“สตูดิโอจิบลิ” (Studio Ghibli) ของญี่ปุ่น มีอายุครบ 40 ปีในเดือนนี้ โดยสตูดิโอได้รับรางวัลออสการ์ 2 รางวัล และแฟนคลับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ต่างหลงใหลในโครงเรื่องที่ซับซ้อน และแอนิเมชันที่วาดด้วยมืออันแสนวิเศษ
กระนั้น อนาคตของสตูดิโอจิบลิกลับไม่แน่นอน เนื่องจากภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องล่าสุดอย่าง “The Boy and The Heron” หรือชื่อไทย “เด็กชายกับนกกระสา” อาจเป็นผลงานสุดท้ายของนายฮายาโอะ มิยาซากิ ผู้ร่วมก่อตั้งสตูดิโอจิบลิ ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 84 ปี
สตูดิโอจิบลิ ซึ่งอยู่เบื้องหลังภาพยนตร์แอนิเมชัน “Spirited Away” หรือชื่อไทย “มิติวิญญาณมหัศจรรย์” ที่ได้รับรางวัลออสการ์เมื่อปี 2546 กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรม นับตั้งแต่มิยาซากิ และนายอิซาโอะ ทาคาฮาตะ ผู้ล่วงลับ ร่วมกันก่อตั้งสตูดิโอในปี 2528
ความนิยมของสตูดิโอจิบลิ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากการที่ภาพยนตร์เด็กชายกับนกกระสา ซึ่งนำแสดงโดยดาราชื่อดังอย่างโรเบิร์ต แพตตินสัน คว้ารางวัลออสการ์เมื่อปี 2567 และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง “เน็ตฟลิกซ์” ได้เผยแพร่แอนิเมชันเรื่องนี้ไปทั่วโลก
เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา อินเทอร์เน็ตเต็มไปด้วยภาพในสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของสตูดิโอจิบลิ หลังการเปิดตัวปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) สร้างรูปภาพรุ่นใหม่ล่าสุดของบริษัท โอเพนเอไอ จนทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ ขณะที่สวนสนุก “จิบลิพาร์ค” ที่เพิ่งเปิดใหม่ ก็กลายเป็นแหล่งดึงดูดนนักท่องเที่ยวหลักในจังหวัดไอจิ ทางตอนกลางของญี่ปุ่นด้วย
นายโกโร มิยาซากิ บุตรชายของฮายาโอะ กล่าวว่า ก่อนที่จะมีสตูดิโอจิบลิ การ์ตูนส่วนใหญ่ในญี่ปุ่น หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “อนิเมะ” (anime) มักถูกสร้างขึ้นสำหรับเด็ก ๆ แต่บิดาของเขา และทาคาฮาตะ ซึ่งทั้งคู่ถือเป็น “คนในรุ่นที่รู้จักสงคราม” ได้ผสมผสานองค์ประกอบที่มืดมนกว่า ซึ่งสามารถดึงดูดผู้ใหญ่ได้
ด้านนางซูซาน เนเปียร์ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยทัฟส์ในสหรัฐ กล่าวว่า แอนิเมชันของสตูดิโอจิบลิ มีความคลุมเครือ ความซับซ้อน และความเต็มใจที่จะแสดงให้เห็นว่า แสงสว่างและความมืดเป็นสิ่งที่มักจะมาด้วยกัน ซึ่งแตกต่างจากการ์ตูนของอเมริกาที่มักจะแบ่งแยกความดีกับความชั่ว
นอกจากนี้ เนเปียร์ยังระบุว่า ภาพยนตร์ของสตูดิโอจิบลิถ่ายทอดจักรวาลที่มนุษย์เชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับธรรมชาติ และโลกวิญญาณ ยกตัวอย่างเช่น “Princess Mononoke” หรือชื่อไทย “เจ้าหญิงจิตวิญญาณแห่งพงไพร” ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่จริงจัง มืดมน และรุนแรง ซึ่งผู้ใหญ่ชื่นชอบมากกว่าเด็ก และมันไม่ใช่สิ่งที่ผู้ชมชาวอเมริกันคาดหวังจากภาพยนตร์เกี่ยวกับเจ้าหญิง
ขณะที่ นางมิยูกิ โยเนมูระ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเซ็นชูของญี่ปุ่น ผู้ศึกษาทฤษฎีทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับแอนิเมชัน กล่าวว่า การชมภาพยนตร์ของสตูดิโอจิบลิ เป็นเหมือนกับ “การอ่านวรรณกรรม” อีกทั้งมิยาซากิ และทาคาฮาตะ สามารถสร้างโลกแห่งจินตนาการได้ เนื่องจากพวกเขาเปิดกว้างต่อวัฒนธรรมอื่น ๆ
“หลังจากมิยาซากิหยุดสร้างแอนิเมชัน สตูดิโอจิบลิจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เว้นแต่ผู้มีพรสวรรค์ที่คล้ายคลึงกันจะปรากฏตัวขึ้น เพราะมิยาซากิเป็นศิลปินยอดเยี่ยมที่มีจินตนาการทางภาพ และเขากับทาคาฮาตะ ต่างมีความก้าวหน้าทางการเมือง” เนเปียร์ กล่าวทิ้งท้าย.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



