ณ สำนักงานใหญ่ ถนนวิภาวดีรังสิต ศุกร์ 28 มี.ค. 2568 มีการจัดงานครบรอบวันเกิด เดลินิวส์ ตามปกติ โดยปีนี้ตรงกับปีที่ 61 ของ นสพ. เดลินิวส์ แต่ครบ 82 ปี นับแต่เริ่มลงอิฐก้อนแรกด้วยชื่ออื่นทั้งเดลิเมล์และแนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์ โดยผู้ก่อตั้งคือ เตี่ย แสง เหตระกูล ผู้ได้รับยกย่องเป็น “ราชาหนังสือพิมพ์” ก่อนจะมาใช้หัว เดลินิวส์ ที่ยังคงยืนเด่นโดยท้าทายยุคสมัยดิจิทัลเช่นปัจจุบันนี้
มีแขกแทบทุกวงการมาร่วมงาน รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ภูมิธรรม เวชยชัย, รมว.พม. วราวุธ ศิลปอาชา, รมว.แรงงาน พิพัฒน์ รัชกิจประการ, ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรม สนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้าไทย, อดีตนางสาวไทย นักแสดงนางฟ้าใจงาม ดร.บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี และอีกหลาย ๆ ท่านที่มิได้เอ่ยถึงในที่นี้ เช่นทุกปี จะมีผู้มาร่วมงานหนาตาในช่วงเช้า แล้วค่อยบางตาลงในช่วงบ่าย แต่ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า วันนั้นจะเกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงสุด
ทั้งที่เช้าวันนัั้น ฟ้าดูมืดครึ้ม มีฝนโปรยพอเปียกพื้นนิด ๆ ทำให้อากาศปลายมีนาฯไม่โหดนัก ขณะกำลังนั่งกินอาหารกลางวันร่วมกับแขก 4-5 คน (บางคนเป็นอดีตนักข่าวไปเปิดเอเจนซีแล้วไปได้ดีมาก มีงานต่อเนื่อง บางคนไปทำเว็บไซต์ข่าวเกษตร พอไปได้) ณ อาคารชั้นหนึ่งซึ่งเคยเป็นโรงเก็บกระดาษ แต่บัดนี้ใช้ประโยชน์ด้านอื่น จู่ ๆ พื้นซีเมนต์ก็สั่นไหว ทุกคนรู้สึกคลื่นไส้ เวียนหัว โต๊ะ เก้าอี้ อยู่ไม่สุข จนต้องเอามือจับแก้วน้ำ ไม่ให้หล่นลงพื้น ในใจคิด หรือจะเกิดแผ่นดินไหว สักพักใหญ่ ทุกคนลุกพรึบจากโต๊ะ ออกไปยืนนอกอาคาร เห็นเครนก่อสร้างบน 2 คอนโดสูงข้างโรงพิมพ์แกว่งไกวดูน่ากลัว คนงานทยอยลงบันไดหนีไฟ ไฟถนนบนทางด่วนโยกเห็นชัด ขณะรถไฟฟ้ายังวิ่งอยู่
ตอนนั้นราวบ่ายโมงครึ่ง ทุกคนหยิบมือถือเช็กข่าว อ้าว แผ่นดินไหวจริง ก็ใครจะไปคิด แม้ในชีวิตที่ผ่านร้อนหนาวจนได้ “เบี้ยคนชรา” อย่างเรา ก็เพิ่งจะเจอนี่ล่ะ ทุกคนลงจากตึกใหญ่ 8 ชั้น เพื่อความปลอดภัย ห้ามใช้ลิฟต์ชั่วคราว ก็เหมือนที่อื่น ๆ ในไทย เคยฝึกแต่หนีไฟ ยังไม่เคยฝึกหนีแผ่นดินไหว ต่อไปคงครบ หนีสึนามิ น้ำท่วมใหญ่ แผ่นดินไหว
ข่าวต่อจากนั้น ก็เป็นอย่างที่รู้กัน ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศใต้เงาเผด็จการ มิน อ่อง หล่าย ผู้นำพาพม่าสู่แผ่นดินวิปโยค ครั้งนี้คาดจะมีผู้เสียชีวิตนับหมื่น ๆ ไม่นับบ้านเรือนพังพินาศเป็นหน้ากลอง จะได้ฟื้นฟูกี่โมง ไม่รู้ ประชาชนพม่าที่ปกติ ก็ทุกข์ยากอยู่แล้ว จะทุกข์แสนสาหัสขึ้นอีก ไม่รู้เมื่อไหร่จะพ้นเวรกรรมซักที
ขณะ กทม.ที่ห่างมา 1,500 กม. แรงสั่นสะเทือนสูงถึงขนาด 8.2 ถ้าเกิดในทะเล คือ สึนามิดี ๆ นี่เอง ไม่แปลกที่เป็นแผ่นดินไหวรุนแรงสุดในรอบ 100 ปีของไทย กทม.กลายเป็นพื้นที่ภัยพิบัติฉุกเฉิน เชียงใหม่ เชียงราย หาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี ก็ไหวด้วย คนอยู่ตึกสูงทั่วไทย ตื่นตระหนก หนีตายลงถนน ตึกสูงราชการ ยิ่งน่าเสียว เพราะข่าวใหญ่สุด คือ ตึก 30 ชั้นของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.ที่กำลังก่อสร้างใกล้เสร็จในเขตจตุจักร ได้พังครืนเหลือแต่ซากให้โลกเห็น เฉพาะในจุดนี้ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 2 เม.ย.2568 เวลา 15.00 น. มีผู้เสียชีวิตแล้ว 15 ราย รอดชีวิต 9 ราย สูญหาย 72 ราย ทุกนาที คือ ชีวิตที่ต้องลุ้น ทั่วไทยภาวนาให้รอดเถอะ อย่าว่าแต่เป็นแรงงานไทยเลย ถึงเป็นต่างชาติ ก็คือมนุษย์เช่นเรา ต่างทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำ มีผู้ที่รอคอยให้กลับบ้าน
อย่างที่รู้ ไทยขึ้นชื่อเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน ช็อก เมื่อ สตง.ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบความโปร่งใสการใช้จ่ายเงินแผ่นดินในทุกหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรส่วนท้องถิ่น ขนาดค่าอาหารยังจุกจิก สร้างตึกมูลค่าถึง 2,300 ล้านบาท แต่พังทลาย ตึกเดียว ไม่เป็นท่า จึงต้องมีคนรับผิดชอบ ล่าสุด บริษัทก่อสร้าง China Raiway no. 10 กับอิตัลไทย ผู้ร่วมทุน กำลังถูกขุดคุ้ยอย่างหนักในประเด็นใช้เหล็กเส้นจากจีนได้มาตรฐานหรือไม่ ยืดหยุ่นรับแผ่นดินไหวตามกฎเหล็กปี 2550 หรือไม่
วันนี้ สตง.จึงไม่ได้พังแค่ตึก แต่พังพินาศไปถึงทุกองคาพยพใน สตง.ที่มีผู้ว่าชื่อ มณเฑียร เจริญผล ไม่ต่างจากอีก 2 องค์กร 1 นั้นคือ กสทช. องค์กรอิสระที่เงินเดือนแสนแพง กินหรู อยู่หรู แต่มีเรื่องงามหน้า ล่าสุดคนในองค์กรแฉเอง ทุกอย่างประธานต้องลงชื่อสั่ง ถึงทำได้ แม้แต่การส่งข้อความเตือนภัย ขณะกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ใต้สังกัดมหาดไทยบอก ต้องขออนุญาต กสทช.ก่อน ถึงส่งข้อความได้ ทุกหน่วยมีแต่ปัดให้พ้นตัว ไม่แปลกที่ นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร จะปรี๊ดแตก ก็นะ จนถึงวันอังคาร ผ่านมา 4 วันเต็มหลังแผ่นดินไหว SMS ซักข้อความยังไม่มีเลย
ผู้ว่าฯ ชัชชาติกับทีมอาสากู้ภัยทุกคน คือ ฮีโร่ แต่องค์กรอิสระกับระบบราชการต้องอภิมหาปฏิรูปครั้งใหญ่.
…………………………………..
ดาวประกายพรึก



