ซูซูกิ ซึ่งเป็น “โทจิ” หรือปรมาจารย์ด้านการผลิตสาเก และครอบครัวของเขา เป็นหนึ่งในผู้ที่สามารถหนีรอดจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่และคลื่นยักษ์สึนามิ ซึ่งทำลายล้างพื้นที่ดังกล่าวเมื่อเดือน มี.ค. 2554 คร่าชีวิตผู้คนไปประมาณ 18,000 คน และทำให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์บริเวณใกล้เคียง ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง
ในเมืองนามิเอะ ภัยพิบัตินิวเคลียร์ฟุกุชิมะในปีนั้น ทำลายท่าเรืออุเคโดะ และอุตสาหกรรมการประมงในท้องถิ่น รวมถึงโรงหมักสาเก “อิวากิ โคโตบุกิ” ซึ่งครอบครัวของซูซูกิ สืบทอดกิจการต่อกันมานานถึง 5 รุ่นแล้ว
ช่วงอย่างน้อย 200 ปีที่ผ่านมา โรงหมักสาเกแห่งนี้ผลิตเหล้าที่ช่วยฟื้นฟูจิตใจของชาวประมงที่กลับมาจากมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งพวกเขาดื่มมันคู่กับซาชิมิเนื้อสีขาวของปลาลิ้นหมาและปลากะพง อาหารรสเลิศจากชายฝั่งฟุกุชิมะ
แต่เนื่องจากกัมมันตรังสีที่อยู่ในระดับสูงจนเป็นอันตราย ซูซูกิ และชาวเมืองคนอื่นที่รอดชีวิต ไม่ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านเกิดของพวกเขา เพื่อตามหาเพื่อนบ้านที่สูญหาย จนกระทั่งภัยพิบัติผ่านพ้นไปแล้ว 1 ปี กระนั้น ชาวเมืองยังคงถูกห้ามไม่ให้อยู่อาศัยในพื้นที่ชายฝั่ง เพราะมันมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับคลื่นยักษ์สึนามิ ไม่ใช่ปัญหากัมมันตรังสีแต่อย่างใด
ทว่า 1 เดือนหลังจากเกิดภัยพิบัติ ซูซูกิได้รับการติดต่ออย่างไม่คาดคิดจากห้องปฏิบัติการวิจัย ว่าพวกเขายังคงเก็บรักษา “หัวเชื้อ” ของอิวากิ โคโตบุกิ เอาไว้อยู่ ซึ่งมันมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อรสชาติของสาเก
ด้วยเหตุนี้ ซูซูกิจึงสามารถกลับมาค้าขายสาเกที่โรงหมักแห่งใหม่ของเขา ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเมืองอุเคโดะ ในจังหวัดยามากาตะ ที่อีกด้านหนึ่งของเกาะฮนชู แม้การหมักสาเกมีความยุ่งยากซับซ้อน แถมยังขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ และต้องใช้เวลานานเพื่อให้ได้รสชาติที่ถูกต้องก็ตาม
เมื่อ 2 ปีที่แล้ว รัฐบาลญี่ปุ่นกลับมาอนุญาตให้จำหน่ายปลาจากจังหวัดฟุกุชิมะอย่างเต็มรูปแบบ และชาวประมงต้องการหาอะไรดื่ม นั่นจึงทำให้ซูซูกิตัดสินใจสร้างโรงหมักสาเกแห่งใหม่ในเมืองนามิเอะ
แม้อุตสาหกรรมการประมงท้องถิ่นจะฟื้นตัวอย่างช้า ๆ แต่ในเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา จีนสั่งห้ามนำเข้าอาหารทะเลที่มาจากญี่ปุ่น เนื่องจากการปล่อยน้ำบำบัดออกจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซึ่งความเคลื่อนไหวข้างต้น สร้างความเสียหายต่อชุมชนประมงในจังหวัดฟุกุชิมะอีกครั้ง
เพื่อเป็นการช่วยเหลือชาวประมง ซูซูกิจึงเปิดตัวสาเกชนิดใหม่ในปีนี้ ซึ่งเรียกว่า “เกียวชู มาริยาจ” ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อดื่มคู่กับอาหารทะเลของจังหวัดฟุกุชิมะ 8 อย่างที่แตกต่างกัน เช่น ปลาลิ้นหมา หอยปีกนก และปูขนญี่ปุ่น
“เราวิเคราะห์รสชาติทั้งห้าอย่างของอาหารทะเล ได้แก่ รสหวาน รสเค็ม รสเปรี้ยว รสขม และรสอูมามิ รวมถึงใช้ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เพื่อออกแบบสาเกที่เหมาะกับอาหารแต่ละชนิดมากที่สุด” ซูซูกิกล่าว.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP





