“เจ้าหน้าที่รัฐ” ไม่ว่าจะเป็น “สี” ไหนก็ตาม เมื่อถึงจุดหนึ่งก็มักจะอ้างเรื่อง “เกียรติ” ของความเป็นอาชีพที่มีเกียรติยศ และศักดิ์ศรี เหนือว่าประชาชนคนธรรมดาทั่วไป
แต่สุดท้ายแล้ว ในบางช่วงเวลาและสถานการณ์ “เกียรติ” ก็อยู่ไม่ไกลจาก “กร่าง”
เหตุการณ์ลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. นราธิวาส พรรคประชาชาติ บริเวณหน้าบ้านพักใน จ.นราธิวาส เป็นพฤติการณ์ที่อุกอาจ อยู่นอกเหนือกฎหมาย
นอกจากนี้ยังมีหลักฐานสำคัญว่า “รถยนต์” คันที่ใช้ก่อเหตุ เป็นรถในสังกัด กอ.รมน.นราธิวาส และผู้ต้องหาบางส่วนเป็นอดีตทหารนาวิกโยธิน โดยมีนายทหารระดับ “น.อ.” ใน กอ.รมน.นราธิวาส ให้รถคันดังกล่าวกับพวกยืมไปใช้ทำอะไร? ขับเล่นกินลมชมวิว ขับไปขนของ เบิกน้ำมันหลวงไปเต็มถังด้วยหรือไม่? เพราะสุดท้ายคือนำไปใช้ก่อเหตุลอบยิง สส. จึงเป็นคดีที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายร้ายแรง! ย้ำว่าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย “ถ้าเป็นผม (พยัคฆ์น้อย) ผมไม่ทำหรอก เพราะผิดกฎหมาย”
ไม่ใช่ “ถ้าผมทำ ไม่ปล่อยให้รอด” เพราะเหมือนยิ่ง “ราดน้ำมัน” ใส่ “ไฟใต้” ที่ยังไม่สงบ ให้ลุกโชน และสงบยากขึ้นไปอีก
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) โดยตำแหน่ง ต้องสะสางคดีให้เคลียร์! คือการกำชับตำรวจให้สืบสวนติดตามจับกุม “ผู้ก่อเหตุ-คนสั่งการ” มาดำเนินคดีให้ครบถ้วน เนื่องจากสส.กมลศักดิ์ช่วยขานชื่อให้นายอนุทินได้เป็นนายกฯ
มีใหญ่กว่า “น.อ.” ขึ้นไปหรือไม่? มีการสั่งการกันเป็นทอด ๆ เพื่อ “ตัดตอน” หรือว่าเป็นการ “ลงขัน” ก่อเหตุ!
ขณะเดียวกันงานนี้ มองให้เห็น “ช่องโหว่” ในการบริหารทรัพยากรของรัฐ ที่นายทหารระดับ “น.อ.” เบิกรถหลวงไปให้ทีมมือปืน ซึ่งเป็น “อดีตทหาร” ยืมใช้ เบิกน้ำมันใส่ให้เต็มถังด้วยหรือไม่? มันยิ่งสะท้อนถึงการทุจริต และความหละหลวมอย่างร้ายแรงในการควบคุมทรัพย์สินของรัฐที่มาจากภาษีประชาชน หากเป็นข้าราชการกระทรวงอื่น ๆ แล้วทำแบบนี้คือ “ติดคุก”
โดยเฉพาะอย่างยิ่งประโยคส่วนตัวที่ว่า “ถ้าผมทำ ไม่ปล่อยให้รอด” ทำให้มี “งานเข้า” มาหาพล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และนายอนุทิน
หลังจาก “บอบอฮุสณี บินหะยีคอเนาะ” ผู้นำศาสนาอิสลามชายแดนใต้และที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้-อดีตที่ปรึกษา กมธ.สันติภาพชายแดนใต้ มีความเห็นออกมาว่างานนี้มี 2 ทางเลือก คือ 1.แม่ทัพภาคที่ 4 บันทึกข้อความย้ายตัวเอง หรือ 2 .นายกรัฐมนตรี สั่งย้ายออกนอกพื้นที่
“ทัศนคติพอปรับได้ แต่อคติปรับไม่ได้หรอกครับ มีแต่สร้างปัญหา” ผู้นำศาสนาอิสลามชายแดนใต้ ว่าอย่างนั้น!
คดีลอบยิงสส.กมลศักดิ์ จึงเป็นตัวชี้วัดภาวะผู้นำอย่างนายอนุทินในฐานะ ผอ.รมน. จะสะสางคดีให้เคลียร์ สาวไปถึงตัวการใหญ่ โดยไม่ปล่อยให้เครือข่าย “คนมีสี” ที่กระทำผิดอย่างร้ายแรงแล้วลอยนวล และที่สำคัญจะกล้าใช้อำนาจที่มี “ปฏิรูป” โครงสร้างความมั่นคงภายใน ให้มีความโปร่งใสได้จริงหรือไม่?.
พยัคฆ์น้อย



