กำลังว่ากันถึง ความวุ่นวายดักหน้า ดักหลัง กับการเคลียร์ โปรแกรมบอลลีกให้ทีมชาติไทย
“ทีมชาติจะเตะ ก็เลื่อนไทยลีก เลื่อนบอลถ้วยไปซิ”
พูดน่ะง่าย แต่ถ้าทำง่ายเหมือนพูด ก็คงไม่มีปัญหาวุ่นวาย
โปรแกรมบอลภายในถูกเซตไว้แล้ว จนถึงสิ้นฤดูกาล จะขยับจะโยกคิวเตะ มันไม่ได้หายไปเลย ก็ต้องหาช่องลงอยู่ดี
ปีหน้า เมษายน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ก็เริ่มแล้ว ทีมใหญ่ก็มีปัญหา ต้องเดินทาง ไหนจะเรื่องเกมที่แน่นเอี้ยด ถ้าหวดกันแบบสัปดาห์ละ 2-3 นัด
ส่วนเรื่องเลื่อนวันปิดฤดูกาล ยิ่งลำบาก เพราะสโมสรต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

“มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมชาติไทย มาคิดสะระตะ จึงยินยอมพร้อมใจ ซูซูกิคัพ ไม่เลื่อนก็ไม่เลื่อน เพราะเลื่อนก็วุ่น
ที่สำคัญ เลื่อนแล้ว สโมสรจะปล่อยตัวหรือเปล่าก็ไม่รู้ และบังคับเขาไม่ได้ เพราะไม่ใช่ฟีฟ่าเดย์
เคลียร์ปัญหาซูซูกิคัพ จบแบบไม่จบ เพราะต้องไปลุ้นกันอีกว่าถึงหยดสุดท้าย นักเตะจะฟิตขนาดไหน ในเมื่อไทยลีก เตะถึง 27-28 พ.ย. ขณะที่ ซูซูกิคัพ เริ่ม 5 ธ.ค.
เดี๋ยวปีหน้ามีวุ่นยิ่งกว่า กับ “งานงอก” ฟุตบอลซีเกมส์ ที่ เวียดนาม เลื่อนจากปีนี้ ไปแข่งขัน 12-23 พ.ค.
ชนโครม ช่วงท้ายฤดูกาลไทยลีก ที่จะปิดวันที่ 21 พ.ค.
ข้ามไปเดือน มิ.ย. ยังมี 2 รายการใหญ่จ่ออยู่อีก คัดเลือกเอเชี่ยนคัพ และ ฟุตบอล 23 ปีเอเชีย รอบสุดท้าย ที่เอเอฟซี จับมาเตะพร้อมกัน แบบไม่เห็นใจชาติที่ต้องคัดเลือกบอลรายการใหญ่เอเชีย
ระยะเวลา เป็นปัญหาใหญ่แน่ ทีมชาติจะเอายังไง ก็ต้องรีบมาวางแผน

จะบอกว่าก้าวข้ามอาเซียน มองผ่านซีเกมส์ เอางั้นแน่หรือเปล่า เพราะถึงเวลาแข่งขันจริงๆ กระแสมันก็จะโหม จุดกระพือให้คว้าเหรียญทองให้ได้ ไหนจะองค์กีฬาใหญ่อย่าง กกท. ที่ต้องกดดันให้เอาแชมป์กลับมา
ล้มเหลวมาแล้ว ถึงทนเสียงด่าได้ แต่ก็เสียหายต่อวงการบอลไทยโดยรวม
สำหรับคิวเตะปีหน้า น่าเห็นใจฝ่ายจัด เพราะโปรแกรมมันมาแบบลมพัดลมเพ คัดเอเชี่ยนคัพ ก็เลื่อนมา เช่นเดียวกับ ซีเกมส์ ดังนั้นต้องรีบแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งวันวานก็ได้เริ่มหารือกันแล้ว
ส่วนอะไรที่คิดได้ก่อน วางแผนได้ก่อน จากนี้ไป ต้องเอาดีๆ เอาชัดๆ อย่างเช่นเรื่องวุ่นๆ ที่ผ่านมา คัดเลือก 23 ปี เอเชีย ที่ผลงานมันเห็นๆ ว่าเรา “อ่อนซ้อม” รวมทั้ง ซูซูกิคัพ ตัดวันตรวจโควิด ทั้งในไทย และสิงคโปร์ ก็แทบหมดเวลาแล้ว
นโยบาย สมาคมลูกหนังไทย “ก้าวข้ามอาเซียน” ไม่มองระดับภูมิภาค โดยไปเน้นบอลอาชีพของเรา จริงๆ แล้ว จะไปเทแบบนั้นไม่ได้
บอลทีมชาติคือหัวแหวน คนไทยไม่ได้คลั่งบอลไทยถึงขนาดตามไปดูสโมสรแบบขาดไม่ได้ บอลไทยตอนนี้ ถ้าทีมชาติดี กระแสดี ส่งผลถึงสโมสร แต่ถ้าทีมชาติแย่ ก็จะทรุดกันตาม
ดังนั้น ทีมชาติต้องดีไว้ก่อน
บจก.ไทยลีก คิดคิวกันมาล่วงหน้าอยู่แล้ว ย่อมจัดโปรแกรม ตามนโยบาย จัดโปรแกรม ในแบบสากล เว้นฟีฟ่าเดย์
แต่การอยู่ในภูมิภาคนี้ คงไม่พอ เพราะพอมีบอลทีมชาตินอกฟีฟ่าเดย์ ก่อนแข่งนานๆ อาจทำเมิน ทำไม่สนใจ แต่ถึงเวลาก็ต้องเน้น เอาจริงเอาจังอยู่ดี
นโยบายสมาคมลูกหนังจึงควรปรับ และเอาให้ชัดแต่เนิ่นๆ ให้ ไทยลีก ไปจัดคิว
ทีมชาติรุ่น 23, ชุดใหญ่ จะแข่งอะไร กาปฏิทินไปเลย ขีดเส้นใต้กันนานๆ
มาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า นอกจากจะปลดเงื่อนปมกันยากแล้ว (และสุดท้ายก็แก้ไม่ได้ด้วย) ยังทำให้ภาพรวมของการบริหารจัดการ ถูกมองว่ามันดูแย่ด้วย
ปักหมุดให้ดี วางแผนชัดๆ ล่วงหน้า ดีกว่าจะมาระดมปัญญาแก้ปัญหาในภายหลัง
*** วุฒินล ***



