พบกันเป็นประจำทุกวันเสาร์ กับ “ข่าวสังคมออนไลน์” นำเอาข่าวสารรอบตัว รวมทั้งกิจกรรมตามแต่ละพื้นที่ต่างๆ มากมาย เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ทุกเหตุการณ์ทุกจังหวัดในภาคกลาง…..

นิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัด นายประพันธ์ ตรีบุบผา ปลัดจังหวัด มาร่วมแสดงความยินดี กับ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ณ ร้านอาหาร “ครัวบ้านใหญ่” อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

เผอิญ ไทยสม หัวหน้าศูนย์ข่าวเดลินิวส์ ภาคกลาง – นายกสมาคมผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ พระนครศรีอยุธยา พร้อมสมาชิกสมาคมผู้สื่อข่าวฯ พร้อมกับหน่วยงาน และ ประชาชน ร่วมแสดงความยินดีกับ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รับตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ สมทรง พันธ์เจริญวรกุล (แม่) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฯ ร่วมงานด้วย ที่ร้านอาหาร “ครัวบ้านใหญ่” อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

พระนครศรีอยุธยา จัดพิธีรับพระราชทานเข็มเครื่องหมายกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด เนื่องในโอกาสครบ 60 ปี วันพระราชทานกำเนิดมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
วันที่ 11 กันยายน 2566 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมอโยธยา ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด เป็นประธานพิธีมอบเข็มพระราชทานเครื่องหมายกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด เนื่องในโอกาสครบ 60 ปี วันพระราชทานกำเนิดมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ แก่คณะกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด ได้แก่ ปลัดจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และนายอำเภอทั้ง 16 อำเภอ รวมจำนวน 20 ราย
โดยเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ทั้งส่วนกลางและประจำจังหวัด ฯลฯ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เนื่องในโอกาสครบ 60 ปี วันพระราชทานกำเนิดมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา กรุงเทพมหานคร โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด ได้เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานเข็มเครื่องหมายประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด และเป็นผู้แทนรับพระราชทานเข็มเครื่องหมายกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด ดังนั้น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงได้จัดพิธีรับพระราชทานเข็มมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ฯ แก่คณะกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด รวมจำนวน 20 ราย (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

พระนครศรีอยุธยา จัดพิธีอัญเชิญพระพลังแผ่นดินให้แก่ผู้ร่วมพัฒนาคลองเปรมประชากรในพื้นที่ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งถือเป็นคุณค่ายิ่งของชีวิตราชการ
วันที่ 11 กันยายน 2566 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมอโยธยา ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีอันเชิญพระพลังแผ่นดิน เพื่อมอบให้แก่ผู้ที่มีส่วนร่วมพัฒนาคลองเปรมประชากรในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประกอบด้วย คณะรองผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 4 ท่าน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการ และผู้รับพระราชทานพระพลังแผ่นดิน จำนวน 25 คน
ด้วยสำนักพระราชวัง ได้จัดพิธีพระราชทานพระพลังแผ่นดิน ให้แก่ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เมื่อวันอังคารที่ 5 กันยายน 2566 เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ที่ได้รับพระราชทานในการปฏิบัติหน้าที่ สำหรับ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับพระราชทานพระพลังแผ่นดิน จำนวน 30 องค์ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ที่ได้รับพระราชทานในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งถือเป็นคุณค่ายิ่งของชีวิตราชการ รวมถึงเป็นบุคคลที่กระทรวงมหาดไทยมีความภาคภูมิใจ และยังเป็นบำเหน็จความชอบ เป็นเครื่องหมายเชิดชูเกียรติยศอย่างสูงต่อไป (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

