แม้ในช่วงนี้ข่าวคราวของสินค้าไม่ตรงปก จะลดน้อยถอยลงไปบ้าง โดยไม่มีข่าวหนาหูหนาแน่น เมื่อช่วงก่อนหน้านี้สัก 2-3 ปีที่ผ่านมาก็ตาม
หากจำกันได้หลังประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤติโรคโควิดมาได้สัก 1-2 ปี กระแสข่าวเรื่องการซื้อของออนไลน์แล้วได้สินค้าไม่ตรงปก เช่น สั่งซื้อมือถือ ได้ ข้าวสาร ได้แชมพู อะไรเทือกนี้ จนทำให้ “เหยื่อ” โดยเฉพาะที่ยังเป็นเด็กนักเรียน ต้องคิดสั้น!!
รวมไปถึงการสั่งซื้ออุปกรณ์ครอบฟันขาว ผ่านเฟซบุ๊ก แต่กลับได้สินที่ไม่ตรงตามที่โฆษณา และมีขนาดเล็กเท่าปากเด็ก ที่ไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้ เพราะเป็นของที่นำเข้ามาจากเพื่อนบ้าน

ต้องยอมรับว่าในยุคที่ใคร ๆ ก็ชอปปิ้งสินค้าออนไลน์ เพราะความสะดวกและรวดเร็วในการได้รับสินค้า ทำให้เกิดช่องโหว่ที่เหล่ามิจฉาชีพจะมาแทรกแซงขายสินค้าที่ไม่ตรงปกได้
ส่วนการแก้ไขปัญหาในช่วงที่ผ่านมา ก็แทบไม่มีผล เพราะบางราย ก็ตามไม่ได้ หาไม่เจอ สุดท้ายก็ “แห้ว” ต้องจำยอมกับปัญหาที่เกิดขึ้นแบบเลี่ยงไม่ได้
ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคหรือสคบ.โดยคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา ได้กระโดดออกมาปกป้องสิทธิของผู้บริโภค แม้จะล่าช้าไปหลายปี แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไร
วิธีการของสคบ.ก็คือการใออกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เพื่อให้ธุรกิจการขนส่งเรียกรับเงินปลายทางกับผู้บริโภค เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา
ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เพื่อเป็นการแก้ปัญหาหลอกลวงซื้อขายสินค้าออนไลน์ผ่านบริการเก็บเงินปลายทางนั่นแหล่ะ!! โดยให้ให้บริษัทขนส่งรับผิดชอบชดเชยเงินคืนให้กับผู้บริโภคแทนผู้ขาย

เพราะ..ไม่ใช่มีเพียงแค่เรื่องของสินค้าไม่ตรงปกเท่านั้น แต่ยังพบว่า มีบรรดาพี่มิจฯ หรือมิจฉาชีพ ก็สุ่มส่งสินค้าไปให้ผู้บริโภคผ่านการเก็บเงินปลายทาง หรือ แคช ออน เดลิเวอรี่ (ซีโอดี) เพื่อล่อลวงหลอกลวงเงินจากคนที่รู้ไม่เท่าทัน หรือที่อาจจะงงๆว่าฉันสั่งอะไรไป ใช้งานก็ไม่ได้ ขอเงินคืนก็ไม่ได้
โดยบรรดาพี่มิจฯเหล่านี้ จะปกปิดข้อมูล ไม่แจ้งหมายเลขโทรศัพท์ ของผู้ส่งสินค้า ไม่สามารถติดต่อได้ ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากไม่สามารถติดตามขอคืนเงิน หรือ หาตัวคนร้ายได้
คร่าว ๆ ณ เวลานี้ก็มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาที่สคบ.เป็นจำนวนไม่น้อย สะสมรวมกันไปมาแล้วก็ไม่น้อยกว่า 2,000 เรื่องทีเดียว ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่ได้ลดลงด้วยซ้ำ!!
สาระของประกาศ!! ก็กำหนดให้บริษัทขนส่ง สามารถ “ถือเงิน” ที่ผู้บริโภคชำระค่าสินค้าแล้ว ได้เป็นเวลา 5วัน ก่อนส่งให้บริษัทเจ้าของสินค้า ขณะที่บริษัทส่งสินค้าต้องออกเอกสารการชำระเงินเพื่อเป็นหลักฐานด้วย
เมื่อผู้บริโภคได้รับสินค้า จากไรเดอร์ ที่นำมาส่งให้แล้ว ก็สามารถแกะดูพัสดุ และถ้าไม่ตรงตามคำสั่งซื้อ ก็สามารถส่งพัสดุคืนได้ แต่ขณะแกะสินค้า ต้องถ่ายคลิปวีดีโอไว้เป็นหลักฐาน
หากพบว่า สินค้าที่ได้รับไม่ตรงปก ก็เก็บหลักฐานทั้งหมด รายละเอียดทั้งหมดมาร้องเรียนที่สคบ.ได้ โดยสคบ.จะประสานบริษัทขนส่งให้เข้ามาเจรจาเพื่อชดใช้ความเสียหายตามราคาจริงของสินค้านั้น

แต่!!ในเรื่องการเรียกร้องค่าเสียหายส่วนอื่น ๆ อย่าง ค่าเสียเวลา เช่นนี้ไม่สามารถเรียกร้องกับบริษัทขนส่งได้
ส่วนจะได้ฤกษ์เริ่มใช้ได้เมื่อไหร่? ก็คงไม่ช้า เพราะสคบ.เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นของร่างประกาศฉบับนี้ เมื่อรับฟังแล้ว ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป เชื่อว่า…น่าจะเริ่มเห็นกฎเกณฑ์รายละเอียดต่าง ๆ ภายในปีนี้
เอาเป็นว่า…มีกฎระเบียบควบคุมที่ชัดเจน ก็ยังดีกว่า ปล่อยให้ “ลอยนวล” จนทำให้คนซื้อหรือผู้บริโภค ต้องเผชิญผจญอยู่กับปัญหาที่ทำให้เจ็บใจ
ทั้งหมด!! ก็ต้องมารอดูว่า กลไกการควบคุมเช่นนี้ จะทำหน้าที่ได้ผลมากน้อยเพียงใด!!.
……………………………………….
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”



