@ติดตามความเคลื่อนไหวของ”การเมือง” ที่ยิ่งนานวันยิ่งเห็นความ”ร้าวฉาน” ระหว่าง”พรรคร่วมรัฐบาล” อย่าง”เด่นชัด” มีการ”หักเหลี่ยมเฉือนคม” หรือ” กินเหลี่ยมกินทรง” ระหว่าง” หัวหน้าพรรคการเมืองที่”ร่วมรัฐบาล” จนทำให้เห็นความ”ไร้เถียรภาพ” ของ”รัฐนาวาเพื่อไทย” ที่มี”แพทองธาร ชินวัตร” เป็น”นายกรัฐมนตรี” ที่ทำหน้าที่” นายท้ายเรือ” แต่มี” ต้นหน” และ”ต้นกล” ที่ไม่เป็นไปใน”ทิศทางเดียวกับผู้ที่”ถือท้ายเรือ” หรือ” กัปตันเรือ” ในขณะที่”กะลาสี” ที่เป็น”ลูกเรือ” ก็มีการ”แบ่งฝักแบ่งฝ่าย” ทำการ”ทะเลาะวิวาท” กันวุ่นวายจน”รัฐนาวาเพื่อไทย” อยู่ในอาการ”โคลงเคลง” เรือเริ่ม”รั่ว” หลายจุด และน้ำกำลัง”เข้าเรือ” ถ้าทั้ง” นายท้าย” ทั้ง”ตนกล” และ”ต้นหน” รวมทั้ง”กะลาสี” บนเรือยังไปกัน”คนละทิศละทาง” ท่ามกลาง”หมอกจัด” และ”พายุเศรษฐกิจ” ภายในประเทศ และ”นอกประเทศ” จาก”นโยบาย” ด้าน”เศรษฐกิจ”ของ”ประเทศมหาอำนาจ” อย่าง”สหรัฐอเมริกา”ที่มีผู้นำที่”คลุ้มคลั่ง” อย่าง”โดนัลด์ ทรัมป์ “ ถามว่า”รัฐนาวาเพื่อไทย” จะไปรอด หรือจะ”ล่มกลางพายุร้าย”…..
@เรื่อง”ร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ที่”ค้างอยู่ในสภา” เป็นการ”เล่นเกม” ของ”พรรคร่วมรัฐบาล” ที่มีการ”ชิงไหวชิงพริบ” ที่สุดท้ายแล้ว”ขิงแก่” อย่าง”เพื่อไทย” ก็เป็นฝ่ายที่”เผ็ดร้อน”กว่าด้วยการ”เดินเกม” ให้”ร่างกฎหมายการแก้รัฐธรรมนูญ” ไม่ตกไปยังสามารถนำกลับมา”ลงมติความเห็นชอบ” ในสภาผู้แทนราษฎร” ในเวลาที่”เหมาะสม ….. ซึ่งเรื่องนี้”พรรคประชาชน” ก็รู้ดีว่าถ้า”ดันทุรัง” ประชุมกันต่อไปและลงมติ” ร่างกฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ก็จะตกไปและ”หมดโอกาส” ที่จะนำมาผ่าน”ความเห็นชอบ” จาก”รัฐสภา” แต่”พรรคประชาชน” ต้องการ”หล่อ” และต้องการ”ช่วงชิงคะแนนความนิยม” จาก”ประชาชน” จึงพยายามที่จะ”ยึดหลักการณ์” โดยการเดิน”ทางตรง”ในขณะที่”เพื่อไทย” ใช้วิธีการเดิน”ทางอ้อม” เพื่อทำให้”สภาล่ม” เพื่อที่จะ”ไปต่อ” ในการนำ”ร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญ” กลับมาใหม่ อีกครั้ง หลังมีการ” เจรจา” กับ”พรรคร่วม”…..ดังนั้น”คนไทยทั้งประเทศ” จึงเห็น”ปรากฎการณ์” ของ” สนามกอล์ฟปากช่อง” และคำว่า”หน้าตัวเมีย” หลุดจาก”เรียวปาก” ของ”อนุทิน ชาญวีรกุล” รองนายกรัฐมนตรี และ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย” ผู้เป็น”หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย” ซึ่ง”กูรูทางการเมือง” อ่านออกว่า เป็นการ”ต่อรอง” ทางการเมืองของ”เพื่อไทย” กับ”ภูมิใจไทย” ในเรื่องทาง”การเมือง” และอาจจะมี”อะไรต่อมิอะไร” ที่จะมีการ”ขุดคุ้ย”หรือ”สาวไส้”เกิดขึ้นเพื่อการ”ต่อรอง”ทาง”การเมือง”…..
@และที่” ทักษิณ ชินวัตร” อดีต”นายกรัฐมนตรี” กล่าวถึงการที่จะให้”ดีเอสไอ” รับเรื่องการได้มาของ”สมาชิกวุฒิสภา” ชุด”ปัจจุบัน” ให้เป็นคดีพิเศษ นี่ก็เป็นเรื่องการ”ต่อรอง” กับ”พรรคภูมิใจไทย” เพราะเป็นที่รู้กันว่า”สว.ส่วนหนึ่ง มีความ”สัมพันธ์” กับ” พรรคภูมิใจไทย” แต่สิ่งหนึ่งที่”ทักษิณ ชินวัตร” อดีต”นายกรัฐมนตรี” ลืมไปคือ” ทักษิณ” ไม่ได้มี”ตำแหน่งหน้าที่” ใน”รัฐบาล” ชุดนี้ เพียงแต่มี”ลูกสาว” คือ” แพทองธาร ชินวัตร”ที่เป็น”หัวหน้าพรรคเพื่อไทย” เป็น”นายกรัฐมนตรี” เท่านั้น การออกมา”กล่าวถึงการสั่งการให้”ดีเอสไอ” รับการร้องเรียนให้”ตรวจสอบสมาชิกวุฒิสภา” ให้เป็น”คดีพิเศษ” นั้น ทักษิณ ชินวัตร” กำลังบอกกับ”ประชาชน” ทั่วประเทศว่า เขาคือผู้มี”อำนาจ” ในการ”สั่งการ” ใน”รัฐบาลชุดนี้” เรื่องนี้ เสียหายต่อ”รัฐบาล” และ”นายกรัฐมนตรี” แพทองธาร ชินวัตร รวมทั้ง”เสียหาย”ต่อ”กรมสอบสวนคดีพิเศษ” หรือ”ดีเอสไอ” และหาก”วันข้างหน้า” เกิด”ดีเอสไอ” รับเรื่องการ”ตรวจสอบ สว.เป็นคดีพิเศษ” สังคมก็จะเชื่อว่าเป็นการ”สั่งการ”ของ”ทักษิณ ชินวัตร” นั่นเอง……โดยข้อเท็จจริง ที่”สว.ส่วนใหญ่” ไม่เห็นด้วยกับการที่”พรรคเพื่อไทย” ซึ่งเป็น”พรรคแกนนำรัฐบาล” และ”พรรคประชาชน” ที่เป็น”พรรคฝ่ายค้าน” ในเรื่องการแก้ไข”รัฐธรรมนูญ” นั้น ก็เป็นเรื่องที่”สอดคล้อง” กับความ”เห็น”ของ”ประชาชน” ส่วนใหญ่ ของประเทศ ที่ไม่ต้องการให้มีการแก้”รัฐธรรมนูญ” เพราะเห็นว่า”รัฐธรรมนูญ” ที่ใช้อยู่ใน”ปัจจุบัน” เป็น”รัฐธรรมนูญ” ฉบับ”ปราบโกง” ที่มีความเหมาะสม” กับ”นักการเมือง” ที่มี”ปัญหา”ของการ” ทุจริตคอรัปชั่น” สิ่งที่”ประชาชนส่วนใหญ่” ต้องการให้”รัฐบาลแก้ไข” ไม่ใช่เรื่องของ”รัฐธรรมนูญ” แต่ต้องการให้แก้ไข”ปัญหาปากท้อง,และ”เศรษฐกิจ” ของประเทศ เพื่อ บรรเทาความ”เดือดร้อน” ของประชาชน……
