โรงเรียนเอกชน “เดวิด เกม คอลเลจ” ใจกลางกรุงลอนดอน ทดลองใช้แพลตฟอร์มเอไอ ในการสอนวิชาพื้นฐานสำหรับการสอบจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาให้กับนักเรียน เป็นเวลาเกือบ 6 เดือนแล้ว
“มันเป็นเรื่องที่ไม่ต้องสงสัยเลยว่า การสอนและการศึกษา จะถูกเปลี่ยนแปลงโดยเอไอ และเอไอจะไม่หายไปไหน” นายจอห์น ดาลตัน ผู้อำนวยการร่วม กล่าว พร้อมอธิบายว่า ระบบเอไอช่วยตรวจสอบว่า นักเรียนตอบสนองต่อเนื้อหาหลักสูตรอย่างไร และให้ข้อมูลเกี่ยวกับนิสัยการเรียนรู้ของพวกเขาแก่โรงเรียน รวมถึงเรียกร้องให้ผู้คนปรับตัว และนำเอไอมาประยุกต์ใช้
เมื่อไม่นานมานี้ เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร กำหนดวิสัยทัศน์ในการใช้พลังของเอไอ และให้คำมั่นว่าจะทำให้ประเทศเป็น “มหาอำนาจด้านเอไอ”
ขณะที่รัฐบาลลอนดอนระบุว่า เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถช่วยครูผู้สอน และการวางแผนและแก้ไขบทเรียนได้ รวมถึงพัฒนาผู้ช่วยสอนเอไอที่เรียกว่า “ไอลา” (Aila) ซึ่งสอดคล้องกับหลักสูตรแห่งชาติของสหราชอาณาจักรด้วย
ชั้นเรียนของโรงเรียนเดวิด เกม คอลเลจ มีสิ่งที่เรียกว่า “โค้ชการเรียนรู้ในชีวิตจริง” ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นครู แต่ไม่จำเป็นต้องรู้เนื้อหาของวิชาเรียน และคอยแนะนำนักเรียนผ่านการใช้ระบบเอไอ ตลอดจนให้คำปรึกษาเรื่องทักษะทางสังคม เช่น การอภิปราย และความรู้ทางการเงิน
“แพลตฟอร์มเอไอสามารถประเมินความรู้ของนักเรียนได้อย่างแม่นยำกว่าครูทั่วไป ซึ่งผมเชื่อว่า เอไอจะขยายและเปลี่ยนแปลงบทบาทของครู” ดาลตัน กล่าวเสริม
อย่างไรก็ตาม นางโรส ลัคกิน ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยคอลเลจ ลอนดอน (ยูซีแอล) ผู้วิจัยเอไอในระบบการศึกษา กล่าวว่า เอไอถือเป็น “ความผิดปกติ” ที่มีอนาคตไม่แน่นอน ในห้องเรียนของสหราชอาณาจักร
แม้ลัคกินเห็นด้วยว่า เทคโนโลยีเอไอจะเปลี่ยนแปลงบทบาทของครู แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะบอกว่า บทบาทนั้นจะกลายเป็นอะไร ซึ่งเธอไม่อยากมองในแง่ลบมากเกินไป และสนับสนุนให้ทำสิ่งเหล่านี้ เพื่อดูว่าผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นอย่างไร
ด้านสหภาพการศึกษาแห่งชาติ (เอ็นอียู) ซึ่งเป็นหนึ่งในสหภาพครูหลักของสหราชอาณาจักร ระบุเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า “รู้สึกยินดี” ที่รัฐบาลลอนดอนให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมครู ในการใช้เครื่องมือดิจิทัล
กระนั้น นายแดเนียล เคเบเด เลขาธิการของเอ็นอียู เตือนว่า ความทะเยอทะยานของรัฐบาลลอนดอน ต้องสอดคล้องกับการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ ในเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับโรงเรียน
ทั้งนี้ ลัคกินตั้งคำถามว่า ติวเตอร์เอไอจะมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน และเธอหวังว่า โครงการนำร่องดังกล่าวจะให้ “หลักฐานที่ชัดเจน” ว่าเอไอมีผลกระทบเชิงบวกหรือเชิงลบ.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



