแรงงาน หอการค้า สภาอุตสาหกรรมจังหวัด และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ขณะที่ พระครูสิทธิวราคม เจ้าคณะอำเภอสหัสขันธ์ (ธ) เป็นตัวแทนคณะสงฆ์ร่วมประชุมเพื่อบูรณาการการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทและนโยบายของจังหวัดกาฬสินธุ์

หมั่นดูแลสุขภาพ…นพ.สุรสิทธิ์ จิตรพิทักษ์เลิศ ผอ.รพ.กาฬสินธุ์ บอกช่วงนี้อากาศเปลี่ยนบ่อยควรดูแลสุขภาพป้องกันไข้หวัด กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ พร้อมออกกำลังกายเป็นประจำ พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะวันนี้สภาพอากาศเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวและมีพายุฝน พายุฤดูร้อน คนที่ร่างกายอ่อนแอจะป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจได้ง่าย ย้ำกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุ เด็กเล็กและผู้ป่วยเรื้อรัง ส่วนในโรงพยาลพร้อมให้บริการเต็มที่ได้ มี นพ.สุนทร ธีรพัฒนพงศ์ รอง ผอ.รพ.กาฬสินธุ์ (ฝ่ายการแพทย์), บุศรินทร์ เขียนแม้น รอง ผอ.รพ.กาฬสินธุ์ (ฝ่ายการพยาบาล) พร้อมทีมแพทย์-พยาบาล และเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ พร้อมรับมือทุกสถานการณ์

รับบริจาคโลหิต…ศุทธิกานต์ วงศ์สถิตจิรกาล รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม พร้อมกรรมการ สมาชิกฯ เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร สภากาชาดไทย ออกหน่วยรับบริจาคโลหิต ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก ปรีชา สอิ้งทอง นายอำเภอท่าอุเทน ผู้นำท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมกันจัดหาผู้บริจาคโลหิตในครั้งนี้ ได้จำนวน 171 ราย ปริมาณโลหิต 59,850 ซีซี. มีผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะ 1 ราย ที่หอประชุมอำเภอท่าอุเทน จ.นครพนม @ บวงสรวง… คงกริช พงษ์พันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยข้าราชการ เจ้าหน้าที่สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม เข้าร่วมพิธีงานบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช ประจำวันพฤหัสบดี ที่บริเวณลานพญาศรีสัตตนาคราช ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครพนม

เพื่อครูไทย… ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงานมหกรรมการเงินเพื่อครูไทย 4 ภูมิภาค ครั้งที่ 5 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ ห้องประชุมสยามมนต์ตรา คอนเวนชั่นฮอลล์ โรงแรมสยามแกรนด์ อุดรธานี โดยมี สุทิน แก้วพนา, พิเชฐ โพธิ์ภักดี รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และ คณิตา ราษร์นุ้ย รอง ผวจ.อุดรธานี ให้การต้อนรับ

ร่วมยินดี…ดร.อนันต์ ศรีพันธุ์ อดีต ส.ส.อุดรธานี ดร.ณัฎฐพล ศรีพันธุ์ ผอ.กลุ่มงานประสานและสนับสนุนการบริหารงานพัฒนาชุมชน สนง.พัฒนาชุม จ.ชัยภูมิ ร่วมแสดงความยินดีกับ นพดล ศรีพันธุ์ ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 4 จ.ขอนแก่น เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรดุษฎีบัณฑิต (ปริญญาเอก) สาขาส่งเสริมการเกษตร ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

ลดโลกร้อน…อัครพนธ์ ไชยคำ ประธานอนุกรรมการสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ธ.ก.ส.อุดรธานี ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้เพื่อลดก๊าซเรือนกระจก ตามโครงการยกระดับธนาคารต้นไม้เพื่อสนับสนุน Carbon Neutrality ณ สำนักสงฆ์ป่าหวาย ต.ทับกุง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี @ ผลดำเนินงาน… ดร.ธนดร พุทธรักษ์ นายกเทศมนตรีนครอุดรธานี พร้อมคณะผู้บริหาร และหัวหน้าส่วนงานของเทศบาล พบสื่อมวลชน แจงผลการดำเนินงานในรอบ 2 ปี อาทิ การแก้ไขปัญหาสาธารณูปโภค การจัดระเบียบสวนสาธารณะ การเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วม และการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม เป็นต้น ณ ห้องประชุมเวสสุวัณ ชั้น 3 สำนักงานเทศบาลนครอุดรธานี

มอบใบประกาศ… ที่ห้อง Sarocha – Busakorn – Nilubon ชั้น 3 โรงแรมสวิสโซเทล รัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร ชีพ น้อมเศียร ผอ.สำนักวิศวกรรมยานยนต์ กรมการขนส่งทางบก เป็นประธานในพิธีปิด พร้อมทั้งมอบใบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้เข้ารับการอบรม โครงการฝึกอบรมหลักสูตรยกระดับการตรวจสภาพยานยนต์ไฟฟ้า สำหรับบุคลากรกรมการขนส่งทางบก เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 รุ่นที่ 1 จัดขึ้นวันที่ 15-16 ก.ค. 66 โดยมี ผศ.ณรงค์ ธรรมภูติ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และคณะผู้สังเกตการณ์จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย , มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา , สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มี เพียงจันทร์ พจน์โพธิ์ศรี หัวหน้ากลุ่มพัฒนาบุคคลและสวัสดิการ รายงานวัตถุประสงค์ ซึ่งการอบรมเป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่างกรมการขนส่งทางบกและสถาบันยานยนต์ มุ่งเน้นให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้าประกอบด้วย ภาพรวมเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า, ความปลอดภัยในการทำงานระบบไฟฟ้าแรงดันสูง, การตรวจสภาพยานยนต์ไฟฟ้า และการกู้ภัยยานยนต์ไฟฟ้าที่ประสบอุบัติเหตุ และเพื่อพัฒนายกระดับศักยภาพนายช่างตรวจสภาพรถทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ให้มีความพร้อมก้าวทันความเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าต่อไป
คำคม : คนที่ฉลาดจนออกนอกหน้ามักจะอายุไม่ยืน
#เสี่ยวหลงเปา ศูนย์ข่าวภาคอีสานตอนบน



