เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2518 กองทหารของเขมรแดง ซึ่งเป็นกลุ่มเหมาอิสต์สุดโต่ง ขับรถถังบุกเข้าไปในเมืองหลวงของกัมพูชา จากนั้นจึงโค่นล้มกองทัพของจอมพลลอน นอล ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ และเริ่มปกครองประเทศด้วยรัฐบาลคอมมิวนิสต์ เป็นเวลานาน 4 ปี

พรรคฝ่ายค้านของกัมพูชาขออนุญาตกับทางการ ในการจัดพิธีรำลึกถึงเหยื่อในเหตุการณ์ดังกล่าวที่เจืองเอ็ก หรือ “ทุ่งสังหารของเขมรแดง” ที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ที่สุด ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงพนมเปญ แต่เทศบาลกรุงพนมเปญกลับปฏิเสธกิจกรรมดังกล่าว โดยอ้างถึงปัญหา “ความสงบเรียบร้อยของประชาชน” และความปลอดภัย รวมทั้งเตือนถึงการรับผิดชอบตามกฎหมาย

“เหยื่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของเขมรแดง ไม่ควรถูกห้ามโดยกฎใด ๆ หากพวกเขาต้องการรำลึกถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ในประวัติศาสตร์ของกัมพูชา” นายยุค ชาง ผู้อำนวยการศูนย์รวบรวมเอกสารแห่งกัมพูชา (ดีซี-แคม) ซึ่งทำการวิจัยและบันทึกความโหดร้ายที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาข้างต้น กล่าว

ทั้งนี้ ผู้รอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ไม่อยู่ที่พิพิธภัณฑ์สงครามเจืองเอ็ก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แม้มีนักท่องเที่ยวหลายสิบคนมาเยี่ยมชมสถานที่ และถ่ายรูปกะโหลกศีรษะที่จัดแสดงอยู่ในตู้กระจกก็ตาม

นายซัม ฤทธิ หนึ่งในผู้รอดชีวิต วัย 72 ปี เล่าว่า ในตอนแรก ประชาชนในกรุงพนมเปญที่เหนื่อยล้าจากสงคราม ต่างต้อนรับเขมรแดงด้วยความระมัดระวัง เมื่ออีกฝ่ายเข้ามาในเมือง แต่ไม่นานนัก บรรดาผู้นำเขมรแดงก็เริ่มอพยพผู้คนออกจากเมืองด้วยปืน ซึ่งถือเป็นการอพยพโดยบังคับครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคปัจจุบัน

“มันเป็นวันที่เกิดการนองเลือดทั่วประเทศ เขมรแดงขับผู้คนออกจากบ้านเรือนทุกหนแห่ง” นายซัม ฤทธิ กล่าวเพิ่มเติม พร้อมกับเสริมว่า บิดาและพี่น้องอีก 3 คนของเขาถูกสังหาร ส่วนเขาถูกจำคุกเป็นเวลา 2 ปี จากข้อกล่าวหาว่าเขาเป็นสมาชิกของสำนักข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ)

อนึ่ง เขมรแดงทำให้กัมพูชา ซึ่งครั้งหนึ่งเคยได้รับฉายาว่า “ไข่มุกแห่งเอเชีย” จากดนตรี วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมสมัยอาณานิคมของฝรั่งเศส กลับสู่ “ปีศูนย์” ผ่านการปฏิวัติเกษตรกร

แม้การปกครองแบบเผด็จการของนายพล พต ผู้นำรัฐบาลเขมรแดง ล่มสลายในเวลา 4 ปีต่อมา แต่ชาวกัมพูชาประมาณ 2 ล้านคนต้องเสียชีวิตจากการประหารชีวิต ความอดอยาก หรือการทำงานหนักเกินไป

หลังจากเขมรแดงถูกทหารเวียดนามขับไล่เมื่อปี 2522 ความโหดร้ายของเขมรแดงจึงปรากฏให้เห็น โดยมีการค้นพบกระดูกของเหยื่อหลายพันคน รวมถึงเด็ก ในสุสานหมู่ทั่วประเทศ ขณะที่นายพล พต เสียชีวิตในปี 2541 โดยไม่ได้รับการพิพากษาลงโทษแต่อย่างใด

เมื่อเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา สภากัมพูชาออกกฎหมายฉบับหนึ่ง ตามคำขอของสมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภา ซึ่งห้ามปฏิเสธความโหดร้ายของรัฐบาลเขมรแดง แต่ผู้สนับสนุนสิทธิมนุษยชนและนักวิชาการกล่าวเตือนว่า กฎหมายฉบับนี้อาจถูกใช้ เพื่อปราบปรามความเห็นต่างอันชอบธรรมได้เช่นกัน.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP