จากเหตุการณ์สยองไฟไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” เมื่อคืนวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้บาดรับบาดเจ็บจำนวนมากนั้น
ล่าสุด นพ.อี๊ด ลอประยูร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อ สาขาเวชศาสตร์การกีฬา และแพทย์ประจำทีมนักกีฬาทีมชาติไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ก Ead Lorprayoon เตือนภัย ที่อาจจะเกิดขึ้นกับวงการกีฬา ในกรณีเดียวกันนี้ ซึ่งข้อความระบุว่า…..สนามกีฬาก็ต้องระวังด้วย
ในฐานะแพทย์ที่ควบคุมการแข่งขันกีฬาสิ่งที่ทำประจำก่อนการแข่งขันคือการตรวจเรื่อง “ทางหนีไฟ” ปัจจุบันการจัดการแข่งขันแต่ละครั้งจะมีอุปกรณ์อีเล็กโทรนิกส์เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการแข่งขันจำนวนมาก มีการต่อสายไฟไปทั่วทั้งพื้นสนามและหลังคา ดังนั้นอุบัติเหตุเรื่องฟืนไฟจึงอาจเกิดขึ้นได้เสมอ การมีคนจำนวนมากอยู่ในที่ปิดมิดชิด หากมีความตื่นตระหนกเกิดขึ้นจำเป็นต้องพร้อมในการเอาคนออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด
ไม่ว่าจะจัดแข่งขันในที่ใด เมื่อไหร่ที่ไปตรวจดูและไปถามเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมการแข่งขันเกี่ยวกับเรื่องนี้ แปดสิบเปอร์เซ็นต์มองหน้าและทำท่าไม่เข้าใจ ยิ่งเมื่อไปพบว่าทางหนีไฟไม่ปลอดภัยพอมีก็ล็อกกุญแจเอาไว้จะออกก็ไม่ได้ต้องไปตามหาคนถือกุญแจ ซึ่งพอไปขอให้เปิดก็จะกลายไปเป็นมนุษย์ที่น่ารำคาญเรื่องมากไปทันที

ก่อนการแข่งขันกีฬาเราควรทำแบบโรงภาพยนตร์ที่จะมีการแจ้งกับผู้อยู่ในสนามแข่งขันทราบว่าทางออกหนีไฟที่ใกล้ที่สุดจะอยู่ที่ใดเพราะอัฒจันทร์นั้นจะมีล้อมรอบสถานที่แข่งขัน หากทุกคนพยายามออกมาทางจุดที่เปิดให้เข้าซึ่งมักจะมีการกั้นไว้เพื่อไม่ให้คนมั่วเข้ามาในสนาม คนที่อยู่ใน ไม่ ก็จะออกไม่ทัน มีอยู่งานหนึ่งไปขอร้องให้โฆษกสนามช่วยพูดประกาศในสนาม ท่านก็น่ารักแต่พูดให้ครั้งเดียวแล้วคงลืมจากนั้นก็ไม่พูดอีกเลย
ต้องขอชมสนามแข่งขันวอลเล่ย์บอลนานาชาติซึ่งจัดในห้าง ๒ แห่งที่ไปดูแลที่ผ่านมา ทางห้างที่สองแห่งมีเจ้าหน้าที่ที่ดูแลประจำประตูฉุกเฉินซึ่งพร้อมที่จะเปิดให้คนออกเมื่อมีเหตุการณ์ เมื่อพ้นจากประตูไปแล้วถึงจะจัดอยู่ที่ชั้นบนก็มีทางเดินที่เปิดกว้าง ให้คนจำนวนมากวิ่งลงไปที่ชันล่างได้โดยไม่เหยียบกันตาย
หลายเรื่องที่พยายามหาทางป้องกันล่วงหน้าเพื่อเตรียมการเมื่อมีเหตุฉุกเฉินคนรับผิดชอบสถานที่บางคนก็จะไม่ให้ความสนใจ “ก็ทำกันมาอย่างนี้ประจำไม่เห็นมีอะไรเลย” คงต้องรอให้เกิดเหตุรุนแรง เหยียบกันตาย ไฟไหม้ออกไม่ทันในสนามแข่งขันกีฬา ฯ ถึงจะมาดูแลกันแบบวัวหายล้อมคอกกันอีกเหมือนเดิม
ทีมแพทย์ฉุกเฉินที่มีแพทย์ที่รู้จักกับการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติกับคนจำนวนมากจะช่วยได้ เพราะจะช่วยดูแลเตรียมการและป้องกัน คนเป็นพันๆคนกับการมีแพทย์ที่รู้เรื่องหนึ่งคนคุ้มน่าจะกับความเสี่ยงอยู่นะ ถ้ามีการฟ้องร้องอย่างน้อยก็แสดงว่าผู้จัดได้เตรียมการโดยไม่ปล่อยปละละเลย หนักก็จได้เป็นเบา.
*** ภาพ : Ead Lorprayoon



