@เรื่องของ เศรษฐกิจ การ ลงทุน เป็นเรื่อง ไม่เล็ก สำหรับ ประเทศไทย ดังนั้น อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงทิ้งเรื่องความ วุ่นวายของ การเมือง ในประเทศไว้ชั่วคราว บิน ลัดฟ้า ไปเยือนประเทศ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามหลังจากที่ ฯ พณ ฯ โตเลิม ผู้นำประเทศเวียดนาม เพิ่งจะเดินทางมาเยือนประเทศไทย เมื่อ สัปดาห์ก่อน และการไปเยือนเวียดนามของ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และ คณะ คงจะได้ สัมผัส ถึงความ เติบโต ในเรื่อง เศรษฐกิจ การลงทุน ของ เวียดนาม อดีตประเทศ ที่มี สงคราม ยาวนาน หลัง ผ่านพ้น สงคราม เขาทำอย่างไร ประเทศของเขา จึงพัฒนาให้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ทิ้งไทย ประเทศที่ ปลอดสงคราม ไว้ข้างหลังอย่างไม่เห็นฝุ่น…… และแม้แต่ ตลาดส่งออกข้าวที่ ประเทศไทยเคยเป็น แชมป์ ของการ ส่งออก ก็ถูก เวียดนาม แย่งไปครอง และปัจจุบัน ตลาดการส่งออก ทุเรียนของ เกษตรกรไทย ก็มี เวียดนาม เป็น คู่แข่ง ถ้า ประเทศไทยยัง ต้วมเตี้ยมๆ เดินเชื่องช้าแบบ เตาคลาน ต่อไป นักลงทุนทั้งที่เป็น ต่างชาติ และ นักลงทุนที่เป็น คนไทย ก็จะไหลไปลงทุนที่เวียดนาม หวังว่าการเดินทางไปเยือน เวียดนาม ของ นายกรัฐมนตรี และคณะ ครั้งนี้ คงจะได้อะไรดีๆ กลับมาเพื่อ พัฒนาเศรษฐกิจของ ประเทศไทย…..ที่ วันนี้ เก่งอย่างเดียว คือ “แจกเงิน” ที่ วันนี้ต้อง กู้เงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อ แจกประชาชนตามโครงการ คนละครึ่ง เกือบ 200,000 ล้านบาท ซึ่ง ทีมเศรษฐกิจ ที่มี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเชื่อว่า การ แจกเงิน คนละครึ่ง พลัส ครั้งนี้ จะ ส่งผล ให้ ตะกร้าเงิน ของประเทศ มีการ หมุนเวียน ที่จะทำให้ เศรษฐกิจ เติบโต ตามหลักของ เศรษฐศาสตร์ จากการที่ ผู้ได้รับเงิน นำเงินที่ได้รับไป ใช้จ่าย ตามวงรอบ ใน 4 เดือน…..
@ปัญหาของ เกษตรกร ในประเทศไทย ยังเป็นเรื่องใหญ่ ที่แก้กันไม่รู้จบ และแก้ยากกว่าที่คิด เช่นการแก้ปัญหา มะพร้าวน้ำหอม ที่ราคาตกต่ำ จน เกษตรกรหลายราย ต้อง โค่นต้นมะพร้าวทิ้ง เพื่อหันไป ปลูกพืชอย่างอื่นแทน เรื่อง มะพร้าวน้ำหอม ศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ บอกกับเกษตรกรว่า จะให้มีการตั้ง ล้งท้องถิ่น เพื่อแก้เผ็ด ล้งจีน แต่ สุดท้าย ล้งท้องถิ่น ก็ ล้มเหลว มะพร้าวน้ำหอม ก็ยังอยู่ภายใต้การ กดราคาของ ล้งจีน เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม จึงยังอยู่กันตาม ชะตากรรม ที่ต้องช่วยตนเองไป ตามมีตามเกิด ยิ่งทำยิ่งจน แต่ ล้งจีน ยิ่งอยู่ยิ่ง อู้ฟู้ และ กฎหมาย ก็ไม่สามารถดำเนินการเอาผิดกับ นอมินี ของ ล้งจีน แต่อย่างใด…..เรื่อง ล้งจีน ที่เป็น ต้นตอ ทำให้ มะพร้าวน้ำหอม ราคาตกต่ำ ยังแก้ไม่ได้ เรื่องของ เกษตรกรผู้ เลี้ยงกุ้งขาว ในภาคใต้ ก็ได้รับความเดือดร้อน จากการที่ ประเทศมาเลเซีย ห้ามพ่อค้าส่งออกกุ้งจากประเทศไทย จำนวน 5 สายพัน ไปยัง มาเลเซีย เพื่อ แก้เผ็ด ที่ กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรวจเข้ม เพื่อหาสารตกค้างใน ปลากะพง ที่นำเข้าจากมาเลเซีย จนสร้างความเดือดร้อนให้กับ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ที่เมื่อ ส่งออก ไม่ได้ ก็ต้อง ขายให้กับ ห้องเย็น และ ตลาดกุ้งที่ มหาชัย เป็นการเปิดโอกาส ให้ นายทุน ห้องเย็น กดราคา วันนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในภาคในภาคใต้ ที่ กุ้งโตเต็มที่ และต้อง จับขาย ขาดทุนทันที่ บ่อละ 100,000 บาท…..