กองทัพบกจัดพิธีอำลาชีวิตราชการทหารและเชิดชูเกียรติเหล่าทหารม้าโดยมี พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผบ.สส. เกษียณในปีนี้
วันที่ 8 กันยายน 2566 ณ.ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร จังหวัดสระบุรี กองทัพบก โดยศูนย์การทหารม้า จัดพิธีอำลาชีวิตราชการทหารและเชิดชูเกียรตินายทหารเหล่าทหารม้า ประจำปี 2566 ซึ่งพิธีที่สำคัญ ประกอบด้วย พิธี มอบของที่ระลึกแก่นายทหารม้า และพิธีสวนสนาม เพื่อเชิดชูเกียรติแก่นายทหารม้า ที่เกษียณอายุราชการในปีนี้ ประจำปี 2566
พิธีอำลาชีวิตราชการทหารและเชิดชูเกียรตินายทหารเหล่าทหารม้าจัดขึ้นเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติทหารม้าที่เกษียณอายุราชการ ถือเป็นการตอบแทนคุณความดีที่ทุกท่าน เสียสละกำลังกายและกำลังใจปฏิบัติหน้าที่อันเป็นคุณประโยชน์แก่เหล่าทหารม้าและกองทัพบกตลอดชีวิตการรับราชการ อีกทั้งเป็นการยืนยันถึงความรักความศรัทธาและสายสัมพันธ์อันแนบแน่นในความเป็นทหารม้า สำหรับปีนี้มีนายทหารม้าที่เกษียณอายุราชการทั้งสิ้น 83 นาย ชั้นนายพลเหล่าทหารม้า 30 นาย ดำรงชั้นยศพลเอก 12 นาย พลโท 11 นาย พลตรี 13 นาย และชั้นยศร้อยตรีถึงพันเอก จำนวน 53 นาย
ในการนี้ พลเอก เจริญชัย หินเธาว์ รองผู้บัญชาการทหารบก ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบกเป็นประธานในพิธีเชิดชูเกียรติและมอบของที่ระลึกแก่นายพลที่เกษียณอายุราชการ ณ ห้องประชุม กองบัญชาการศูนย์การทหารม้า โดยมีพลตรี จิรวัฒน์ นาคะรัตน์ ผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้าให้การต้อนรับ ซึ่งโอกาสนี้ พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดให้เกียรติเดินทางมาร่วมพิธีในฐานะนายทหารชั้นนายพล ”เหล่าทหารม้า” ที่เกษียณอายุราชการ ประจำปี 2566 ด้วย
ศูนย์การทหารม้า เป็นหน่วยขึ้นตรงกรมยุทธศึกษาทหารบก มีภารกิจในการวางแผน อำนวยการ กำกับการและดำเนินการฝึกศึกษา เกี่ยวกับวิชาการและกิจการของเหล่าทหารม้า วิจัยและพัฒนา กำหนดหลักนิยม และผลิตตำราในทางวิชาการที่เกี่ยวข้อง ปกครอง บังคับบัญชา หน่วยทหารที่กระทรวงกลาโหมกำหนด ตามที่ได้รับแบ่งมอบ ภายในเป็นที่ตั้งของโรงเรียนทหารม้า กองการศึกษา โดยมีพันเอกหญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตณ์ราชกัญญา ทรงเป็นผู้อำนวยการกองการศึกษาโรงเรียนทหารม้า ศูนย์การทหารม้า กำลังพลศูนย์การทหารม้า และข้าราชการในเหล่าทหารม้าทุกนายต่างมีปณิธานแน่วแน่ ในอันที่จะสืบสานความดีงามของวีรบุรุษ และบรรพชนเเห่งทหารม้าในการปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความเสียสละ เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน (วิรัตน์ เดชะวราฤทธิ์ / สระบุรี)

อุทัยธานี จัดประชุมเพื่อชี้แจงผลการรวบรวมข้อมูลโครงการ (กลุ่มย่อยครั้งที่1) การศึกษาจัดทำแผนพัฒนาทางเลี่ยงเมืองเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรบริเวณเขตเมืองในภูมิภาค
วันที่ 5 กันยายน 2566 ที่ห้องประชุมเทศบาลเมืองอุทัยธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นประธานการประชุมเพื่อชี้แจงผลการรวบรวมข้อมูลโครงการ (กลุ่มย่อยครั้งที่1) การศึกษาจัดทำแผนพัฒนาทางเลี่ยงเมืองเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรบริเวณเขตเมืองในภูมิภาค โดยมี นางสาวปานัดฌา ไทยเศรษฐ์ นายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี นายสมโภช โอทาตะ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงอุทัยธานี ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เข้าร่วมการประชุม
ตามที่ กรมทางหลวง ได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัด ร่วมกับบริษัท ซิตี้ แพลน โปรเฟสชันนอล จำกัด และบริษัท ธรรมชาติ คอนซัลแตนท์ จำกัด ให้ดำเนินการศึกษาจัดทำแผนพัฒนาทางเลี่ยงเมืองเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรบริเวณเขตเมืองในภูมิภาค
กรมทางหลวง ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประซาชน อันจะเอื้อประโยชน์สูงสุดในการดำเนินงานศึกษาของโครงการ จึงได้กำหนดให้มีการประชุมเพื่อชี้แจงผลการรวบรวมข้อมูลโครงการ (กลุ่มย่อยครั้งที่ 1) เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์โครงการให้หน่วยงานต่างๆ และประชาชน ในพื้นที่ได้รับทราบรายละเอียดแนวเส้นทางเบื้องต้นของโครงการ และรับฟังประเด็นปัญหา ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะต่อการจัดทำแผนพัฒนาทางเลี่ยงเมือง เพื่อนำไปพิจารณาประกอบการศึกษาต่อไป (ชนม์สวัสดิ์ ทองโพธิ์งาม / อุทัยธานี)

เคาะแล้ว !!! กำหนดการจัดงาน “ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก” ประจำปี 2566 วันที่ 15 – 24 ธันวาคม 2566 ทุกกิจกรรมปรับให้ยิ่งใหญ่
จากการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงาน “ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก” เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2566 นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายประทีป การมิตรี นายกกชัย ฉายรัศมีกุล นายไพรัตน์ เพชรญวน นายธีรศักดิ์ โฉมศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ และข้าราชการและหน่วยงานในการจัดงาน
นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร เปิดเผยว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้จัดประชุมเพื่อหารือการจัดงาน “ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก” ประจำปี 2566 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครอบรอบ 32 ปี การขึ้นทะเบียนเป็น “เมืองมรดกโลก“ ของอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จากองค์การยูเนสโก (UNESCO) สำหรับเนื้องานมีการปรับการจัดงานให้ยิ่งใหญ่ขึ้น บางส่วนที่มีข้อบกพร่องในปีที่ผ่านมา ก็จะเน้นให้เนื้องานสมบูรณ์แบบมากที่สุด
ในการนี้ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้มีมติที่ประชุม กำหนดการจัดงาน “ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก” ประจำปี 2566 ขึ้นในวันที่ 15 – 24 ธันวาคม 2566 ณ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

