อีกไม่กี่เดือนก็จะมีการจัดงานแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2024 ซึ่งในครั้งนี้ ประเทศฝรั่งเศสได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพ
ดังนั้น ภาพของนักท่องเที่ยวจากนานาประเทศที่เริ่มหลั่งไหลเข้าสู่ประเทศฝรั่งเศสจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ โดยเฉพาะเมื่อคิดว่า เดิมที ฝรั่งเศสและกรุงปารีสก็เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของบรรดาทัวริสต์ทั้งหลายอยู่แล้ว
แต่เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีผู้เขียนบทความเตือนภัยนักท่องเที่ยวให้ระมัดระวังเมื่อเข้าไปรับประทานอาหารตามร้านในกรุงปารีส ไม่เช่นนั้นก็อาจจะต้องเสียเงินเพิ่มโดยไม่จำเป็น
ผู้เขียนบทความชี้ว่า ร้านอาหารในปารีสได้ใช้ช่องว่างของความ “ไม่รู้” เกี่ยวกับระบบจ่ายเงินค่าทิปให้บริกรประจำร้านของฝรั่งเศส ซึ่งแตกต่างจากอีกหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐ ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวอเมริกันอาจตกเป็นเหยื่อได้ง่ายกว่าใคร
กฎหมายของฝรั่งเศสนั้นกำหนดให้ทางร้านอาหารต้องบวกค่าทิปพนักงานเข้าไปด้วยในราคาอาหาร โดยคิดในอัตรา 15% ของราคาอาหารทั้งหมด และโดยปกติ ทางร้านก็คิดราคาอาหารสูงอยู่แล้วเพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในส่วนที่เป็นค่าจ้างพนักงานในร้าน ดังนั้น ค่าทิปที่ลูกค้าควรจ่ายให้ร้านหรือบริกรตามปกติจึงไม่ควรเกิน 5% ของค่าอาหาร
แต่เมื่อมีการประเมินว่าในช่วงสิ้นเดือนก.ค.ที่จะถึงนี้อันเป็นช่วงเริ่มการแข่งขันโอลิมปิก 2024 จะมีนักท่องเที่ยวที่เข้ามากิน ดื่ม เที่ยวและพักอยู่ในฝรั่งเศสไม่ต่ำกว่า 15 ล้านคน ร้านอาหารเมืองน้ำหอมก็เริ่มมองเห็นลู่ทางที่จะได้เงินเพิ่ม
ชาวฝรั่งเศสหลายคนพบว่ามีร้านอาหารบางแห่งที่เริ่มกดดันให้ลูกค้าใช้ “อเมริกันสไตล์” กับการให้ทิปพนักงาน กล่าวคือลูกค้าควรจ่ายทิปเพิ่มเติมให้ทางร้านในอัตรา 15-20% ของราคาอาหารมื้อนั้น ๆ ทั้งที่มีการบวกค่าทิปเอาไว้ในใบเสร็จอยู่แล้ว
สำนักข่าวลอนดอน ไทม์ส ชี้ว่า เจ้าของร้านอาหารในปารีสมีความกังวลว่านักท่องเที่ยวที่กำลังจะเข้ามาในประเทศนั้น อาจตัดสินใจหาที่พักนอกเมืองและลดค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารด้วยการกินอาหารฟาสต์ฟูดเป็นหลัก และไม่ออกมารับประทานอาหารตามร้าน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่บรรดาร้านอาหารในลอนดอนต้องประสบตอนที่อังกฤษเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2012
ด้วยเหตุนั้นจึงมีการงัดกลเม็ดมากดดันให้ลูกค้าต้องจ่ายค่าทิปเพิ่ม นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในใบเสร็จในลักษณะของการ “จ่ายทิปเพราะรู้สึกผิด” เช่น การส่งพนักงานมายืนจ้องขณะที่ลูกค้าจ่ายค่าอาหาร ก็อาจทำให้ลูกค้ารู้สึกไม่ดี ถ้าหากไม่ได้จ่ายค่าทิปเพิ่มเข้าไป
นอกจากนี้ สิ่งที่นักท่องเที่ยวต้องระวังอีกอย่างก็คืออัตราแลกเปลี่ยนของเงินต่างสกุลตามการคำนวณของทางร้านที่อาจจะไม่ได้คิดแบบตรงไปตรงมา รวมถึงค่าธรรมเนียมที่อาจโดนชาร์จเพิ่ม หากมีการใช้บัตรเครดิต กล่าวคือ หากนักท่องเที่ยวจ่ายค่าอาหารเป็นเงินสกุลอื่นที่ไม่ใช่เงินยูโร ราคาอาหารอาจจะแพงกว่าเดิม แต่ลูกค้าไม่รู้ตัวเพราะไม่รู้อัตราแลกเปลี่ยน
ชาวฝรั่งเศสบางคนถึงกับออกปากว่าเขารู้สึกช็อกมากที่ได้เห็นบริกรของร้านอาหารฝรั่งเศส เรียกร้องจากลูกค้าชาวต่างชาติให้จ่ายทิปเพิ่ม
แต่สิ่งที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ ร้านอาหารหัวหมอเหล่านี้ยังพยายามกดดันให้ลูกค้าชาวท้องถิ่นต้องจ่ายทิปเหมือนนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วย ซึ่งสำหรับคนฝรั่งเศสเองแล้ว ถือว่าเป็นสิ่ง “ต้องห้าม” และน่าอายมาก เพราะพวกเขาย่อมรู้ดีว่าเงินค่าทิปนั้นได้บวกรวมไว้ในค่าอาหารทั้งหมดแล้ว
ที่มา : nypost.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