@มีการ เรียกร้องให้ รัฐบาล ให้ ศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ และ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่ง เจรจา ทำความเข้าใจ ทำข้อตกลง กับ รัฐบาล มาเลเซีย ปรากฏว่าผ่านไปเกือบ ครึ่งเดือน ยังไม่มี คำตอบจาก มาเลเซีย ว่าจะ ยินยอมให้ กุ้งไทย ส่งไปยัง มาเลเซีย หรือไม่ ในขณะที่ ศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ให้ สัมภาษณ์ สื่อมวลชน ว่า จะแก้ปัญหานี้ด้วยการ ให้มีการ บริโภคกุ้งในประเทศให้มากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก เพราะ ตลาดในประเทศมีการ บริโภคกุ้ง อย่าง เต็มที่แล้ว การช่วยเหลือ เกษตรกรนากุ้งภาคใต้ ต้อง เจรจา กับ มาเลเซีย ให้ รับซื้อ กุ้งไทย และ ไทยต้อง คลายความ เข้มงวดให้ มาเลเซีย นำเข้าปลากะพง เพื่อเป็นการ แลกเปลี่ยน ส่งเสริมการค้าขาย สำหรับประเทศที่เป็น เพื่อนบ้าน ที่มีชาวแดนติดกัน…..ที่สำคัญ วันนี้ กุ้งขาว ทั้ง 5 สายพันธุ์ ของเกษตรกรไทย ส่งออกไปมาเลเซียไม่ได้ แต่ปลากะพงของมาเลเซีย ยังมีการ วางขายในตลาดของประเทศไทย เป็นจำนวนมาก ปลากะพงของมาเลเซียไม่ได้หายไปจาก ตลาดการค้าสัตว์น้ำของประเทศไทย เพระมี ขาใหญ่ ที่เป็น ขบวนการนำเข้าสินค้าจาก มาเลเซีย เข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ โดยเจ้าหน้าที่ประมงไม่ได้ ตรวจยึด เพื่อ ตรวจสารตกค้าง และเนื่องจาก สินค้าเกษตร กุ้ง ปลา อยู่ในข้อตกลง FTA คือ ไม่มีพิกัดของภาษีศุลกากร ขบวนการค้าปลากะพง โดยการนำเข้า จาก มาเลเซีย จึงไม่ถูก จับกุม จาก ศุลกากร กลายเป็นว่า ประเทศไทย เสียหาย เพราะ ส่งออกกุ้งไปมาเลเซีย ซึ่งมีมูลค่า 4,000 ล้านให้ประเทศอื่น แต่ไม่สามารถ สกัดกั้นปลากะพงจากมาเลเซีย ไม่ให้เข้ามา แชร์ตลาดปลากะพงของประเทศไทยได้ ที่สำคัญ สารตกค้าง ในปลากะพง มีอันตรายกับผู้ บริโภคหรือไม่ ถ้ามี อันตราย กรมประมง ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูและของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ จะแก้อย่างไร หรือ ปล่อยให้ คนไทย ตายผ่อนส่ง และเรื่องการ ตรวจสารตกค้างในปลากะพง จาก มาเลเซีย มี เบื้องหน้าเบื้องหลัง ในการที่ เจ้าหน้าที่ มีการ จับมือ กับ ขบวนการนำเข้าปลากะพงทางช่องทางธรรมชาติ ซึ่งเป็น รายใหญ่ เพียงรายเดียว โดยการใช้ วิธีการ ตรวจสารตกค้าง จนทำให้ ปลากะพง เสียหาย และทำให้ รัฐบาลมาเลเซีย เอาคืน ด้วยการห้ามกุ้งไทยส่งออกไปมาเลเซียหรือไม่ เรื่องนี้ ชวนให้ สงสัย …..
@สุดท้าย ถ้า เจรจา กับ รัฐบาล มาเลเซีย ไม่สำเร็จ สูตร ของ รัฐบาล ก็คือไม่พ้นการ ช่วยเหลือ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ด้วยการ จ่ายเงิน ชดเชยให้กับ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง กิโลกรัมละ 20 บาท ซึ่งเป็นการแก้ปัญหา แบบ ห่วยๆ เหมือนกับไม่ได้แก้ เพราะเรื่องการแก้ปัญหา ราคาสินค้าการเกษตรที่ตกต่ำ ด้วยการ กู้เงิน มา จ่ายเป็นค่าชดเชย ไม่ต้องเอา ดอกเตอร์ ไม่ต้องเอา มืออาชีพ มาเป็น รัฐมนตรี เด็ก ป 4 ก็ คิดเป็น และทำได้…..ที่สำคัญ สินค้าที่ส่งออกมาเลเซีย ไม่ได้มีแค่เรื่องของ กุ้ง แต่ ปลากะตัก ก็เป็น สินค้า ส่งออก ของ ภาคใต้ ที่ ตลาดใหญ่อยู่ที่มาเลเซีย ถ้าวันไหน รัฐบาลมาเลเซีย ขุ่นข้องหมองใจ ไม่ให้ พ่อค้าไทย ส่งออก ปลากะตัก สถานการณ์การ ส่งออก สัตว์น้ำ ในภาคใต้ของประเท ศไทย จะต้อง ย่ำแย่ กว่าเดิม ดังนั้น ทางออก ของ รัฐบาล จึงต้อง เจรจา เพื่อ ค้าขาย กับ มาเลเซีย ต่อไปให้สำเร็จ เพราะนี่คือ ตลาด ส่งออก ที่ ใกล้ที่สุดแล้ว…..