@อีกเรื่องที่ต้องติดตาม และ “จับตามอง” คือเรื่องที่”ปปช. ได้ฤกษ ในการเรียก สส. 44 คน ของ พรรคประชาชน เพื่อ สอบสวน ในข้อกล่าวหาความผิด “จริยธรรม” เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่”ออกหัวก็ได้ออกก้อย”ก็ได้ เรื่องนี้ไม่มี “ผลกระทบ” กับ”รัฐบาล” แต่เป็นเรื่องที่มี”ผลกระทบ”กับ”พรรคประชาชน” และผู้”สนับสนุน” พรรคประชาชน ที่อาจจะออกมา” แสดงออก” หรือ” เคลื่อนไหว”ทาง”การเมือง” อย่างหนึ่งอย่างใด ก็ต้องติดตามว่าจะมีผล”กระเพื่อม” ทางการเมือง หรือไม่ …..แต่ เชื่อเถอะ ความ”ขัดแย้ง” ของ”พรรคการเมือง” และการออกเดินเกม”ต่อรอง”ของ”เพื่อไทย” ที่เกิดขึ้น ยังไม่ถึงกับต้อง”ผ่าทางตัน” ด้วยการ”ยุบสภาฯ” แล้ว”เลือกตั้งใหม่ “หรือเป็นการ”ล้างไพ่” เพื่อ”คืนอำนาจ” ให้กับ”ประชาชน” เพราะแม้ว่า”พรรคร่วม” จะ”ระหองระแหง” กับ”เพื่อไทย” ใน”ประเด็น” ต่างๆ ที่ออกมาแสดงความ”ไม่เห็นด้วย” ทั้งเรื่อง”บ่อนเสรี” เรื่องการเปิด”พนันออนไลน์ถูกต้องตามกฎหมาย” แต่ สุดท้ายแล้ว เป็นเพียงการ”ตบจูบ” เหมือนใน” ละครน้ำเน่า” เพราะ ณ วันนี้ ยังไม่มี”พรรคการเมืองไหน” มีความพร้อมในการ”เลือกตั้ง” แม้แต่”เพื่อไทย” ที่มี”บ้านใหญ่” ให้การ”หนุนหลัง” เพราะ”ผลการเลือกตั้งนายก อบจ.” ที่ผ่านมา เห็นแล้วว่า”เพื่อไทย”ยังไปไม่ถึง”ฝั่งฝัน” ที่ วางไว้ เช่นเดียวกับ”พรรคประชาชน” ที่การ”เลือกตั้งท้องถิ่น” สะท้อนให้เห็นถึง”คะแนนเสียง” ที่”ลดน้อยลง” ใน หลายๆพื้นที่……
@แต่ สิ่งที่เกิดขึ้นแน่นอนคือเรื่อง”การปรับ ครม.” เพราะ”เพื่อไทย” ต้องการที่จะ”ปรับเปลี่ยน” ตำแหน่งของ”เสนาบดี” เพราะหลายๆกระทรวงยังทำหน้าที่”ไม่เข้าตานายใหญ่” และบางเรื่องเป็นเรื่องของ”สมบัติผลัดกันชม” เป็นการ”ต่างตอบแทน” รวมทั้ง”เพื่อไทย” ต้องการที่จะได้”กระทรวง” ที่ต้องการเช่น” ต้องการ”กระทรวงพลังงาน”ที่เป็นของ”พรรครวมไทยสร้างชาติ” ต้องการ”กระทรวงมหาดไทย” ที่เป็นของ”พรรคภูมิใจไทย” มาเป็นของ”เพื่อไทย” โดยการ”แลกเปลี่ยน” กับ”กระทรวงอื่นๆ” ดังนั้น”เกมการเมือง” นับแต่นี้ไปจึงจะ”เข้มข้น” มากขึ้น ส่วนการ”ปรับ ครม.” จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่นั้น คาดว่าอาจจะเกิดก่อนการถูก”ฝ่ายค้าน”ยืน”อภิปรายไม่ไว้วางใจ” หรือ หลังจาก “อภิปราย” เป็นไปได้ทั้งสิ้น ดังนั้นแม้ว่า”รัฐนาวาเพื่อไทย” ที่มี”แพทองธาร ชินวัตร” เป็น”นายท้าย” ยังคงแล่นฝ่า”พายุลมแรง”ไปเรื่อยๆ อย่าง”ทุลักทุเล” และทำการ”อุดรูรั่ว” และ”วิดน้ำออกจากเรือ”ตามแบบอย่างของ”รัฐบาลผสม” แบบ”ไทยๆ” เพื่อการ”ประคับประคอง” ให้ผ่านปี 2568 ไปให้ได้…..ดังนั้น”ผลกรรม” ก็จะตกอยู่กับ”ประชาชนคนไทย” ที่จะต้องทน”ทู้ชี้ชีช้ำ” ไปกับปัญหา”แพงทั้งแผ่นดิน “ และ”จนทั้งแผ่นดิน” ต้องหาทาง”เอาตัวรอด” จาก”วิกฤติเศรษฐกิจ” ที่”ถาโถม” เข้ามาด้วย”แรงงาน” และ”ปัญญา” จาก”มันสมอง” ของตนเอง อย่าได้หวังอะไรจาก”รัฐบาล” ให้มากนัก เพราะแค่เรื่อง”หนี้ครัวเรือน” และ”หนี้สาธารณะ” ที่มีอยู่ในวันนี้ และมองดู”ตัวเลข” ของ”งบการลงทุน” ของ”รัฐบาล”แล้วบอกได้คำเดียวว่า”วังเวงในป่าช้า”…..
@แต่ ก็เห็นด้วยในการ”ปรับครม.” ของ”เพื่อไทย” เพราะเห็นแล้วว่าบางกระทรวงอย่าง”กระทรวงพาณิชย์” เพราะไม่สามารถ”ควบคุมราคาสินค้า” และไม่สามารถทำให้”ผลผลิต” ของ”ผู้ผลิต” ขายได้ในราคาที่แพงขึ้น” ชาวนา” ออกมา”ชุมนุมประท้วง” ในเรื่อง”ราคาข้าวเปลือกตกต่ำ”กันทั่วประเทศ แต่ทำไม่”ข้าวสาร” จึง”ขึ้นราคา” วันนี้”คนปลูกข้าวจนลง” ในขณะที่”คนกินข้าว” ต่าง”ซื้อข้าวสาร” ใน”ราคาที่แพงขึ้น” โดยที่”พ่อค้าคนกลาง” เช่น”เจ้าของโรงสี” และ”บริษัทผู้ค้าข้าว” ต่าง”อิ่มหมีพีมัน”…..เช่นเดียวกับ”คนเลี้ยงหมู คนเลี้ยงไก่ คนเลี้ยงวัว คนทำอาชีพประมง” กำลังจะ”หมดอาชีพ” เพราะ”ราคาตกต่ำ” สู้”เจ้าสัวใหญ่” ไม่ได้ รวมทั้ง “กฎระเบียบ” ที่ออกมา”บีบรัด” ให้”คนตัวเล็กตัวน้อย” เดินเข้าสู่”เส้นทางแห่งความอับจน” เรื่องนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มองไม่เห็น ปัญหา ของ เกษตรกรไทย ที่กำลัง”หมดหนทาง” เลยหรือไร….
@เรื่องของ”ไฟใต้” ยังเป็นเรื่องของ”ทศนิยม” ที่”ไม่รู้จบ” และเพิ่ม”ความรุนแรง”ขึ้นทุกขณะ ล่าสุดมีการ”วางระเบิดแสวงเครื่องชุด “คุ้มครองตำบล”( ชคต. ) ที่ อำเภอแว้ง ทำให้ อาสารักษาดินแดน และ ชาวบ้าน ได้รับบาดเจ็บเกือบ 10 คน และ”ระเบิดแสวงเครื่อง” ที่ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เป้าหมายถือ”ฐานปฏิบัติการ นปพ.” ที่ ตำบลดุซงญอ มี “เจ้าหน้าที่” ได้รับ”บาดเจ็บ” จำนวนหนึ่ง และมีการใช้”ระเบิดสังหาร” ขว้างใส่”ฐานปฏิบัติการ” ชุด” คุ้มครองตำบลมะนังตายอ “อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส สร้างความ”เสียหาย” ให้กับ”ฐานปฏิบัติการ” และ”ทรัพย์สิน” หลายรายการ ในรอบ 20 วัน ของเดือน กุมภาพันธ์ “กองกำลังติดอาวุธ”ของ” บีอาร์เอ็น” มีการ”ปฏิบัติการ” ต่อ” ฐานปฏิบัติการ” และต่อ”เจ้าหน้าที่รัฐ กว่า 10 ครั้ง ถ้าไม่เรียกว่าการ”ป้องกันเหตุ” ในพื้นที่ “จังหวัดนราธิวาส” มีความ”ล้มเหลว” ก็ไม่รู้ว่าจะเรียกอย่างไร ก็ต้องถามไปยัง” พล.ท.ไพศาล หนูสังข์” แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผบ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ว่า มีความ”จำเป็น” ที่จะต้องมีการ”เปลี่ยนตัว” ผู้ทำหน้าที่”รับผิดชอบ” ในระดับ” ผบ.หน่วย” ทั้งที่เป็น ฉก.เลขตัวเดียว เลข 2 ตัวรวมทั้งเลข 3 ตัว หรือไม่ หรือจะปล่อยให้”สถานการณ์”ของ” จังหวัดนราธิวาส” ตกอยู่ใน” สภาพของความ”สูญเสีย” อย่างนี้โดยไม่มีการ “แก้ไข” และอีกเรื่องที่”มันกลับมาอีกแล้ว” นั่นคือเรื่องการ”ปฏิบัติการ” ในการ”ข่มขู่คุกคาม” กองอาสารักษาดินแดน ด้วยการ”แขวนป้ายผ้า พ่นสีกลางถนน” ให้ “อาสารักษาดินแดนลาออก” ดังนั้น “เป้าหมาย” ของ” กองกำลังติดอาวุธ ขบวนการแบ่งแยกดินแดน”บีอาร์เอ็น” คือ”ชุดคุ้มครองตำบล” ซึ่งเป็น”ฐานปฏิบัติการ”ของ” กองอาสารักษาดินแดน” ที่เป็น”กองกำลังของฝ่ายปกครอง” และ”ฐานปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ” เพราะ”ตำรวจ” มี”ขีดความสารมารถ” ในการ”จับกุม” กลุ่ม”แนวร่วม” ได้เป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่”สำคัญ” ขบวนการ”สืบสวน สอบสวน” และ”พิสูจน์หลักฐาน” มัดตัวผู้ที่ถูก”จับกุม” ให้”ศาลเชื่อ” ใน”พยาน หลักฐาน” และ”ลงโทษ” ผู้ที่ถูก”จับกุม”ได้”ทุกราย” นี่คือเรื่องที่” ขบวนการบีอาร์เอ็น” มีความ”วิตกกังวล” เพราะแม้จะมี”ทนายโจร” ไว้”แก้ต่าง” ในทุกคดี แต่ก็ไม่สามารถ”หักล้าง” พยาน หลักฐาน ของ “ตำรวจ”และ”อัยการ”ได้…..
@อีกเรื่องที่”ปีกทางการเมือง” ของ”บีอาร์เอ็น” ในพื้นที่”จังหวัดชายแดนภาคใต้” พยายามที่จะให้เป็นเรื่องของ”น้ำผึ้งหยดเดียว” ด้วยการนำเอากรณีที่” เจ้าหน้าที่รัฐ” นำตัวของ “อาสาสมัครนักข่าว” ของ”สำนักข่าววาตานี” มา”ควบคุมตัว” เพื่อการ”ซักถาม” ในความผิด”พรบ.คอมพิวเตอร์” เพราะมีการ”เผยแพราข่าวสาร” ที่เป็นการ”บิดเบือน” และ”ใส่ร้ายเจ้าหน้าที่” ด้วยการ”กดดัน” ให้” กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” ทำการ”ปล่อยตัว” โดยไม่มี”เงื่อนไข” นั้นหมายถึง”ไม่เอาผิด” กับ”ผู้กระทำความผิด”โดยอ้างว่า”สื่อต้องมีเสรีภาพในการรายงานข่าว” ก็ไม่เถียงนะในฐานะ” ที่เป็น”สื่อ” แต่การ”สื่อสาร” ในการ”บิดเบือน” และ”ใส่ร้ายป้ายสี” รวมทั้งมี”เจตนา”ที่สร้างความ”เสียหาย” ให้กับ”ประเทศชาติ” จะอ้างเป็น”เสรีภาพ” ของ”สื่อ”ไม่ได้ เพราะนั้นเป็นเรื่องที่เกิน”ขอบเขต” ของการทำหน้าที่”สื่อ” เรื่องนี้” กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” ต้องยึด”ข้อกฎหมาย” เป็นหลัก “ผิด-ถูก” ต้องเข้าสู้”กระบวนการยุติธรรม” ต้องไม่ให้”กฎหมู่” อยู่เหนือ”กฎหมาย” โดยเฉพาะ”สามจังหวัดชายแดนภาคใต้” เป็นพื้นที่ซึ่งมีการ”ก่อการร้าย” โดย”บีอาร์เอ็น” ที่ประกาศตัวอย่างชัดเจนว่าต้องการ”แบ่งแยกดินแดน” ถ้าไม่ใช้”กฎหมาย” เป็น”เครื่องมือ” ในการ”จัดการ”กับ”ปัญหา” แล้วจะใช้อะไรเป็น”เครื่องมือ”
@วันนี้”ปัญหา”ของ”ไฟใต้” ถึงเวลาที่”รัฐบาล” ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งในการ”ดับไฟใต้” ถ้าเลือกที่จะใช้”กฎหมาย” เป็น”เครื่องมือ” ก็ต้องมี”กฎหมายใหม่” มาใช้แทน”พรก.ฉุกเฉิน” แทน”กฎอัยการศึก” เพราะ”ป.วิอาญา” ใช้ได้กับ”อาชญากร”หรือ”ผู้ร้าย” ทั่วไป แต่ใช้ไม่ได้กับ”การก่อการร้าย” และหากจะใช้”สันติวิธี” หรือ”ขบวนการเจรจา”ก็ต้องมีข้อ”ยุติ” กับ”ขบวนการบีอาร์เอ็น” ให้”เด็ดขาด”ว่า “ระหว่างการ”เจรจา” ต้องหยุดการ”ก่อการร้าย” แบบที่”ก่อการร้าย”ไป”เจรจา”กันไป ต้องไม่มี ถ้าไม่ได้อย่างนี้ก็ไม่ต้องมีการ”เจรจา”และใช้”กฎหมาย” ดำเนินการกับ”ทุกฝ่าย” ที่ยืนอยู่กับ” ขบวนการแบ่งแยกดินแดน” ทั้งแต่”ประชาชน”ผู้ให้ความ”ร่วมมือ” ในการส่ง”เสบียงอาหาร” ผู้ให้ที่”พักพิง” จนถึง”แนวร่วม” ที่เป็น”ปีกทางการเมือง” และ”สถานที่บ่มเพาะ” ทุกแห่ง ตัดทุก”วงจร” ที่”เชื่อมต่อ”กับ”บีอาร์เอ็น” และสุดท้าย วันนี้ถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการ”จัดงบประมาณ” ในการ”สร้างรั้วชายแดน” ที่เป็น”รั้วถาวร” โดยไม่ต้องนำเรื่อง”วิถีชีวิต”ของคนใน”แนวชายแดน” มาเป็น”ปัจจัย” หรือ”เงื่อนไข” ที่ไม่ต้องการให้มีการ”สร้างรั้วกั้นพรมแดน” ในชายแดน “จังหวัดนราธิวาส ทั้งหมดคือเรื่องที่”ภูมิธรรม เวชยชัย”รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ”เสนาบดีกระทรวงกลาโหม” รวมทั้ง”พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์” ผบ.ทบ. ต้องนำไป”พิจารณา” เพื่อ”ดำเนินการ” ไม่อย่างนั้น พวกท่านจะถูก” ประชาชน”ในพื้นที่”กล่าวหา”ว่าเป็นผู้”ค้ากำไร” จากการ”เลี้ยงไข้”ด้วยการไม่ยอมให้”ไฟใต้”มอดดับ…..
