วันลาพักร้อน เป็นวันหยุดพักผ่อนประจำปีสำหรับพนักงาน ตามกฎหมายแรงงาน ซึ่งเป็นวันหยุดที่พนักงานล้วนรอคอย เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยให้พนักงานได้มีโอกาสในการพักผ่อน ลดความเครียด ได้มีเวลาให้กับเพื่อนฝูงและครอบครัว สร้างความพร้อมทางใจ แล้วพนักงานจะมีประสิทธิภาพในการทำงาน รู้สึกสนุกสนานกับการทำงานเพิ่มมากขึ้น

วันลาพักร้อนหรือวันหยุดพักผ่อนประจำปี เป็นสิ่งที่ทุกบริษัทจำเป็นต้องมี และแน่นอนว่าเป็นสิ่งที่ HR ต้องบริหารจัดการ ซึ่งนโยบายของแต่ละบริษัทล้วนให้สิทธิวันลาที่แตกต่างกัน แต่ก็ยังคงอยู่ภายใต้กฎหมายแรงงาน ดังนั้น สิ่งที่ HR ต้องรู้ไว้เป็นพื้นฐานก่อนคือ กฎหมายที่บัญญัติไว้ ในเรื่องของสิทธินายจ้าง ลูกจ้าง ดังนี้

ตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงาน พ.. 2541 บัญญัติว่า

(1) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาแล้วครบหนึ่งปีมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ปีหนึ่งไม่น้อยกว่า 6 วันทำงาน โดยนายจ้างเป็นผู้กำหนดวันหยุดดังกล่าวให้แก่ลูกจ้างล่วงหน้าหรือกำหนดให้ตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน

(2) ในปีต่อมานายจ้างอาจกำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่ลูกจ้างมากกว่า 6 วันทำงานก็ได้

(3) นายจ้างและลูกจ้างอาจตกลงกันล่วงหน้าให้สะสมและเลื่อนวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังมิได้หยุดในปีนั้น รวมเข้ากับปีต่อ ๆ ไปได้

(4) สำหรับลูกจ้างซึ่งยังทำงานไม่ครบหนึ่งปี นายจ้างอาจกำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่ลูกจ้างโดยคำนวณตามส่วนก็ได้

จากบทบัญญัติดังกล่าว สรุปได้ว่า ลูกจ้างที่ทำงานครบ 1 ปี มีสิทธิวันลาพักร้อนอย่างน้อย 6 วัน หรือบางบริษัทสามารถให้สิทธิวันลาพักร้อนกับลูกจ้างแม้ว่ายังไม่ครบ 1 ปีก็ตาม หรือบางบริษัทสามารถให้สิทธิลูกจ้างโดยคำนวณตามสัดส่วนก็ย่อมได้ ทั้งนี้แล้วนโยบายที่บริษัทได้กำหนดไว้ และสำหรับการลาแบบอื่น ๆ ก็ยังคงต้องอยู่ภายใต้ พ...คุ้มครองแรงงาน พ.. 2541 ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการลาป่วย การลาคลอด หรือ ลากิจ

กรณีบริษัทฯ มีบัญชีวันหยุดพักร้อนสะสม ในหมวดหนี้สิน และเงินคงค้างวันหยุดพักร้อน ในหมวดค่าใช้จ่าย ซึ่งในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล บริษัทฯ ได้ทำการบวกกลับในแบบ ภ...50 ถือเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องแล้ว เนื่องจากรายจ่ายค่าวันหยุดพักร้อน จะถือเป็นรายจ่ายได้ ก็ต่อเมื่อพนักงานได้เบิกจริง เช่นเดียวกับบัญชีหนี้สินผลประโยชน์พนักงาน.