@ส่วนเรื่อง ร้อนๆ ที่เป็นเรื่องการเมือง ที่เป็นการ ฟาดฟัน และ ชิงไหวชิงพริบ ระหว่าง พรรคฝ่ายค้าน อย่าง พรรคประชาชน และ พรรคประชาธิปัตย์ ทั้งเรื่อง ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่ มีการ ร้องเรียน ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อเอาผิดกับ ปปช. ที่ถูก ฝ่ายค้าน กล่าวหาว่าเป็น ผู้อุ้ม ศักดิ์สยาม ให้พ้นข้อหา เรื่องที่ดินเขากระโดง ที่ ฝ่ายค้าน และ นักการเมือง บางคน อย่าง พล.ต.อ.เสรีย์ เตมียเวช เดินหน้า ลุยไฟ แบบไม่กลัวความร้อน และแม้กะทั่ง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ก็ กัดไม่ปล่อย เรื่องอย่างนี้ ถ้ามีการ ตอกย้ำ ทุกๆวัน ความน่าเชื่อถือของ รัฐบาล ใน ความรู้สึกของ ประชาชน ก็จะ สารวันเตี้ยลง สังเกตหรือไม่ว่า รัฐบาล เข้ามาบริหารประเทศ ยังไม่ถึง 4 เดือน แต่ ปัญหาที่ มารุมมาตุ้ม เหมือนรัฐบาลบริหารประเทศแล้ว 4 ปี ด้วยซ้ำ ระวังความ น่าเชื่อถือในสายตาของ ประชาชน จะลดลงเรื่อยๆ……แม้แต่เรื่อง การแจกเงิน คนละครึ่ง พลัส เรื่องการเพิ่มวงเงิน บัตรสวัสดิการ จาก 300 บาท เป็น 1,000 บาท ซึ่งด้วย กฎกติกา ที่ยุ่งยาก ที่บางคนบออกว่า ประชาชนเหมือน ขอทาน จาก รัฐบาล แทนที่ แจกเงิน ให้ประชาชนแล้ว รัฐบาล พรรคภูมิใจไทย จะได้ คะแนน บวกๆๆ กับ ติดลบ กับการที่ประชาชนเข้าถึงด้วยความ ยุ่งยาก…..
@เรื่องของ พลังงาน ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ ประเทศไทย เหมือนกับ ติดกับดัก ของพลังงานที่มีราคาแพง และ รัฐมนตรีทุกคน ที่เข้ามา กำกับดูแล กระทรวงพลังงาน ก็มีแต่ ราคาคุย แต่แก้ปัญหาของ พลังงาน ไม่ได้แม้แต่คนเดียว การ เปลี่ยนผ่าน จาก น้ำมัน ก๊าซ เป็น พลังงาน แสงอาทิตย์ และ ลม ก็อยู่ภายใต้กำมือของ นายทุน กลุ่มเดียว ที่เป็นผู้ ชี้เป็น ชี้ตาย และ มีท่าที่ว่า จะ สั่งการ รัฐบาลได้ ดังนั้น มองไปไหน ก็ มืดมน …… ยิ่ง สงครามในตะวันออกกลาง ระหว่าง สหรัฐอ เมริกา กับ อิสราเอล กับ อิหร่าน ที่ ลากยาว แบบ ไม่เห็น จุดจบ การที่จะเห็น ราคาน้ำมัน กลับมาเป็นเหมือน ก่อนการเกิด สงครามในตะวันออกกลาง คงจะเห็นได้ยากแล้ว ดังนั้นจึงเห็นราคา สินค้า ทุกชนิด มีแต่ แพงขึ้นๆ มีการ ปรับราคาให้เห็ทุก สัปดาห์ เช่น ราคาหมูเป็น มีการปรับขึ้น กิโลกรัมละ 4 บาท ไข่ไก่ปรับขึ้นแผงละ 6 บาท แม้แต่ พืช ผัก อาหารทะเล ก็ปรับขึ้นทุกอย่าง ปรากฎการณ์ แพงทั้งแผ่นดิน คือการ ซ้ำเติม ประชาชนระดับล่าง ให้ต้อง แบกรับ จน หลังแอ่น โดยไม่มีทางออกจนมีการกล่าวว่า ใครตายก่อน คือคนที่ โชคดี……
@เรื่องของ ความมั่นคง ก็เป็นเรื่องที่ สอบตก สำหรับ รัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะ การแก้ปัญหาความไม่สงบใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัตตานี.ยะลา นราธิวาส และ 4 อำเภอของ จังหวัดสงขลา แม้ กองทัพบก โดย พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. จะมีการ ย้าย พล.ท.นรธิป โพยนอก นายทหารที่ เติบโต จาก กองทัพภาคที่ 2 มาทำหน้าที่ แม่ทัพภาคที่ 4 เพื่อ การ ดับไฟใต้ ให้ ยุติ ในปี 70 แต่ 8 เดือน ที่ พล.ท.นรธิป โพยนอก ทำหน้าที่ แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ก็เห็นแล้วว่าไม่ได้เป็นไปตามที่พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ต้องการเห็นการ ดับไฟใต้ ให้ มอดลง เพราะ สถานการณ์ความ รุนแรง กลับเพิ่มขึ้น และ ความ ขัดแย้ง ในพื้นที่ก็มากขึ้นแบบ “มารุมมาสุม” ล่าสุด คือ กองกำลังติดอาวุธ บุกเข้า วางระเบิด และวางเพลิง โรงไฟฟ้าชีวะมวล ปัตตานีกรีน ซึ่งตั้งอยู่ ริมถนนสายเมน ที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ห่างจาก ฐานทหารพรานที่ 43 ที่ วงเวียนมะพร้าวต้นเดียว ไม่มากนัก และเป็น โรงงานไฟฟ้าชีวะมวล โรงที่ 4 ที่ถูก วางระเบิด วางเพลิง โดยที่ เจ้าหน้าที่รัฐ ไม่สามารถ ปกป้อง คุ้มครอง ป้องกัน ความปลอดภัย ให้กับ นักลงทุนได้ และยังมีการ วางระเบิดแสวงเครื่อง ชุดคุ้มครองครู ของ ตชด. กก.41 ที่หน้าโรงเรียน ใน ต.บาลอ อ.รามัน จ.ยะลา เป็นเหตุให้ ตำรวจบาดเจ็บ 9 นาย ประชาชนถูก ลูกหลง 1 คน มีการ ซุ่มยิง อาสาสมัคร 2 ราย ใน จังหวัดนราธิวาส ….. แม้ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 จะมีการ โยกย้าย สับเปลี่ยน เอา กำลังทหาร จาก กองทัพภาค 1 ภาค 2 และ รบพิเศษ จาก ศูนย์สงครามพิเศษ เข้ามา ปฏิบัติการ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็น จำนวนมาก แต่ เหตุการณ์การก่อการร้ายไม่ ลดลง แต่อย่างใด และมีทีท่า เพิ่มขึ้น รุนแรงขึ้น นี้ยังโชคดี ที่ บีอาร์เอ็น เปลี่ยน นโยบาย เปลี่ยนเป้าหมายจากการ ยิงครู ยิงพระ ยิงผู้บริสุทธิ์ มาเป็น ยิง เจ้าหน้าที่ และ วางเพลิง วางระเบิด โรงงาน ห้างร้าน ถ้า บีอาร์เอ็น กลับมา ยิงครู ยิงพระ และ ยิงประชาชนผู้บริสุทธิ์ สถานการณ์ของ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะ รุนแรงขนาดไหน…..
@ในส่วนของ ภัยแทรกซ้อน ในรูปแบบใหม่ การ รุกคืบเข้ามาของ ชาวยิว หรือ อิสราเอล ใน เกาะภูเก็ต เกาะสมุย เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นเรื่อง ภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ โดยมี ไทยเทา และ ข้าราชการเทา ให้ความร่วมมือ ในการ เป็น นอมินี ในการ ตั้งบริษัทเพื่อ ถือครองที่ดิน มีการตั้งชุมชน มีการสร้าง ชาบัด หรือ โบสถ์ เพื่อการยึดครองตามพันธกรณี และการ บุกรุกทำลายป่า บุกรุกที่ดินสงวนของรัฐ ก็ยังไม่เห็น กอ.รมน.ภาค 4 ที่มี พล.ท.นรธิป โพยนอก เป็น ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 จัดการกับปัญหานี้แต่อย่างใด…..อีกเรื่องคือ ยาเสพติด และ แรงงานเถื่อน ที่ หมุดหมายปลายทาง คือ ชายแดน จังหวัดนราธิวาส เพื่อ ไปยัง ประเทศมาเลเซีย พื้นที่ของ จังหวัดนราธิวาสมี พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ เป็น ผบ.ฉก.นราธิวาส มี ผบ.พัน ในการคุมกำลัง ในพื้นที่เป็น นายทหาร ที่ย้ายมาจาก กองทัพภาคที่ 1 แต่ ผลงานในการ ป้องกันเหตุในพื้นที่ยัง ล้มเหลว การติดตาม ไล่ล่า กองกำลังติดอาวุธ ก็ ล้มเหลว เพราะยังหาแหล่ง กลบดาน แหล่ง หลบซ่อน ของ กองกำลังติดอาวุธไม่พบเจอ การ ซีลแนวชายแดน แม่น้ำสุไหงโก-ลก ก็ ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะยังปล่อยให้ กองกำลังของ บีอาร์เอ็น ข้ามจากรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย นำระเบิด มาก่อเหตุใน จังหวัดนราธิวาส และหลังก่อเหตุข้ามกลับไป กลันตัน อย่างปลอดภัย ….. และใน แนวชายแดน อสุไหงโก-ลก อ.ตากใบ ยัง ปล่อยให้ ขบวนการค้าสินค้าเถื่อน ส่งสินค้าจากฝั่งไทย และนำสินค้าจากฝั่งมาเลเซีย เข้ามาได้อย่าง สะดวกโยธิน นี่ก็เป็นเรื่องความ ล้มเหลว ในการ ซีนแนวชายแดน……และในส่วนของการสร้างมวลชน ก็ยัง ล้มเหลว เพราะ ยังมีการ นำระเบิด ขึ้น เฮลิคอปเตอร์ เพื่อไปทิ้งระเบิดในพื้นที่ ป่าเขา ที่ ตรวจพบว่ามีความ เคลื่อนไหวของ กองกำลังติดอาวุธสร้างความ ตื่นตระหนก และ หวาดกลัว กับ ประชาชนในพื้นที่ เป็น ยุทธการ ขี่ช้างจีบตั๊กแตน ที่ ได้ไม่คุ้มเสีย เพราะ ระเบิดทิ้งลงไปในพื้นที่ป่าเขา ไม่ได้ทำให้ กองกำลังติดอาวุธของ บีอาร์เอ็น เสียหาย แต่ด้าน สังคมจิตวิทยา เป็นการ เสียมวลชน และ มวลชน จะ เลือกข้าง ไป สนับสนุน บีอาร์เอ็น มากขึ้น…..