สมาคมตำรวจสาขานนทบุรี มอบทุนการศึกษาให้กับบุตร-ธิดาข้าราชการตำรวจ
เมื่อเวลา 09.30 น วันที่ 13 กันยายน 66 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ประธานสมาคมตำรวจสาขานนทบุรี พร้อมด้วยคณะกรรมการสมาคมตำรวจสาขานนทบุรี ได้ร่วมกันมอบทุนการศึกษาให้กับบุตรธิดาของเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี จำนวน 15 ทุน ทุนละ 2,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 30,000 บาท
พล.ต.ท.คำรบ กล่าวว่า ด้วยสมาคมตำรวจ ได้จัดทำโครงการมอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดาข้าราชการตำรวจของสมาคมตำรวจ ประจำปีการศึกษา 2566 เพื่อสนับสนุนการศึกษาแก่บุตร-ธิดาของข้าราชการตำรวจ เพื่อเป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือนร้อน สนับสนุนการศึกษาและสร้างขวัญและกำลังใจแก่บุตร–ธิดา ของข้าราชการตำรวจที่เป็นสมาชิกของสมาคมตำรวจ โดยได้จัดสรรงบประมาณมอบทุนการศึกษา เป็นเงินจำนวน 30,000บาท (สามหมื่นบาท) พิจารณาจัดแบ่งเป็นทุนการศึกษาระดับไม่เกินชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า ทุนละ 2,000 บาท รวม 15 ทุน สมาคมตำรวจสาขานนทบุรี ได้กำหนดให้มีพิธีมอบทุนการศึกษา ในวันพุธที่ 13 กันยายน 2566 ณ ห้องประชุมนนทมุนินท์ ชั้น 3 ภ.จว.นนทบุรี โดยมีคณะกรรมการ สมาคมตำรวจสาขานนทบุรี เข้าร่วมในพิธีมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ (สมคิด – สมนึก ลือประดิษฐ / นนทบุรี)

ปกครองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดประชุมคณะอนุกรรมการจัดทำแผนงานด้านความมั่นคงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อพิจารณาจัดทำประกาศจังหวัด กำหนดพื้นที่เป้าหมายในการเสริมสร้างความมั่นคงเชิงพื้นที่
วันที่ 8 กันยายน 2566 นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มอบหมายให้ นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการจัดทำแผนงานด้านความมั่นคงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อพิจารณาจัดทำประกาศจังหวัด เรื่อง พื้นที่เป้าหมายในการเสริมสร้างความมั่นคงเชิงพื้นที่ ณ ห้องประชุมอโยธยา ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี นายประพันธ์ ตรีบุบผา ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปกครองจังหวัด ป้องกันจังหวัด ผู้แทน กอ.รมน.จ. ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ปลัดอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม
นายไพรัตน์ เพชรยวน เปิดเผยว่า สำหรับการประชุมในครั้งนี้ เพื่อพิจารณาการจัดทำประกาศจังหวัด เรื่อง พื้นที่เป้าหมายในการเสริมสร้างความมั่นคงเชิงพื้นที่ พ.ศ. 2566 ทั้ง 16 อำเภอ โดยจัดลำดับความสำคัญของพื้นที่เป้าหมาย ออกเป็น 3 ประเภท ประกอบด้วย พื้นที่เป้าหมายการพัฒนาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงที่จังหวัดประกาศ พื้นที่โครงการพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงเฉพาะพื้นที่ (โครงการ พมพ.) และพื้นที่เป้าหมายอื่น โดยมีหลักเกณฑ์เบื้องต้นประกอบด้วย ขนาดของพื้นที่ที่มีปัญหา ความรุนแรงและความซับซ้อนของปัญหา ความยากง่ายต่อการแก้ปัญหา ผลกระทบด้านต่างๆ ที่เกิดขึ้น และความตระหนักรู้ของประชาชนในจังหวัดที่มีต่อปัญหา เพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคงและพัฒนาพื้นที่เป้าหมายภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