@ล่าสุด 42 องค์กรภาคประชาสังคม ใน “จังหวัดชายแดนภาคใต้” ส่ง “จดหมายเปิดผนึก”ถึง “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ซึ่งนำ”ครม.สัญจร” มาประชุมที่ “จังหวัดสงขลา” ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ นี้ ให้ เร่งแก้ไขปัญหาของ”ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้” เพื่อให้”รัฐบาล” เร่ง”ผลักดัน” ขบวนการ”สันติภาพ” ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม ใน”ขบวนการสันติภาพ” ซึ่งก็ต้องติดตามว่า ในการเดินทางมาประชุม”ครม.สัญจร”ในครั้งนี้ ครม. จะให้ความสำคัญในเรื่องของการ”ดับไฟใต้” แค่ไหน แต่ที่เห็นใน”กำหนดการ” คือเรื่องที่”แพทองธาร ชินวัตร” และ”ครม. จะเดินทางไป”ติดตาม”ความคืบหน้าการ”ตัดถนนเชื่อม”ด่านศุลกากรมาเลเซีย”กับ”ด่านศุลกากร” แห่งใหม่ “ ที่ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ที่”สร้างเสร็จ”ตั้งแต่ 5 ปีก่อน แต่”เปิดใช้ไม่ได้” เพราะ”มาเลเซียไม่ได้ตัดถนนมายัง”แนวชายแดนไทย”….. แต่เรื่อง”สำคัญ” อย่างการ”ฟื้นฟู” และ”แก้ปัญหา”ของ”ทะเลสาบสงขลา” ไม่เห็นมี” รัฐมนตรี”กระทรวงไหน หรือ สส.ในพื้นที่คนไหน พูดถึง ทั้งที่เป็นเรื่องที่”สมควรแก้” เพราะวันนี้” ทะเลสาบสงขลา” มี”นายทุน” เข้าไป”จับจอง” เป็น”เจ้าของ” ตั้งแต่”เกาะยอ” คูเต่า” จนไปถึง “คูขุด” อ.สะทิงพระ ทะเลสาบสงขลา เต็มไปด้วยเครื่องทำการประมง และ “กระชังปลา” มีการ”ซื้อ-ขาย” ทะเลสาบ” มีการ”จับจอง” เป็นเจ้าของ” รอบๆ “เกาะยอ” เต็มไปด้วย”สิ่งปลูกสร้าง” ทั้ง “ถูก” และ” ผิดกฎหมาย” ทะเลสาบ”ตื้นเขิน” ที่อนาคตอาจมีเรื่องของ”น้ำเน่าเสีย” เกิดขึ้น ทะเลสาบสงขลาวันนี้มองไปทางไหนมีแต่”ทัศนอุจาด” ที่ไม่ใช่”สถานที่ท่องเที่ยว”ตาม”ธรรมชาติ” อีกต่อไป เรื่อง” สำคัญ” คือเรื่องที่” สส.ในพื้นที่” ต้อง เสนอ ให้”ครม.สัญจร ได้ “รับรู้” และ”แก้ไข” ไม่ใช่เอาแต่เรื่องดีๆ ที่ดีอยู่แล้วมาเสนอเพื่อเป็น”ผักชีโรยหน้า” ถามว่า”คนสงขลา” ได้อะไรที่”เป็นชิ้นเป็นอัน” จากการที่มี”ครม.มาประชุม”สัญจร” ในพื้นที่ของ”จังหวัดสงขลา”……
@ในขณะที่” นิพนธ์ บุญญามณี” อดีต สส.และ อดีต รมช.มหาดไทย”พรรคประชาธิปัตย์” และ อดีต “นายก อบจ.สงขลา แนะ “ครม.ชุดนี้ ควรเร่งผลักดันโครงการ “หาดใหญ่โมโนเรล” หรือ โครงการระบบขนส่งสาธารณะในเทศบาลนครหาดใหญ่ เพื่อแก้ปัญหา”รถติด” และให้เกิดความ”สะดวก”ในการ”สัญจร” เพราะหากยัง”ล่าช้า” จะทำให้”ต้นทุน”ของโครงการเพิ่มขึ้น…..ในส่วนของ” เดชอิศม์ ขาวทอง” รมช.สาธารณสุข” เลขาธิการพรรค ประชาธิปัตย์ และ สส.เขต 5 ซึ่งได้”ผลักดัน” ให้มีการก่อสร้าง”โรงพยาบาล” แห่งที่ 2 ของ อ.หาดใหญ่ ที่ “โรงพยาบาลศูนย์” ที่มีอยู่”แออัด” ให้”บริการผู้เจ็บป่วย”ไม่สะดวก ณ วันนี้ “โครงการโรงพยาบาล”แห่งที่ 2 มี”เศรษฐี” ผู้”ใจบุญ” บริจาคที่ดินให้เป็นที่ตั้ง “โครงการ” ที่ ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เนื้อที่ 130 ไร่ สิ่งที่”เดชอิศม์ ขาวทอง” หรือ”นายกชาย” ต้องเร่งดำเนินการต่อ”ครม.ชุดนี้คือเรื่องของ”งบประมาณ” ในการ”ก่อสร้าง”….ส่วน “เจือ ราชสีห์” อดีต สส.เขต 1 จ.สงขลา ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษา “รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน” ทำการ”ผลักดัน” โครงการสร้างสะพานข้าม”ทะเลสาบสงขลา” ระหว่าง อ.เมือง กับ อ.สิงหนคร แทนการใช้”แพขนานยนต์” เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนในการ”สัญจร” ของ”ประชาชน” และเรื่องการ”ผลักดัน” ให้”โรงพยาบาลสงขลาเก่า” มาเป็น”โรงพยาบาลสงของแห่งที่ 2 “ เพื่อให้ บริการกับ ประชาชน ใน เขตเทศบาล เพื่อให้เกิดความ”สะดวก” และ”ลดการ”แออัด” ของ”โรงพยาลบาลสงขลาแห่งใหม่ ทั้งหมดเรื่อง ดีๆ ของ จังหวัดสงขลา แต่ไม่ทราบว่าจะ”สำเร็จ” หรือไม่ แต่อย่างน้อยก็ได้เห็นว่า” อดีต” สส. และ”อดีต”นายก อบจ. ยังมีความ พยายาม ในการ สร้างประโยชน์ ให้กับคนในพื้นที่ ……
@เรื่องของการเมืองท้องถิ่น “ควันหลง” จากการเลือกตั้ง”นายก อบจ.” และ”ส.อบจ. ( สจ.) สงขลา วันนี้ กกต. ยังไม่ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ดังนั้น “สุพิศ พิทักษ์ธรรม” ผู้ได้รับการ”เลือกตั้ง” ให้เป็น”นายก อบจ. จึงยังไม่ได้ฤกษในการเข้าไปนั่งทำงาน แต่ได้นำทีมงานไปดู”ห้องทำงาน” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องการ”ร้องเรียน” เป็นเรื่อง”ปกติธรรมดา”ของการ”เลือกตั้ง “ ซึ่ง “สุพิศ พิทักษ์ธรรม” มีเรื่องให้ถูก”ร้องเรียน” ว่าทำผิดกฎหมายการเลือกตั้งจำนวน 4 เรื่อง ส่วน”ส.อบจ.