@เริ่มต้นแบบ เดิมๆ ก่อนที่จะมีการ พูดคุยสันติสุข ระหว่าง ตัวแทนของ รัฐบาล กับ บีอาร์เอ็น ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ในฐานะ หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุข เดินทางลงพื้นที่ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อ พบปะภาคประชาสังคม ฟังความคิดเห็น ของ ภาคประชาสังคม เกี่ยวกับการ พูดคุยสันติสุข ที่จะมีขึ้นเดือน มิถุนายน นี้ ซึ่งเป็นวิธีการเดิมๆ ที่ หัวหน้าคณะพูดคุยทุกคนเคยทำมา และ ลำดับต่อไปก็คือการ หิ้วกระเช้าของขวัญ ไปรับฟังความคิดเห็น และ คารวะ ผู้นำศาสนา นี่คือ ธรรมเนียมประเพณี ก่อนการ พูดคุย แต่เมื่อไปสู่เวทีการพูดคุยจริงๆ เชื่อเถอะ ไม่มีตัวแทนของภาคประชาชน และการพูดคุยต้องอยู่ในกรอบของ กองทัพ ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จ 1 ไม่รับข้อเสนอการแบ่งแยกดินแดน ไม่เอาเรื่องเป็นเขตปกครองพิเศษ และ เขตปกครองตนเอง และ ก่อนเจรจา ต้องลดความรุนแรงในพื้นที่ ซึ่งทั้งหมด บีอาร์เอ็น ปฏิเสธ เมื่อ ธง ของ กองทัพเป็นเช่นนี้ คนที่เป็นหัวหน้าคณะพูดคุย จะเป็น พลเรือน หรือ ทหารเกษียณ ก็ไม่ได้ช่วยให้การ พูดคุยสันติสุข นำไปสู่ความสันตืสุขได้จริง ไม่เชื่อก็คอยดูกันต่อไป….
@วันนี้การขนส่งยาเสพติด รายย่อย ตั้งแต่ 100,000 เม็ดขึ้นไป ผู้ค้าส่งทาง ขนส่งเอกชน และ ไปรษณีย์ไทย มากขึ้น โดยเฉพาะ ใน จ.สงขลา ปัตตานี ยะลา และ นราธิวาส ดังนั้น เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องในการ ป้องกันปราบปรามยาเสพติด ต้องปรับแผนให้ความสำคัญกับการ ตรวจค้น การ ขนส่ง ทางบริษัทขนส่งสินค้าของเอกชน และไปรษณีย์ไทยให้มากยิ่งขึ้น……เช่นเดียวกับการ ส่งบุหรี่หนีภาษี จาก ภาคใต้ไปยังจังหวัดต่างๆ ก็อาศัย การส่งทาง ไปรษณีย์ และ ขนส่งเอกชน อย่างเป็นล่ำเป็นสัน โดยเฉพาะสอง ผู้ค้ารายใหญ่ในภาคใต้อย่าง เสี่ยหยอย และ เจ้เกด คือผู้ค้ารายใหญ่ ที่มีการ จ่ายส่วย เลี้ยงดูหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการ จับกุม บุหรี่หนีภาษี และบุหรี่ไฟฟ้า ที่นำเข้ามาจากประเทศมาเลเซียและถ้า ส่วย จาก เจ้าพ่อ เจ้าแม่ ทั้งสองราย ยัง หอมหวาน สำหรับเจ้าหน้าที่ การปราบปราม บุหรี่หนีภาษี และบุหรี่ไฟฟ้า ไม่มีทางสำเร็จ นโยบาย เลี้ยงเป็ดไว้กินไข่ ยังเป็น นโยบาย ที่ เจ้าหน้าที่ไทย ใช้กับ กลุ่มผู้ทำธุรกิจสีเทา เพราะ เป็ดเหล่านี้ไข่เป็นทองคำ…..
@หลังการ ซบเซา ของการนำเข้าสินค้าเถื่อนด้านชายแดน ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา เป็นเหตุให้ เจ้าหน้าที่จำนวนไม่น้อย ที่เป็น ศุลกากร ต้องหันมาค้าของเถื่อนเสียเอง มีอยู่รายหนึ่ง เป็นผู้นำเข้าเมล็ดกาแฟดิบ ครั้งละ 3 ล้านถึง 5 ล้านบาท และมีอยู่ 2 เคส ที่ถูก จับกุมได้ในพื้นที่ของ จ.สุราษฎร์ธานี และที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เรื่อง เจ้าหน้าที่ ซึ่งมีหน้าที่ในการป้องกันปราบปราม กลายเป็นผู้ค้าเสียเอง อธิบดีกรมศุลกากร ต้อง เข้มงวดกวดขัน อย่าปล่อยให้ใช้ เครื่องแบบ ในการ ทำมาหากินโดยผิดกฎหมาย…..และที่มีการ ส่งออก กุ้งกะปิ จำนวน 5 คันรถ 10 ล้อ ทางด่านปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา และกลายเป็นคดีความ ต้องจ่ายภาษีและค่าปรับ เจ้าหน้าที่ละคนในวงการค้าของเถื่อนรู้กันทั้งบาง ว่าเป็นของ ศุลกากรคนไหน ก็ขอฝากไห้ ปปช. สงขลา ติดตาม ตรวจสอบด้วย…..แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้า สวัสดีครับ
ไชยยงค์ มณีพิลึก
——————————————————————————–
//////////////////////////////////////////////////