สิงห์บุรีจัดอบรมเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรมให้ข้าราชการโดยนำหลัก “ชินนสาสมาธิ” หรือการทำสมาธิเพื่อชนะใจตัวเองมาสอน
ที่ห้องประชุมขุนสรรค์พันเรือง ศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรี นายสัมฤทธิ์ กองเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมโครงการเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของจังหวัดสิงห์บุรี ตามที่สำนักงานจังหวัดสิงห์บุรี จัดขึ้นพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างทุกภาคส่วนในจังหวัดสิงห์บุรี ทั้งราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจ โดยมีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 100 คน
การจัดฝึกอบรมในครั้งนี้เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้รับความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม และความซื่อสัตย์ รวมถึงการฝึกสมาธิเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ทางจังหวัดจึงได้เชิญวิทยากรจากสถาบันพลังจิตตานุภาพ ซึ่งก่อตั้งโดยเจ้าประคุณสมเด็จพระญาณวชิโรดม หรือหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร(สิ–ริน–ธะ–โร) เจ้าอาวาสวัดธรรมมงคล เขตพระโขนง กรุงเทพ มาเป็นวิทยากรสอนเรื่องของการทำสมาธิ โดยนำหลัก “ชินนสาสมาธิ” หรือการทำสมาธิเพื่อชนะใจตัวเองมาสอน ซึ่งเป็นการทำสมาธิอย่างง่ายๆ และทำได้ทุกโอกาส โดยสมเด็จพระญาณวชิโรดม หรือหลวงพ่อวิริยังค์ เชื่อว่าหากคนเราฝึกทำสมาธิบ่อยๆ จะเป็นการสะสมพลังให้กับตัวเองอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ และจะส่งผลให้สังคมนั้นอยู่เย็นเป็นสุข เช่นเดียวกับข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ หากฝึกทำสมาธิจนเกิดผลจะทำให้รู้สึกในเรื่องของ “ผิด ชอบ ชั่ว ดี” จะส่งผลให้การทำงานของระบบราชการนั้นเกิดประสิทธิภาพสูงสุด (อำนาจ สุขเย็น / สิงห์บุรี)

นักศึกษาสาขาวิชาเทคโนโลยีมัลติมีเดีย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ราชมงคลสุวรรณภูมิ คว้า 2 รางวัลการประกวดหนังสั้น “ไทย ไทย สไตล์อยุธยา”
นักศึกษาสาขาวิชาเทคโนโลยีมัลติมีเดีย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ คว้ารางวัลชนะเลิศ การประกวดหนังสั้น หัวข้อ “ไทย ไทย สไตล์อยุธยา” ในชื่อผลงาน “ประตูกาลเวลา” ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท นำทีมโดย นางสาวปิยะธิดา ใยบัว นายวัฒนะ อินทรชิต นายวโรตม์ ดีพิจารณ์ และนางสาวธินิดา มั่นคง และรางวัลรองชนะเลิศ อันดับหนึ่ง ในชื่อผลงาน AYUTTHAYA ได้รับเงินรางวัล 7,000 บาท นำทีมโดยนางสาวอริสา สุขเกตุ นางสาวสิริอักษร พิชัย นายจิรายุ เกษมจิตร นายธวัชชัย แต่งงาม และนายธนบดี ลวดลาย โดยมี นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มอบเกียรติบัตรและเงินรางวัล ณ ห้องประชุมอโยธยา ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
อาจารย์ชัชฎา ชวรางกูร อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีมัลติมีเดีย ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษาทีมนักศึกษาที่ส่งผลงานเข้าประกวด เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมประกวดครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่มีกิจกรรมดีๆ และเปิดโอกาสให้น้องๆ เยาวชนอายุตั้งแต่ 15 – 25 ปี มีส่วนร่วมในการส่งผลงานสื่อสร้างสรรค์รูปแบบหนังสั้นเข้าร่วมประกวด ซึ่งนักศึกษาสาขาวิชาเทคโนโลยีมัลติมีเดีย ได้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวด จำนวน 2 ทีม ผลการประกวดนักศึกษาคว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดหนังสั้น หัวข้อ “ไทย ไทย สไตล์อยุธยา” ในชื่อผลงาน “ประตูกาลเวลา” และรางวัลรองชนะเลิศ อันดับหนึ่ง ในชื่อผลงาน AYUTTHAYA
อาจารย์ชัชฎา ชวรางกูร กล่าวต่อว่า คณะมุ่งมั่นจัดการศึกษาด้านวิชาชีพและเทคโนโลยีขั้นสูงด้านดิจิทัลและสารสนเทศที่มีคุณภาพด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องการขับเคลื่อนนโยบาย Digital University ซึ่งนักศึกษาทุกคนที่เข้ามาศึกษาในสาขาวิชาเทคโนโลยีมัลติมีเดีย จะได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่ เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ทุกขั้นตอนการถ่ายทำภาพยนตร์สั้น ตั้งแต่ (Pre production) การวางแผนเตรียมงานก่อนการถ่ายทำจนถึง (Post production) ขั้นตอนหลังการผลิตการสร้างภาพยนตร์ รวมถึงการผลิตวิดีโอ การผลิตเสียง และการถ่ายภาพ ซึ่งการเรียนรู้จะต้องมาพร้อมการพัฒนาให้ก้าวหน้าขึ้นเรื่อย ๆ ในการเรียนรู้ “มัลติมีเดีย” นั้น เมื่อไหร่ที่เราหยุดอยู่กับที่ ก็เท่ากับเรากำลังถอยหลัง ฉะนั้น เราต้องพัฒนาเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ตลอดเวลาเพื่อพัฒนาต่อยอดให้นักศึกษาเป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพด้านวิชาชีพและเทคโนโลยีชั้นสูงเพื่อตอบสนองอุตสาหกรรม และเทคโนโลยีดิจิทัลที่ได้มาตรฐานสู่ชุมชน สังคมและประเทศชาติ(เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

