หนังสือพิมพ์อิสระ “เอ็มเมกี” (Mmegi) พากหัวข่าวว่า “จุดจบของความผิดพลาด” ในการรายงานข่าวเกี่ยวกับการถ่ายโอนอำนาจแบบฉับพลัน โดยนายดูมา โบโก ทนายความด้านสิทธิมนุยชน วัย 64 ปี เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีบอตสวานา เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา เพียงไม่กี่วันหลังได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งทั่วไป
ขบวนการร่มเพื่อการเปลี่ยนแปลงประชาธิปไตย (ยูดีซี) ของโบโก ซึ่งมีจุดยืนเอียงซ้าย ปลุกเร้าเยาวชน และข้อความของพวกเขา ดูเหมือนจะเข้าถึงคนยากจน และชนชั้นแรงงาน โดยกลุ่มสามารถคว้าเก้าอี้ในรัฐสภาบอตสวานาได้ถึง 36 ที่นั่ง ซึ่งมากกว่าจำนวนที่จำเป็นสำหรับเสียงข้างมาก 5 ที่นั่ง ตามผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ที่ประกาศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน พรรคประธาธิปไตยบอตสวานา (บีดีพี) ซึ่งครองอำนาจมาอย่างเหนียวแน่น ตั้งแต่ประเทศได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักร ในปี 2509 กลับได้รับแค่ 6 ที่นั่ง นับเป็นจำนวนต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และถือเป็นรอยตำหนิอันน่าตกตะลึง ที่แทบไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะประธานาธิบดีมอคกวีตซี มาซิซี ผู้นำบอตสวานาที่กำลังจะหมดวาระ วัย 63 ปี ซึ่งยอมรับความพ่ายแพ้ และกล่าวว่า “เราคิดผิดอย่างมหันต์ในสายตาของประชาชน”
อนึ่ง ข้อเสนออันทะเยอทะยานของยูดีซี ได้แก่ การสร้างงานมากถึง 500,000 ตำแหน่ง, การสร้างบ้าน 100,000 หลัง ภายในเวลา 5 ปี, การลดค่าน้ำและค่าไฟฟ้า 30% ตลอดจนการเปิดตัวประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้กับประชาชนทุกคน
นอกจากนี้ โบโกยังกล่าวในสุนทรพจน์รับตำแหน่งว่า เขาต้องการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 4,000 ปูลาต่อเดือน (ราว 10,178 บาท) และรักษาเสถียรภาพความสัมพันธ์กับหุ้นส่วนในอุตสาหกรรมเพชร ควบคู่ไปกับการกระจายเศรษฐกิจของบอตสวานา จากการพึ่งพาตลาดเพชรระหว่างประเทศด้วย
ทั้งนี้ ความกังวลหลักที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวบอตสวานา แสดงให้เห็นผ่านการสนับสนุนยูดีซี คือ อัตราการว่างงานของประเทศ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 27% และช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างคนรวยกับคนจนจำนวนมาก หลังเศรษฐกิจของบอตสวานา สั่นคลอนภายใต้รัฐบาลของมาซิซี “เพียงวาระเดียว” โดยยอดขายเพชรที่เป็นรายได้หลักของประเทศ ลดลง
ด้านนายคีธ เจฟเฟอริส นักเศรษฐศาสตร์อิสระ และอดีตเจ้าหน้าที่รัฐบาลบอตสวานา กล่าวว่า รัฐบาลของโบโกจะต้องเผชิญกับความจริงอันโหดร้ายเมื่อเข้ารับตำแหน่ง เนื่องจากพวกเขาขึ้นสู่อำนาจในช่วงที่สถานะการคลังของรัฐบาลอยู่ในภาวะย่ำแย่อย่างยิ่ง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะรัฐบาลชุดก่อนหน้า ใช้จ่ายมากเกินไปมานานหลายปี อีกทั้งตลาดเพชรก็อยู่ในสภาพที่เลวร้ายเช่นกัน
“สำหรับโบโกและยูดีซี เป้าหมายนั้นชัดเจนมาก นั่นคือ การรักษาสัญญา มิฉะนั้น พวกเขาอาจต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกันกับมาซิซี และพรรคบีดีพี ซึ่งถ้าพูดกันอย่างตรงไปตรงมา ภารกิจที่อยู่ตรงหน้าพวกเขานั้นยิ่งใหญ่มาก แต่ก็ไม่ถึงกับยากเกินที่จะรับไหว ตอนนี้พวกเขาครองอำนาจแล้ว และเวลาก็เดินต่อไปเรื่อย ๆ” นายโอโลเปง ราบาซิมาเน นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ ให้ความเห็น.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