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในการพระราชทานเพลิงศพ สมาชิกเอก อุรุพงษ์ กมล สังกัดกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอสุไหงปาดีที่ 9 ปฏิบัติหน้าที่ในชุดคุ้มครองตำบลสุไหงปาดี จ,นราธิวาส โดยมี บุญช่วย หอมยามเย็น ผวจ.นราธิวาส เป็นประธานในพิธี ณ วัดโคกตา อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส
///////////////////////////////////////////

ต้อนรับ. พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9/รอง ผบ.ศปก.ตร.สน.(1) พร้อมคณะเดินทางเข้าเยี่ยม เจ้าหน้าที่ตำรวจ มว.ฉก.นปพ.ยะลา 12 (รามัน) ที่ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่ ต.บาลอ อ.รามัน จ.ยะลา โดยมี พญ.นิยา สือนิ ผอ.รพ.รามัน จ.ยะลา ให้การต้อนรับ
/////////////////////////////////////////

ติดตามสถานการณ์. ก้องสกุล จันทราช ผวจ.ยะลา พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภาค 9 และคณะ ลงพื้นที่ สภ.รามัน โดยมี กิตติภณ เปรมรัชชานนท์ นายอำเภอรามัน และ พ.ต.อ.พงษ์พันธ์ สุริยะวงศ์ ผกก.สภ.รามัน รายงานเหตุการณ์ พร้อมทั้งร่วมติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมเข้าเยี่ยมเยียนให้กำลังใจครู และประชาชน หลังเหตุคนร้ายวางระเบิดรถยนต์ จนท.ตร.ชุดคุ้มครองครู ณ รร.บ้ายปูลัย ต.บาลอ อ.รามัน จ.ยะลา
///////////////////////////////////////