ป.ป.ช.อยุธยา เดินหน้าป้องกันการบุกรุกที่สาธารณะประโยชน์ หลังพบว่ามีการบุกรุกลำรางสาธารณะ
สำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำโดยนางสาวภัคศรัณย์ โอสถสงเคราะห์ หัวหน้ากลุ่มงานป้องกันการทุจริต บูรณาการกับโค้ช STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริตพระนครศรีอยุธยา นำโดยนางศิริพร กฤชสินชัย ประธานโค้ช STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริตพระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่เทศบาลตำบลอุทัย อำเภออุทัย หลังได้รับการร้องเรียนว่ามีการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ
นางศิริพร กฤชสินชัย เปิดเผยว่า จากการที่มีผู้ร้องเรียนมายังสำนักงาน ป.ป.ช.พระนครศรีอยุธยา ว่ามีผู้บุกรุกพื้นที่สาธารณะประโยชน์ บริเวณลำรางสาธารณะอยู่หน้าหมู่บ้านสมฤทัยวรรณ 1 และริมถนนสายอุทัย–ภาชี (3056) หน้าหมู่บ้าน BK 3 เยื้องที่ทำการเทศบาลตำบลอุทัย รวมถึง บริเวณสถานีตำรวจภูธรอุทัย และสามแยกไฟแดงทางเข้าสถานีตำรวจอุทัย ซึ่งจากการลงพื้นที่พบว่า เป็นลำคลองธรรมชาติ ชื่อบรรณกิจรังสรรค์ ยาวครอบคลุมไปถึง 3 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภออุทัย บางปะอิน และอำเภอพระนครศรีอยุธยา ส่วนใหญ่สร้างเป็นอาคารถาวรตั้งเป็นบริษัท ขายอาหารตามสั่ง ร้านกาแฟ และร้านขายของริมทาง ดังนั้น ป.ป.ช.พระนครศรีอยุธยา จึงให้ข้อเสนอแนะ โดยให้เทศบาลตำบลอุทัยจัดทำป้ายแสดงบ่งบอกว่าเป็นพื้นที่สาธารณะ ไม่สามารถจับจองหรือก่อสร้างใดๆ ได้ และจัดทำทะเบียนคุมปริมาณร้านค้าที่อาจเพิ่มขึ้น
ด้านนายอรรถพร บุญจิตรากุล นายกเทศบาลตำบลอุทัย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ทำหนังสือแจ้งเตือนไปยังร้านค้าดังกล่าวแล้ว แต่ไม่เป็นผล เพราะมีหลายหน่วยงานต้องเข้ามาร่วมรับผิดชอบ พร้อมระบุ การที่ ป.ป.ช.และคณะ ลงพื้นที่ครั้งนี้ก็จะทำให้เกิดความชัดเจนและทำให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างถูกต้อง (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

แสดงความยินดี เปิด “พบพลอย” คลินิก
เผอิญ ไทยสม หัวหน้าศูนย์ข่าวเดลินิวส์ ภาคกลาง ร่วมแสดงความยินดีในการเปิดคลินิกความงาม “พบพลอย” โดย คุณหมอเนตรศิริ ไทยสม (หมอพลอย) มีญาติและเพื่อนๆ ร่วมยินดี ณ บริเวณวงเวียน เจดีย์วัดสามปลื้ม ทางไปวัดใหญ่ชัยมงคล อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

ติดตาม การขับเคลื่อนโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งหมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village) เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา
ว่าที่ร้อยตรี ทรงพล แป้นแก้ว ปลัดจังหวัดลพบุรี ลงพื้นที่ตรวจติดตาม และให้กำลังใจ หมู่บ้านเป้าหมาย โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งหมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village) เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในพื้นที่ม่วง อำเภอพัฒนานิคม อำเภอหนองม่วง อำเภอโคกสำโรง อำเภอบ้านหมี่ อำเภอท่าวุ้ง และอำเภอเมืองลพบุรี เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของหมู่บ้านเป้าหมาย ซึ่งขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ทั้ง 5 มิติ 56 ตัวชี้วัด และลงพื้นที่หมู่บ้านตัวอย่าง ได้แก่ บ้านวังจั่น หมู่ที่ 3 ตำบลวังจั่น อำเภอโคกสำโรง “หมู่บ้านต้นแบบด้านการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ศาสตร์พระราชา และแนวทางพระราชดำริ มาปรับใช้ในพื้นที่“ การทำประโยชน์ในพื้นที่ขนาดจำกัด การปลูกป่าสามอย่าง ประโยชน์สี่อย่าง ในพื้นที่ 1 ไร่เศษ และการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง ด้วยการจัดทำถังขยะอินทรีย์
ทั้งนี้ เน้นย้ำว่าการทำงานต้องปรากฏร่องรอยการพัฒนาเกิดขึ้น ใน 5 มิติ คือ 1.ปรากฏในเอกสารหลักฐานที่ตรวจสอบได้ เช่น คำสั่ง คู่มือปฏิบัติงานฯ 2.ปรากฏในระบบรายงานต่าง ๆ เช่น D-CAST 3.ปรากฏอยู่ในตามสื่อออนไลน์ต่าง ๆ เช่น line facebook tiktok youtube เป็นต้น 4.ปรากฏอยู่ในภูมิประเทศ เช่น ถังขยะเปียก ทางนี้มีผล บ้านนี้มีรัก จะต้องมีปรากฏอยู่ให้เห็นเชิงประจักษ์ 5.ปรากฏอยู่ในหัวใจพี่น้องประชาชน จากคำบอกเล่าของพี่น้องประชาชน และภาพจำของประชาชน (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

