หลังจากโดนจับกุมและขึ้นศาลเพื่อพิจารณาคดีเป็นเวลายาวนานถึง 11 เดือน ผู้ต้องหาหญิงจากเยอรมนีและผู้สมรู้ร่วมคิดชายอีกหนึ่งคนของคดีฆาตกรรมหญิงสาวแปลกหน้าก็ได้รับการตัดสินว่ามีความผิดจริงและต้องรับโทษจำคุกตลอดชีวิตทั้งคู่
นั่นคือบทสรุปสุดท้ายของคดีฆาตกรรมสุดอื้อฉาวที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนส.ค. 2565 ซึ่งได้รับการขนานนามว่า “Doppelgänger murder” หรือคดีฆาตกรรมฝาแฝดปิศาจ
Doppelgänger หรือด็อพเพิลเก็งเงอร์ เป็นคำที่ใช้เรียกบุคคลที่มีหน้าตาคล้ายคลึงกับคนใดคนหนึ่งมาก โดยที่ไม่ได้เป็นฝาแฝด ไม่ได้มีความสัมพันธ์กันทางสายเลือดหรืออาจจะไม่ได้รู้จักกันเลยด้วยซ้ำ แต่มาปรากฏตัวให้เห็นพร้อมกัน มีที่มาจากตำนานพื้นบ้านของเยอรมนี ถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคร้าย โดยเชื่อว่าเมื่อใดก็ตามที่ได้เห็นคนอีกคนที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับเราทุกประการ อีกไม่นาน เราจะต้องเสียชีวิต
เหยื่อของคดีฆาตกรรมแฝดปิศาจนี้ชื่อว่า คาดิดจา โอ. ครอบครัวของเธออยู่ในประเทศแอลจีเรีย ห่างจากสถานที่เกิดเหตุหลายร้อยไมล์ และพวกเขาแทบไม่รู้เรื่องเลยว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างพิจารณาคดี ทั้งที่พ่อของคาดิดจาไปขึ้นศาลในฐานะตัวแทนผู้ตาย
แม้กระทั่งคำตัดสินโทษผู้กระทำผิด พวกเขาก็ได้รับรู้หลังจากวันที่ตัดสินไปแล้วสามสัปดาห์ เพราะมีนักข่าวติดต่อมาหาพวกเขา คาดว่าเป็นเพราะอุปสรรคทางภาษา ความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ซับซ้อนอีกทั้งพวกเขายังอยู่ต่างประเทศ ทำให้ทางการเยอรมันไม่สามารถสื่อสารกับครอบครัวของผู้ตายได้ตามที่ควรจะเป็น
หญิงสาวที่ลงมือฆาตกรรมคนหน้าเหมือนอย่างโหดเหี้ยมคือ ชาราบัน เค. สาวเยอรมันเชื้อสายอิรักวัย 23 ปีในตอนนั้น เธอลงมือสังหารคาดิดจา โอ. วัย 23 ปีเช่นเดียวกัน ในเมืองอิงโกลสตัดท์ ประเทศเยอรมนี เพราะต้องการสร้างหลักฐานเท็จว่าตัวเองเสียชีวิตไปแล้ว
ก่อนหน้านี้ ชาราบันเจอคาดิดจาซึ่งเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์ผ่านอินสตาแกรมและพบว่าพวกเธอมีหน้าตาคล้ายกันมากจนแทบจะเป็นฝาแฝดได้

ทีมสืบสวนระบุว่า ร่างของคาดิดจาโดนแทงด้วยของมีคมมากกว่า 50 แผล ฆาตกรทิ้งศพของเธอไว้ที่เบาะหลังของรถเมอร์ซีเดส เบนซ์ของชาราบันและเชคีร์ เค. แฟนหนุ่มของเธอซึ่งเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด จากนั้นพวกเขาก็หลบหนีและซ่อนตัว
เมื่อมีผู้พบศพในตอนแรก ตำรวจสืบหาชื่อเจ้าของรถและพบว่าเป็นรถของครอบครัวของชาราบัน และเนื่องจากสภาพศพโดนทำลายและทำให้เสียโฉม ทีมสืบสวนจึงสันนิษฐานในเบื้องต้นว่าศพนั้นคือชาราบัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อนำศพไปชันสูตรก็พบความจริงว่า เหยื่อฆาตกรรมคือคาดิดจา ทำให้ทีมสืบสวนแกะรอยเบาะแสไปจนกลายเป็นคดีฆาตกรรมแฝดปิศาจสุดอื้อฉาวของประเทศ
