หากพูดถึง “ราชาแห่งผลไม้” อย่างทุเรียน ในปีนี้เกษตรกรไทยต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งสภาพอากาศและศัตรูธรรมชาติ แต่ท่ามกลางวิกฤติ เราได้พบกับเรื่องราวของ 2 ชายหนุ่มต่างพื้นที่ ต่างเจเนอเรชัน คนหนึ่งอยู่ที่ อ.กะปง จ.พังงา อีกคนอยู่ที่ อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก แม้จะปลูกทุเรียนต่างสายพันธุ์และอยู่คนละซีกภาค แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขาเทใจให้เหมือนกันคือ “ความมุ่งมั่นสู้ชีวิต ไม่หยุดเรียนรู้ และความซื่อสัตย์ที่อยากให้ลูกค้าได้กินทุเรียนที่อร่อยที่สุด”
พิกัดแรก ลงใต้ไปที่ ต.กะปง อ.กะปง จ.พังงา นายรณพล ขวัญเซ่ง กำนันตำบลกะปง ชายหนุ่มผู้สืบทอดสานต่อ “สวนก๋ง” สวนทุเรียนที่สร้างความฮือฮาและหาชมได้ยากที่สุดในเวลานี้ กับการโชว์ผลลัพธ์ของความไม่หยุดเรียนรู้และภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ส่งต่อมาจากคุณพ่อกว่า 15 ปี

นั่นคือ “ต้นทุเรียนสองสายพันธุ์” ลำต้นสูงกว่า 15 เมตร ที่สร้างความแปลกใจให้ผู้พบเห็น เพราะกิ่งด้านล่างให้ผลเป็น “หมอนทอง” แต่กิ่งกระโดงด้านบนกลับให้ผลเป็น “ทุเรียนสาลิกา” ราชาทุเรียนบ้านชื่อดังของพังงา!
กำนันรณพล กล่าวด้วยความภูมิใจ “คุณพ่อเริ่มจากการปลูกทุเรียนบ้านไว้ 1 ปี จากนั้นนำยอดหมอนทองมาเสียบ และผ่านไปอีกปี ก็นำยอดสาลิกามาเสียบต่อยอดขึ้นไปอีกชั้น ดูแลรักษาอย่างดีมานานกว่าสิบปี จนเขาให้ผลผลิตสม่ำเสมอ”

ความใส่ใจในการดูแลตลอดระยะเวลาหลายปี ไม่เพียงทำให้ได้ผลผลิตดกถึงเกือบ 200 ลูกต่อปี (หมอนทอง 80-100 ลูก, สาลิกา 80 ลูก) แต่การอยู่ร่วมต้นกันยังทำให้เกิดการผสมเกสรจนได้ “ผลผลิตเกรดพรีเมียม” ที่พิเศษกว่าทั่วไป คือ หมอนทองเนื้อเหลืองเข้มเต็มพู ส่วนสาลิกาก็เนื้อนุ่มช้าลง แถมบางปีให้ผลผลิตเบิ้ลถึง 2 รอบ เป็นความอร่อยที่คุ้มค่าการรอคอย
อีกด้าน ที่บ้านซำต้อง ต.ชมภู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ดินแดนแห่งขุนเขาและสภาพอากาศเย็น ที่นี่คือสวนทุเรียนแห่งแรกของจังหวัดของ นายวันชัย กาญจนเพ็ญ เกษตรกรนักสู้ผู้ปลูกทุเรียนพันธุ์ “หลงรักไทย” ซึ่งเป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมจากหลงลับแล มานานกว่า 30 ปี บนเนื้อที่ 45 ไร่ กว่า 500 ต้น

จุดเด่นของทุเรียนที่นี่คือ เนื้อสีเหลืองทอง ละเอียดแน่นไม่เละ กลิ่นหอม รสหวานละมุน เป็นเอกลักษณ์ เพราะได้แร่ธาตุจากดินดีและอากาศเย็นของบ้านรักไทย แต่ทว่าในปีนี้ นายวันชัยต้องเจอกับบททดสอบชิ้นใหญ่จาก “สภาพอากาศแปรปรวน” จนทำให้ผลผลิตวูบหายไปกว่าครึ่ง คาดว่าจะเก็บเกี่ยวได้เพียง 15-17 ตัน จากเดิมที่เคยได้กว่า 30 ตัน
แต่หัวใจของนักสู้คนนี้กลับไม่ยอมแพ้ และสิ่งที่ไม่ยอมเปลี่ยนตามปริมาณผลผลิตที่ลดลงก็คือ “ความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า”
นายวันชัย กล่าวด้วยหัวใจที่ใส่ใจต่อผู้บริโภค “ต่อให้ผลผลิตน้อยลง แต่ปีนี้เรายืนยันจะจำหน่ายในราคาเดิม ไม่มีการขึ้นราคาเด็ดขาด (150-300 บาท) เพื่อให้คนกินได้ทานทุเรียนเกรดดี รสชาติอร่อย มีคุณภาพ ในราคาจับต้องได้”

นอกจากนี้ สวนหลงรักไทยยังไม่หยุดพัฒนา ล่าสุดยังได้ออกแบบบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ใหม่ เพื่อให้ลูกค้าสามารถจับและหิ้วลูกทุเรียนได้ง่ายขึ้น ตอบโจทย์ความสะดวกสบาย จนทำให้ยอดจองทุเรียนของเขาเต็มเหยียด บางรายถึงขั้นสั่งจองกันข้ามปี
สิ่งที่เชื่อมโยงสองหนุ่มต่างวัย ต่างจังหวัดนี้เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่แค่การได้ผลผลิตคุณภาพเยี่ยมท่ามกลางอุปสรรค แต่คือ “การเปิดกว้างเพื่อสังคม”
โดยที่พังงา สวนก๋ง ของกำนันรณพล ยินดีเปิดสวนให้ผู้สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้เทคนิคการเสียบยอดและภูมิปัญญา “ต้นเดียวสองสายพันธุ์” อย่างใกล้ชิด

ขณะที่พิษณุโลก สวนหลงรักไทย ของคุณวันชัย ก็พร้อมต้อนรับผู้คนให้เข้ามาชม ชิม และแลกเปลี่ยนความรู้ในวิถีการปลูกทุเรียนบนพื้นที่สูง
เรื่องราวของทั้งสองสวนเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ไม่ว่าจะเจออุปสรรคทางสภาพอากาศ หรือความท้าทายในการทำเกษตรกรรม หากมี “หัวใจที่ไม่หยุดเรียนรู้ ดูแลรักษาด้วยความใส่ใจ และส่งต่อสิ่งดีๆ ให้ผู้อื่น” ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมงดงามและยั่งยืนเสมอ
ฤดูกาลทุเรียนปีนี้ ใครอยากไปชมความมหัศจรรย์ของภูมิปัญญา 2 สายพันธุ์ในต้นเดียว ติดต่อได้ที่ “สวนก๋ง ทุเรียนสาลิกา กะปง” จ.พังงา หรือหากใครอยากลิ้มรสความอร่อยของทุเรียนเนื้อทอง ติดต่อได้ที่ “สวนทุเรียนหลงรักไทย” จ.พิษณุโลก (โทร. 08-3333-3316) ได้เลยค่ะ…
นิยายชีวิต โดย : อสงไขย
เรื่องและภาพโดย : อโนทัย งานดี จ.พังงา, ธเนส อนุดิษฐ จ.พิษณุโลก
[[คลิก]] อ่านเรื่องราว “นิยายชีวิต” ได้ที่นี่..