มีเรื่องถูก”ร้องเรียน” 3 เรื่องด้วยกัน หมดจากการเลือก “อบจ.” ก็จะเข้าสู่”โหมด” การเลือกตั้งระดับ”เทศบาล” ซึ่งผู้บริหารเทศบาลชุดนี้ จะหมดวาระในวันที่ 27 มีนาคม 2568 และจะทำการ เลือกตั้งในวันที่ 11 พฤษภาคม 2568 ดังนั้น”การเมืองท้องถิ่น” จึงไม่”เงียบเหงา” เพราะ มีการ”หาเสียง” กันแล้ว ในทุกพื้นที่ ส่วนในพื้นที่”จังหวัดสงขลา” เทศบาลใหญ่ระดับ”เทศบาลนคร” ที่ยังไม่ครบกำหนดเลือกตั้งคือ” เทศบาลนครสงขลา” ที่”วันชัย ปริญญาศิริ “ เป็น “นายกเทศบาลนครสงขลา และ”เทศบาลเมืองเขารูปช้าง” อ.เมือง จ.สงขลา ที่มี” นราเดช คำทัปม์” เป็นนายกเทศบาล แต่ในส่วนของ “สมาชิกสภาเทศบาล” มีการเลือกตั้งเหมือนเดิม ที่บอกว่า”การเมืองท้องถิ่น” ไม่”เงียบเหงา” เพราะจะมีการ เลือกตั้ง ทั้งเทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล จำนวน 48 แห่ง แน่นอนการเลือกตั้งในยุค”ไอที” มี”เงื่อนไข” ที่”สำคัญ” คือ”เงินไม่มากาไม่เป็น” ดังนั้น “บวกลบคูณหาร” แล้ว จะมีเงิน”สะพัด” ใน”ฤดูการเลือกตั้งเทศบาล” ครั้งนี้ ใน “จังหวัดสงขลา”ไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท และในยุคที่”จนทั้งแผ่นดิน”และ”แพงทั้งแผ่นดิน” ค่า”ป่วยการ” ในการไป”ใช้สิทธิ์” ในการไป”หย่อนบัตรลงคะแนน” ต่ำสุด 500 -1,000 ส่วนในพื้นที่”แข่งดุ” โค้งสุดท้ายเคยมีผู้ทำ”สถิติ”เอาไว้ เสียงละ 2,000- 3,000 บาท นี้คือเรื่อง”จริง” สำหรับ”วิถีประชาธิปไตย” ของ”ประเทศไทย”…..
@ส่วน”พรรคประชาชน” ที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจะ”ส่งผู้สมัคร” ในพื้นที่”เขตเมือง” เช่น”เทศบาลนครหาดใหญ่ และ”เทศบาลเมืองคอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แต่ ผลการเลือกตั้ง”นายก อบจ.และ”ส.อบจ. ของ จ.สงขลา ที่ผ่านมา ซึ่งทั้งผู้สมัคร” นายก อบจ. และ”ส.อบจ. ที่”นิรันดร์ จินดานาค” ได้คะแนนเพียง 90,000 กว่าคะแนน ทำให้ผู้”บริหารพรรคประชาชน” ต้อง”พับแผน” การส่งผู้สมัครในระดับ”เทศบาล” ไปโดย ปริยาย…..
@เรื่องของ”แรงงาน” เรื่องของ”ต่างด้าว” เข้ามา”แย่งงาน” ของ” แรงงานไทย” กลายเป็นเรื่องของ”น้ำผึ้งหยดเดียว” ที่ “ลุกลาม” ไปทั่ว ทุกพื้นที่ของแผ่นดินไทย ไม่ใช่เฉพาะ”กรุงเทพมหานคร” ที่เต็มไปด้วย”แรงงานต่างด้าว” ในมีปัญหาในทุก”จังหวัด” จนเป็นเหตุให้”แรรงงานไทย” ไม่มีงานทำ และ”นายจ้าง” ก็ต้องการ”แรงงานต่างด้าว” มากกว่า”แรงงานไทย” เพราะ “แรงงานต่างด้าว” ราคาถูกกว่า ขยันกว่า และ ปัญหาน้อยกว่าการจ้างแรงงานไทย ดังนั้นในหลายพื้นที่ไม่ใช่เรื่อง”แรงงานไทย”ไม่ทำงาน แต่เป็นเพราะ”นายจ้าง” ไม่ต้องการจ้าง”แรงงานที่เป็นคนไทย”ด้วย นี่คือ”เรื่องจริง” ของ ปัญหาแรงงาน ที่ “กระทรวงแรงงาน” ต้องมีการ”บังคับให้”นายจ้าง” รับ”แรงงานไทย” ใน”สัดส่วน”ของ”กฎหมายแรงงาน” มิฉะนั้น”แรงงานไทย” จะถูก”นายจ้าง” ปฏิเสธ…..
@เรื่อง”กลุ่มทุนจีน” ที่เข้ามา”ลงทุน” ใน ภาคใต้ โดยเฉพาะในเรื่องการ”เกษตรแปลงใหญ่” ที่ อ.เบตง จ.ยะลา กลุ่มทุนจีน เข้ามา เช่าที่ดินจำนวน 2,000 ไร่ เพื่อการ”ปลูกทุเรียน” ที่ดิน”แปลงนี้”นายทุนที่เป็น”คนไทย” เช่ามาจาก”กรมธนารักษ์” แล้วมาให้”กลุ่มทุนจีน” ทำการ”เช่าช่วง”อีกต่อหนึ่ง เรื่องนี้”กรมธนารักษ์” ต้องชี้แจงให้”ประชาชน”ได้รับทราบว่า “ที่ดินที่”นายทุนไทย” เช่าไปจาก”กรมธนารักษ์” สามารถนำไปเพื่อให้”กลุ่มทุนต่างชาติ” เช่าช่วง ได้หรือไม่ และ หากไม่ได้ จะ ดำเนินการ อย่างไร….. และการที่” กลุ่มทุนจีน” นำเอา”แรงงาน” ทั้งหมด มาจาก”ประเทศจีน” เป็นการทผิด”กฎหมายแรงงาน” หรือไม่ หรือ สามารถทำได้ เพราะหาก สามารถทำได้ ต่อไป การลงทุนของ”กลุ่มทุนจีน” ก็จะใช้”คนงานจากประเทศจีน” ทั้งหมด ถามว่า”คนไทย” แรงงานไทย” จะได้อะไรจากการให้ “กลุ่มทุนจีน” เข้ามาลงทุนในประเทศไทย …..
@เรื่องการจ่ายเงิน”เยียวยา” ให้กับ”ประชาชนผู้ประสบ”อุทกภัย” ในภาคใต้ ครัวเรือนละ 9,000 บาท กำลังเป็น”ประเด็น” ของความ”ขัดแย้ง” ระหว่าง” เจ้าหน้าที่”กับ”ประชาชน” เพราะความไม่”ชัดเจน” ที่ ทำให้”ประชาชน” เข้าใจว่า”ทุกครัวเรือน” ต้องได้รับเงิน”9,000 บาท” ไม่ว่า”ท่วมเล็ก ท่วมใหญ่” เพราะมีการประกาศเป็น”พื้นที่ภัยพิบัติ” ใน จังหวัดสงขลา หลายพื้นที่มีปัญหาแล้ว โดยเฉพาะที่ อ.สทิงพระ จ.สงขลา ซึ่ง ปปช. ลงพื้นที่ ตรวจสอบ”ข้อเท็จจริง” ทำให้ฝ่าย”ปกครอง” ต้องทำตาม”ระเบียบอย่างเคร่งครัด” บ้านไหน”น้ำไม่ท่วม” จะไม่ได้รับเงิน สร้างความไม่”พอใจ” กับ”ประชาชน” มีการเตรียม”รวมตัว” เพื่อทำการ”ขับไล่” นายอำเภอ กันแล้ว เรื่องการ”ช่วยเหลือ” เพื่อการ”เยียวยา” ผู้ประสบภัย”น้ำท่วม” ถ้าไม่มีความ”ชัดเจน” และให้”ประชาชน” เข้าใจว่า ได้รับเงินทุกครัวเรือน เมื่อไม่เป็นไปตามนั้น ระวังจะเกิด”จลาจล” และในส่วนของ”ฝ่ายปกครอง” ถ้า”ซี้ซั้วมั่วนิ่ม” ระวังจะต้อง”ติดคุก”……แล้วพบกันใหม่ ในวันศุกร์หน้า สวัสดีครับ
ไชยยงค์ มณีพิลึก
————————————————————————