ปิดงาน. พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี/รมว.กระทรวงคมานาคม เป็นประธานเปิดงานสมโภชพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ และ งานกาชาด จ.พัทลุง โดยมี สุจินต์ วาจากิจ ผวจ.พัทลุง และหน่วยงานในจังหวัดให้การต้อนรับ ณ สนามศาลากลางจังหวัด
///////////////////////////////////////////

พัฒนาฯ. มุขตาร์ มะทา นายก อบจ.ยะลา เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา อบจ.ยะลา และหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมเป็นเกียรติโครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้และเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาท้องถิ่น โดยเฉพาะการบริหารจัดการสาธารณภัยและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ภายหลังจังหวัดยะลาประสบปัญหาอุทกภัยในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และโครงสร้างพื้นฐานของประชาชน มีการอบรมให้ความรู้และการศึกษาดูงาน ระหว่างวันที่ 8 – 13 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุมมุขมนตรี อบจ.ยะลา
////////////////////////////////////////////

เยี่ยมให้กำลังใจ. อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายจาก ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจ มอบเงินเยียวยา และอำนวยความสะดวกด้านเอกสารให้แก่ครอบครัว “ครูปาตีเมาะ ยาโงะ” ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ รร.ประสานวิทยามลนิธิ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี
//////////////////////////////////////

เข้าพบ. พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา เข้าพบ เปโดร สวาห์เลน (H.E. Pedro Zwahlen) เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทย ในโอกาสอำลาตำแหน่งก่อนเดินทางไปรับหน้าที่ใหม่ในต่างประเทศ ณ โรงแรมซีเอส อ.เมือง จ.ปัตตานี
////////////////////////////////////////