สมาคมชาวปักษ์ใต้อยุธยา เตรียมจัดงานสารทเดือนสิบ สืบสานประเพณี ครั้งที่ 7
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวันที่ 10 กันยายน 2566 ที่สนามฟุตบอลศิวัช ตำบลบางกระสั้น อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นาย ศิวัชเพ็ชรมังกร ยี่สุ่นแสง นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยคณะกรรมการสมาคม ร่วมกันแถลงข่าว การจัดงาน สาทรเดือนสิบ ครั้งที่ 7 ประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 22 ก.ย.-1 ต.ค.2566
นาย ศิวัชเพ็ชรมังกร ยี่สุ้นแสง นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่าสมาคมชาวปักษ์ใต้จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อตั้งขึ้นโดย พี่น้องเพื่อนๆที่เป็นคนในพื้นที่ภาคใต้ที่ มาทำงานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีทั้งข้าราชการ พ่อค้า พนักงานบริษัท มาสร้างครอบครัวย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงมีการจัดกิจกรรมของกลุ่มของชาวจังหวัดทางภาคใต้ เพื่อพบปะสังสรรค์ ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันมาโดยตลอด
นายถวิล ยี่สุ้นแสง ประธานจัดงาน ได้กล่าวว่า ชาวปักษ์ใต้ มีประเพณีที่ถือปฏิบัติกันสืบเนื่องต่อกันมา คือ “ประเพณีสาทรเดือนสิบ” เหมือนกับประเพณีวันสาทรไทย สำหรับ ประเพณีสาทรเดือนสิบเป็นงานบุญประเพณีของคนภาคใต้ ที่ได้รับอิทธิพลด้านความเชื่อมาจากทางศาสนาพราหมณ์ โดยมีการผสมผสานกับความเชื่อทางพระพุทธศาสนา เป็นการอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งเชื่อว่าได้รับการปล่อยตัวมาจากภูมินรกที่ตนต้องจองจำอยู่เนื่องจากผลกรรมที่ตนได้เคยก่อไว้ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยจะเริ่มปล่อยตัวจากภูมินรกในทุกวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 เพื่อมายังโลกมนุษย์ มีจุดประสงค์เพื่อให้มาขอส่วนบุญส่วนกุศลจากลูกหลานญาติพี่น้องที่ได้เตรียมการอุทิศไว้ให้ เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้ล่วงลับ หลังจากนั้นก็จะกลับไปยังภูมินรก ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10
โดยการทำบุญ สาทรเดือนสิบ จะจัดขึ้นในวันที่ 1 ตุลาคม ที่ วัดอินทาราราม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะได้ชมขบวนแห่หมรับ พิธีชิงเปรต และร่วมรับประทานอาหารพื้นบ้านของภาคใต้ เช่น แกงเหลือง คั่วกลิ้ง แกงไตปลา ไก่ต้มขมิ้น เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้วัฒนธรรมภาคใต้ ทั้งด้านการแสดง และอาหารพื้นบ้าน
นอกจากนี้เพื่อเป็นการสร้างความสามัคคีทางสมาคมยังได้มีการจัดการแข่งขันฟุตบอล เชื่อมความสามัคคีของชาวสมคมด้วย ซึ่งทีมที่เข้าแข่งขันจะเป็นชาวปักษ์ใต้ นอกจากนี้ยังมีการจัดงาน คาราวาสินค้า (ไม่มีการพนัน และ สิ่งมึนเมาสืบเนื่องจากเป็นงานบุญ) ที่บริเวณสี่แยกตลาดบางปะอิน ระหว่าวันที่ 22 ก.ย.-1 พ.ย. 2566 (สุทธิพร กองสุทธิผล – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