ดินพระราชทาน. พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 เป็นประธานในพิธีพระราชทานดินฝังศพเป็นกรณีพิเศษ จ.ส.ต.ธวัชชัย แสงงาม ผบ.หมู่ (ป.) สภ.สุไหงโก-ลก จว.นราธิวาส ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ จากเหตุติดตามจับคนร้ายขับรถยนต์ฝ่าด่านตรวจ พื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 ก.พ.68 ที่ผ่านมา พร้อมเป็นตัวแทน ผบ.ตร.มอบเงินกับให้กับทายาท ณ กูโบร์บ้านปาแดบูซู ต.สะดาวา อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

ประชุมสัมมนา. ดร. กมล รอดคล้าย ในฐานะสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสงขลา ร่วมให้การต้อนรับคณะผู้บริหารสถานศึกษาจากทั่วประเทศ และร่วมกิจกรรม ประชุมสัมมนาทางวิชาการ สมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาเเห่งประเทศไทย ณ โรงเเรมลีการ์เด้นท์ อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา ระหว่างวันที่ 11-14 กุมภาพันธ์ 2568

มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เป็นประธาน เปิดงาน มหกรรมไกล่เกลี่ย ช่วยลูกหนี้ มีอยู่ มีกิน มีใช้ ช่วยระชาชนลดหนี้ ณ ห้องสมิหลา โรงแรมบีพีสมิหลาบีช อ.เมือง จ.สงขลา