หลังจากที่โดนตำรวจจับกุม ทีมอัยการก็ให้ข้อมูลว่า ชาราบันใช้วิธีค้นหาตัวหญิงสาวที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกับเธอมากที่สุดและเล็งไว้เป็นเหยื่อ พวกเขาพบว่า ชาราบันติดต่อไปหาหญิงสาวหลายคนผ่านช่องทางของแอปอินสตาแกรมที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายเธอ ก่อนที่จะเกิดการฆาตกรรมขึ้น
ทีมสืบสวนและทีมอัยการชี้ว่า ชาราบันอาจต้องการซ่อนตัวเพราะมีเรื่องขัดแย้งกับคนในครอบครัว จึงคิดเรื่องการฆาตกรรมตัวตายตัวแทนขึ้นมา เพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่าเธอเสียชีวิตไปแล้ว
ทีมสืบสวนระบุว่า ชาราบันติดต่อคาดิดจาผ่านอินสตาแกรมในช่วงฤดูร้อนปี 2565 โดยส่งข้อความไปหาเหยื่อเพื่อสอบถามเกี่ยวกับเครื่องสำอาง จากนั้นก็ล่อลวงให้เหยื่อมาพบเธอ โดยอ้างจะมอบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางให้ไปลองใช้
ในวันที่เกิดเหตุ ชาราบันบอกพ่อแม่ของเธอว่า เธอกำลังจะออกไปพบอดีตสามีที่มิวนิค แต่แท้จริงแล้ว เธอกับแฟนหนุ่มขับรถเบนซ์ไปรับตัวคาดิดจา จากนั้นพวกเขาก็เหยื่อไปยังพื้นที่ป่าและลงมือฆ่าเธออย่างโหดเหี้ยมโดยเจตนาทำลายโฉมหน้าของเหยื่อ เพื่อให้จดจำได้ยาก เสร็จแล้วก็นำศพของหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายไปจัดวางไว้ในรถและนำรถไปจอดไว้ในที่ที่จะมีคนพบเห็นได้ง่าย
หลังจากที่ตำรวจรู้ว่าผู้ตายไม่ใช่ชาราบัน เจ้าหน้าที่ก็เข้าไปตรวจสอบประวัติการใช้งานโซเชียลมีเดียของเธอและพบว่า ฆาตกรสาวติดต่อผู้หญิงหลายคนที่หน้าตาคล้ายตัวเอง ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่าเธออาจะต้องการสังหารหญิงสาวในกลุ่มนี้สักคนเพื่อสร้างหลักฐานการเสียชีวิตแบบปลอม ๆ ของตัวเอง
ต่อมา ตำรวจก็ตามร่องรอยจนเจอชาราบันและจับกุมเธอแล้วตั้งข้อหาฆาตกรรม ส่วนแฟนหนุ่มของเธอโดนตั้งข้อหาในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิด แม้ว่าในตอนนั้นพวกเขาขังหาอาวุธที่ใช้ในการฆาตกรรมไม่พบ
เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2567 จำเลยทั้งสองถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาฆาตกรรมคาดิดจา โอ. และชาราบันยังถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานพยายามยุยงปลุกปั่นให้ฆาตกรรมพี่เขยของเธอด้วย
โทมัส ชลัปปา เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของศาลประจำภูมิภาคอิงโกลสตัดท์ ยืนยันว่าจำเลยทั้งสองถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต โดยระบุว่า การกระทำของชาราบันถือว่าร้ายแรงมากจนไม่มีการอนุญาตให้ยื่นคำร้องขอคุมประพฤติได้
ที่มา : businessinsider.com, nypost.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