ดอนพุดโมเดล โครงการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแบบบูรณาการอย่างยั่งยืนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนกำลังขับเคลื่อนสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอดอนพุด สระบุรี เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทย ได้มีนโยบายให้นายอำเภอทั่วประเทศเข้าร่วมอบรมโครงการอำเภอบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน พร้อมเชิญเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคศาสนา ภาควิชาการและภาคสื่อมวลชน ในพื้นที่ เข้าร่วมอบรมเพื่อสร้างทีมและเครือข่ายให้เข้มแข็ง เป็นโครงการที่สอนเรื่องของการวางแผนสร้างโครงการ สร้างทีม สร้างเครือข่าย และทำอย่างไรจะตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่ได้มากที่สุด ซึ่งโครงการดังกล่าวจึงเปรียบเป็นสารตั้งต้นให้เกิดดอนพุดโมเดลแห่งนี้ขึ้นมา มีการตั้งทีมขับเคลื่อนระดับอำเภอลงสู่ระดับตำบล หมู่บ้าน
นายอำเภอดอนพุด กล่าวว่า จากที่ได้ร่วมกันสำรวจสภาพปัญหาพบว่า อำเภอดอนพุด มีปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง วัยแรงงานทำงานนอกพื้นที่ ต้นทุนการเกษตรสูง โครงสร้างพื้นฐานไม่ครอบคลุม ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น โรงแรม ร้านอาหาร มีโรงเรียนขนาดเล็ก ครูบุคลากรไม่เพียงพอ ข้าราชการย้ายบ่อย ผู้เปราะบาง ยากไร้และผู้สูงอายุ วัชพืชขวางทางน้ำ 92 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทำนา เมื่อมีปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง จึงได้ผลผลิตน้อย สุดท้ายคือทำให้ประชาชนมีรายได้น้อย จึงวางแผนแก้ที่รายได้ ทำให้รายได้มากขึ้น โดยส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูง ขับเคลื่อนเมืองเกษตรอินทรีย์ ให้เอกชนตั้งโรงผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง อำเภอดอนพุด มีผักตบชวา มากถึง 1,400 ตัน โดยจะให้ประชาชนนำขายให้โรงงานซึ่งสามารถกำจัดได้วันละ 50 ตัน เมื่อผลิตปุยจะจำหน่ายให้เกษตรกรดอนพุด ราคาพิเศษ 90 เปอร์เซ็นต์ อีก 10 เปอร์เซ็นต์ ให้อำเภอนำไปช่วยเหลือในส่วนอื่นๆส่วนเกษตรมูลค่าสูง
ขณะนี้ได้ส่งเสริมประชาชนเครือข่าย ปลูกผักโมโรเฮยะ เห็ดมิลค์กี้ เห็ดยามาบูชิตาเกะ ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ และให้สมาชิกร่วมลงทุนจัดตั้งบริษัท ดอนพุดเอนเตอร์ไพรส์ เพื่อรับซื้อผลผลิตจากสมาชิก โดยมีนายอำเภอ ขับเคลื่อน การจำหน่าย มีทั้งจำหน่ายสด แปรรูป ในและต่างประเทศ ปลีก ส่ง ออนไลน์ และบริษัท ยังได้ตั้งร้านอาหาร ไฟน์ไดน์นิ่ง ที่หมู่ 1 บ้านหลวง ตำบลบ้านหลวง อำเภอดอนพุด ชื่อร้าน “พยัญชนะ” ร้านกาแฟ “สถาปนก” ร้านค้าชุมชน”วรรณยุกค์” บริการเวลเนส สปา วันเดย์ทริป ศุกร์ในสวน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะมาสัมผัสธรรมชาติและสัมผัสอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และเมื่อบริษัทดำเนินการครบ 1 ปี กำไร 70 เปอร์เซ็นต์ จะคืนสู่สังคม กิจกรรมสาะรณประโยชน์ ลงทุนเพื่อพัฒนาเมือง ลงทุนเพื่อพัฒนาคน อีก 30 เปอร์เซ็นต์ ปันผลผู้ถือหุ้น ซึ่งบริษัทดอนพุดเอนเตอร์ไพรส์ คนในชุมชนเป็นเจ้าของร่วมกัน และมีแผนระยาว เป็นดอนพุดแซนด์บ็อกซ์ ดอนพุดบิสซิเนส ฮับ ต่อไป (สมนึก สุขีรัตน์/สระบุรี)