ติดตาม. คณะกรรมการธรรมาภิบาล จ.ตรัง ลงพื้นที่ อบต.นาท่ามใต้ อ.เมือง จ.ตรัง ติดตาม โครงการพัฒนาสร้างพื้นฐานเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ชุมชน ติดตั้งไปฟ้าแสงสว่างสาธารณะทางเชื่อมเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยว โครงการแก้มลิงหนองกก (เขาต่อยไห) งบประมาณ 19,684,000.00 บาท (สิบเก้าล้านหกแสนแปดหมื่นสี่พันบาทถ้วน) โดยมีชาลี เมืองนก นายก อบต.นาท่ามใต้ ปลัด โยธา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าร่วมให้ข้อมูล
//////////////////////////////////////////

ลงพื้นที่. ฐกฤต อัชณาพิพัฒ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1 ลงพื้นที่เยี่ยม ติดตามความพร้อมของการเปิดภาคเรียน ของกลุ่มโรงเรียนบ้านนา-สุโสะ อ.ปะเหลียน พร้อมให้กำลังใจ กับผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา และได้พบปะกับนักเรียน
///////////////////////////////////////

ณ ท่าอากาศยานตรัง บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีพัทลุง จำกัด ได้จัดพิธีเปิดร้าน “รู้รักสามัคคีพัทลุงวิสาหกิจเพื่อสังคม” อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นช่องทางในการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น รวมถึงสินค้าและบริการของเครือข่ายวิสาหกิจเพื่อ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ มี วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ทรงกรด สว่างวงศ์ ผวจ.ตรัง กล่าวต้อนรับและแสดงความยินดีในฐานะเจ้าบ้าน พร้อมด้วย ดร.นาที รัชกิจประการ
/////////////////////////////////////////////

ส่งเสริมการขับเคลื่อน. ณ โรงแรมธรรมรินทร์ธนา อ.เมืองตรัง จ.ตรัง บุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมกระบวนการขับเคลื่อนแผน พัฒนาท้องถิ่น ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2571-2575) มีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาฯ หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการประสานแผนพัฒนาท้องถิ่นแบบบูรณาการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดตรัง คณะกรรมการสนับสนุนการจัดทำแผนฯ คณะกรรมการติดตามฯ ประชาคมท้องถิ่นระดับจังหวัด
//////////////////////////////////////////////

มอบสัมฤทธิ์บัตร. สุนทร เชาว์กิจค้า สมาชิกวุฒิสภา เป็นประธานมอบสัมฤทธิบัตร ผู้สำเร็จการอบรมโครงการ นสว.1 ครั้งที่ 3/2569 พร้อมกล่าวปิดการอบรม ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ
///////////////////////////////////////////////

วันลูกโหนด. รัฐศาสัตร์ ชิดชู ผวจ.สงขลา ได้เป็นประธานเปิดงานวันลูกโหนดประจำปี 2569 ณ หน้าสนามที่ว่าการอำเภอสทิงพระ จ.สงขลา โดยมี ศศิพงษ์ ชูชิด นายอำเภอสทิงพระ และประชาชนให้การต้อนรับ
//////////////////////////////////////

รับมือน้ำท่วม. ณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ประจำปี 2569 โดยมี รอมดอน หะยีอาแว รองผวจ.สงขลา เป็นประธาน ณ ห้องประชุม สนง.กองช่าง ทน.หาดใหญ่ จ.สงขลา
///////////////////////////////////////////

รับเรื่อง. สรรเพชญ บุญญามณี รมช.กระทรวงคมนาคมได้รับมอบหนังสือจากคณะผู้ประกอบการท่าเรือในพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อขอให้ช่วยประสาน และผลักดันไปยัง “กรมเจ้าท่า” ในการเร่งขุดลอกร่องน้ำในพื้นที่ท่าเรือให้มีความลึกมากขึ้น เพื่อให้การเดินเรือ การขนส่งมีความสะดวก ปลอดภัยในการเดินเรือ ณ บ้านพัก ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา
//////////////////////////////////////

แสดงความยินดี. อะหมัด รามันห์สิริวงศ์ กรรมการบริหาร สมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย /ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ประจำจังหวัดยะลา/ ที่ปรึกษาประธานสมาพันธ์ SME ไทย จังหวัด ยะลา พร้อมด้วยเพื่อนสนิท (ทีมอู่เอสสปีดช็อป ยะลา) เข้าร่วมแสดงความยินดีกับ SORAYA และ HANIF (อดีตช่างภาพ ช่อง 7 HD) ฉลองมงคลสมรส (วาลีมะฮ์) ณ บ้านสุเป๊ะ ต.เรียง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส
/////////////////////////////////////////