ครม.สัญจร. พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.กระทรวงแรงงาน รวมคณะ ครม.สัญจร ลงพื้นที่ จ.สงขลา เยี่ยมโรงงานผลิตสัตว์น้ำแช่แข็ง บริษัทไทยยูเนียนซีฟู้ด จำกัด ต.วัดขนุน อ.สิงหนคร จ.สงขลา

ควันหลง ครม.สัญจร. พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รมว.ว่าการกระทรวงยุติธรรม ชวน ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ว่าการกระทรวงกลาโหม ทานอาหารเช้าที่ร้านต้นตำรับหาดใหญ่ ต้มเลือดหมู สาย 2 ก่อนประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.สงขลา โดยมี นฤมล เจ้าของร้าน ให้การต้อนรับ

มหกรรมกีฬา. ผศ. ดร.ศิริชัย นามบุรี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เปิดมหกรรมกีฬาจันทน์กะพ้อเกมส์ ครั้งที่ 13 ชู “พลังแห่งการศึกษา สร้างสรรค์นวัตกรรม รักษ์โลก วัฒนธรรม สู่อนาคตที่ยั่งยืน” เพื่อส่งเสริมสุขภาพร่างกายและจิตใจของนักศึกษาให้มีความแข็งแรง มีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ณ สนาม YRU Stadium มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา

ยื่นหนังสือ. พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ในนามของผู้บริหารท้องถิ่น 10 แห่งในจังหวัดยะลา เข้ายื่นหนังสือและนำเสนอโครงการป้องกันน้ำท่วมเพื่อขอสนับสนุนงบประมาณในการป้องกันและแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่องค์กรปกครองท้องถิ่น 10 แห่งในจังหวัดยะลา โดยมี ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นผู้รับมอบ ณ บชภ.9 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

ต้อนรับ. ณ สหกรณ์การเกษตรทุ่งยาว อ.ปะเหลียน จ.ตรัง สมพล เก้าเอี้ยน ประธานสหกรณ์การเกษตรทุ่งยาว พร้อมคณะให้การต้อนรับ เครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางใต้คอนล่าง สาขาโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานีได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่องการตลาดยางพาราทั้งระบบ ก่อนซื้อก่อน ก่อสร้าง ก่อน ทำตลาด 4 สถาบัน 70 ท่าน ได้เครือข่ายเชื่อมโยง ทั้งน้ำยางสด ยางแผ่นดิบ ยางแผ่นรมควัน ตลาดยางพาราใต้กลาง+ตลาดยางพาราใต้ล่าง จับมือไปด้วยกัน ตั้งใจทำให้สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางอยู่ได้ พอมีพอกิน

ตรวจทุจริต. สาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมสื่อ ส่วนกลางและ สื่อในพื้นที่จังหวัดตรัง ลงตรวจทุจริต หลังเข้ารับตำแหน่ง พบปัญหาทิ้งร้างการก่อสร้างวงเงินกว่า 2 พันล้านบาท ยังเปิดข้อมูลการร้องทุจริตภาค 9 ที่รับออกเลขมากถึง 388 เรื่อง ณ โรงแรมเรือ อ.เมือง จ.ตรัง

การมีส่วนร่วม. นอ.จักรพงษ์ อภิมหาธรรม ผอ.กองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน ศอ.บต. เป็นประธานเปิดประชุม โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาเศรฐกิจฐานราก ณ วิทยาลัยชุมชน จ.สตูล

ผบก.คนใหม่. พล.ต.ต.ณฐกรณ์ กาญจนาภรณ์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง เดินทางมารีบตำแหน่ง ผบก.ภ.จว.ยะลา โดยมี รอง ผบ.ก,ภ.จว.ยะลา นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้การต้อนรับ ณ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา

กีฬาสาธารณสุข. โอฬาร บิลสัน ปลัดจังหวัดยะลา ที่ทำการปกครองจังหวัดยะลา เข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาสาธารณสุขสัมพันธ์ เครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอกาบัง ประจำปี 2568 ในกิจกรรม “ผู้ว่าฯ สัญจร นอนพื้นที่อำเภอกาบัง” โดยมี. อำพล พงศ์สุวรรณ ผวจ.ยะลา เป็นประธาน อาคารโดมราชสีห์ ที่ว่าการ อ.กาบัง จ.ยะลา

แสดงความยินดี. อัมรันท์ บากา นายอำเภอกาบัง จ.ยะลา พร้อมด้วย อับดุลอาซิ ดือราแม นายก อบต.กาบัง ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อส. ร่วมส่งและแสดงความยินดีกับ คุณากร สุทธิโมกข์ ปลัดอาวุโสกาบัง เนื่องในโอกาสได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง อ.เมืองยะลา พร้อมมอบของที่ระลึก ณ ที่ว่าการอำเภอเมือง จ.ยะลา

กิจกรรมเดิน วิ่ง. ฟาฮัด มะทา ผู้ช่วยดำเนินงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้รับมอบหมายจาก ซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา เขต 2 พรรคประชาชาติ เปิดกิจกรรมเดิน-วิ่ง มาฮับบะห์ครอบครัวดารุลมุมีนิน ครั้งที่ 2 เพื่อประชาสัมพันธ์ชุมชน และรณรงค์เดิน -วิ่ง เพื่อสุขภาพ ณ สนามกีฬาบ้านตาราเเดะ ต.บันนังสาเรง อ.เมืองยะลา จ.ยะลา

เยี่ยมชม. วันสุกรี แวมามะ นายอำเภอเมืองปัตตานี พร้อมด้วย ภัทร์ระพี วารีดี ปลัดอำเภอฝ่ายแผนยุทธศาสตร์ฯ แวรอกีเยาะ และมะลี เจ้าหน้าที่ปกครองตำบลตะลุโบะ สายมะห์ ยูโซะ เจ้าหน้าที่ปกครอง สมาชิก อส. และ ทสปช. ลงพื้นที่เยี่ยมชมและเก็บผลผลิตผักปลอดภัยจากโครงการบูรณาการยกระดับคุณภาพชีวิต ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตำบลตะลุโบะ อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี รุ่นที่ 1 ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน ม.2 บ้านแบรอจะรัง ต,ตะลุโบะ อ,เมือง จ.ปัตตานี

ตรวจเยี่ยม. พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน ลงพื้นที่ จ,นครศรีธรรมราช ตรวจเยี่ยมบริษัทนครศรีพาราวู้ด จำกัด อ.พรหมคีรี เพื่อติดตามการดำเนินการด้านแรงงานต่างด้าว ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเป็นแรงงานสำคัญในอุตสาหกรรมแปรรูปไม้ยางพารา