เทนนิสคู่แฝด “จิณ-จาณีน คูวิจิตรสุวรรณ” เฉียบกอดคอเหมาแชมป์รุ่น 8 ปีเทนนิสเทนส์ ปทท.”ปอร์โต้” ทายาท ดนัย อุดมโชค อดีตนักกีฬาลูกสักหลาดทีมชาติ หวดสมราคามือเต็งชนะเลิศรุ่น 10 ปี ชายตามคาด
การแข่งขันเทนนิส เทนส์ จูเนียร์ เซอร์กิต “เยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย” ประจำปี 2566 รอบชิงชนะเลิศทุกรุ่นอายุ ที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ สมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์-LTAT เมื่อวันที่ 10 ก.ย.2566 โดยได้รับเกียรติจาก พ.อ.วัฒนา จันทร์ไพจิตต์ กรรมการอำนวยการสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานมอบรางวัลให้นักกีฬา
สำหรับผลการแข่งขันประเภทมิกซ์ชาย–หญิง รุ่นอายุไม่เกิน 6 ปี ชายเดี่ยว เขตต์ตะวัน บุษดี จาก ปทุมธานี เฉือนชนะ พิชญ แสนบัวหลวง จากเชียงราย 11-9, 7-10 และซุปเปอร์ไทเบรก 14-12 (ครองแชมป์)
ส่วนรุ่นอายุไม่เกิน 8 ปี คู่แฝดจากตระกูล “คูวิจิตรสุวรรณ” จิณ–จาณีน จาก กทม. เก็บชัยชนะเหนือคู่แข่งในนัดชิงชนะเลิศได้อย่างเยี่ยมยอด โดย จิณ ชนะ ปริณธนัย โชติกพนิช จาก กทม.4-1,4-0 ขณะที่จาณีน ต้องเหนื่อยหวดกับ ปัณณิภา ธาดาตังสกุล จาก ชลบุรี ถึง 3 เซต กว่าจะเฉือนเอาชนะได้สำเร็จด้วยสกอร์ 4-3 (6), 3-4 (7), และซุปเปอร์ไทเบรก 4-3 (1) กอดคอกันคว้าถ้วยรางวัลชนะเลิศไปครอง ตามความคาดหมาย
ขณะที่รอบชิงชนะเลิศ รุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี ชายเดี่ยว “ปอร์โต้” ภาสุระ อุดมโชต สร้างผลงานสมราคาลูกชายของ”ปิ๊ก” ดนัย อุดมโชค อดีตนักกีฬาเทนนิสทีมชาติ มือ 77 ของโลก ด้วยการเอาชนะ นวธรณ์ ผลากรกุล นักหวด กทม. 2 เซตรวด สกอร์ 4-3 (6) และ 4-0 คว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ ส่วนน้องสาว “ปินต้า” ญาณิสร อุดมโชต ลงแข่งหญิงเดี่ยว รุ่นอายุไม่เกิน 8 ปี ทำผลงานดีสุดเพียงเข้ารอบรองชนะเลิศ ก่อนจะแพ้ให้กับ ปัณณิภา ธาดาตั้งสกุล จากชลบุรี 1-4 เกม
และหญิงเดี่ยว แชมป์ตกเป็นของ ณิชวรัชญ์ พลอยเกษมสุข กทม. เอาชนะ นิชาภา วงษ์วานิชขจร จาก กทม.2-0 เซต ด้วยสกอร์ 4-3 (4),4-2 (วิรัตน์ เดชะวราฤทธิ์ / สระบุรี)

อบจ.ชัยนาท ดำเนินโครงการออกกำลังกายป้องกันออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) และโครงการออกกำลังกาย “บอดี้เวท” ประจำปี 2566
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เรือนรับรอง สวนนกชัยนาท อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท นายอนุสรณ์ นาคาศัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท มอบหมาย นายสุภัตร์ศักดิ์ โค้วคาศัย รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท นำคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และพนักงานจ้าง ในสังกัดฯฝึกท่าออกกำลังกาย ตามโครงการออกกำลังกายป้องกันออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) อบจ.ชัยนาท และโครงการออกกำลังกาย “บอดี้เวท” ประจำปี 2566
วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรได้รู้จักวิธีการออกกำลังกาย สำหรับป้องกันและลดอาการบาดเจ็บจากการทำงาน ลดอาการเครียดจากการทำงาน อาการที่เกิดจากการนั่งทำงานบนหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หรือทำท่าทางเนื่องจากการทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นเวลานานๆ ช้าๆ ซ้ำๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจปวดกล้ามและเกิดเยื่อพังผืด ทำให้เกิดการอักเสบ ส่งผลต่อการทำงานมีประสิทธิภาพน้อยลง (สุรพล บำรุงศรี – วรชล ฟักขาว / ชัยนาท)

มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ลงนามความร่วมมือกับ สองมหาวิทยาลัยเวียดนาม พัฒนาการศึกษาสองประเทศ
ผศ.ดร.กันยา บาร์นท์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี จังหวัดลพบุรี นำคณะรองอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการสถาบัน สำนัก ในสังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ร่วมพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี กับ Ho Chi Minh City Open University และ Ho Chi Minh City University of Technology ประเทศเวียดนาม รวมทั้งหารือการจัดกิจกรรมระหว่างสองมหาวิทยาลัย ประเทศเวียดนามและมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี จังหวัดลพบุรี
ทั้งนี้สาระสำคัญตามบันทึกลงนามเพื่อให้เกิดความร่วมมือในด้านการแลกเปลี่ยนคณาจารย์ และนักศึกษา การร่วมมือในด้านงานวิจัยและการนำเสนอผลงาน การวางแผนยุทธศาสตร์ การพัฒนานโยบายและการสร้างความพร้อม ตลอดจนการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การประสานงานในโครงการหรือกิจกรรมทางการศึกษาและการวิจัย และกิจกรรมอื่น ๆ ตามที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกัน สำหรับการบันทึกลงนามความร่วมมือในครั้งนี้มีระยะเวลาของสัญญา 5 ปี คือระหว่างวันที่ 7 กันยายน 2566 – 7 กันยายน 2571 พร้อมกันนี้ได้มีการหารือเพื่อการทำกิจกรรมส่งเสริมวิชาการและวัฒนธรรม การแลกเปลี่ยนคณาจารย์ การแลกเปลี่ยนนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ การจัดการด้านการท่องเที่ยว ตลอดจนในเรื่องการทำวิจัยร่วมกัน การตีพิมพ์วารสารนานาชาติ การเรียนการสอนออนไลน์ และ และการเทียบโอนผลการเรียน การจัดโครงการส่งเสริมวัฒนธรรมในด้านต่าง ๆ การเรียนรู้ทางไกล และการทำแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนในรูปแบบออนไลน์ทั้งหลักสูตรระยะสั้นและหลักสูตรระยะยาว (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)



