พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์นันทศักดิ์ มุกสิกศิลป์ กองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ เจ้าหน้าที่จากกรมปศุสัตว์ พุทธมณฑล ลงพื้นที่ช่วยเหลือสุนัขที่ถูกเจ้าของนำมาปล่อย และร่วมกันรณรงค์ติดป้ายหยุดการทิ้งสัตว์ และร่วมกันพิจารณาให้ความช่วยเหลือเกาะสุนัขซึ่งไม่ได้สังกัดในหน่วยงานราชการแต่อยู่ได้ด้วยเงินบริจาคซึ่งขณะนี้มีประชากรสุนัขที่ถูกนำมาปล่อยเพิ่มถึง 500 ตัว ณ พื้นที่พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

ดร.สาธิต ปรัชญาอริยะกุล เลขาธิการและผู้อำนวยการ สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 เห็นว่าเนื่องในโอกาสใกล้วันพระใหญ่ของชาวพุทธ คือวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปี 2568 TSPCA ได้จัดกิจกรรม “ทำบุญไม่ทารุณสัตว์” เพื่อเป็นการเผยแพร่รณรงค์เกี่ยวกับการทำบุญที่ไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์

การปล่อยสัตว์เป็นสิ่งที่ชาวพุทธนิยมทำกันตามความเชื่อ แต่การปล่อยสัตว์บางชนิดอาจจะเป็นต้นทางแห่งการทารุณสัตว์ แม้จะเกิดจากกุศลเจตนา เพื่อความรู้สึกสบายใจว่าได้บุญโดยเป็นผู้ต่อชีวิตด้วยความเมตตากรุณาต่อสัตว์ แต่ผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อม มีมากกว่าที่คิด เช่น การปล่อยปลาบางชนิด ถือเป็นปลาเอเลี่ยนสปีชีส์ สายพันธุ์ต่างถิ่นที่จะรุกรานการดำรงชีวิตอยู่ของปลาในพื้นถิ่น จะเป็นการยับยั้งการสืบพันธุ์ของปลาในพื้นที่ที่ปล่อย ซึ่งจะเป็นการทำลายระบบนิเวศน์ ลดจำนวนลงหรืออาจร้ายแรงถึงปลาพื้นถิ่นบางชนิดอาจสูญพันธุ์ได้ เช่น การปล่อยปลาดุก หรือ ปลาหมอคางดำ เป็นต้น

การปล่อยสัตว์เอาบุญตามความเชื่อนั้นก่อนที่สัตว์จะมาถึงมือผู้ปล่อย สัตว์ต้องผ่านการถูกทารุณไม่ว่าจะการดัก จับ ยิง ต้อน เรียก ล่อ ไล่ ก็ล้วนเป็นการทำให้สภาพชีวิตสัตว์ขาดอิสรภาพตามธรรมชาติ หรือแม้แต่การปล่อยสัตว์ที่ผิดสภาพแวดล้อมจากธรรมชาติเดิม เช่น ปล่อยเต่าในน้ำเชี่ยวที่ไม่มีตลิ่งให้เกาะหรือปล่อยเต่าในน้ำกร่อยเต่าจะค่อย ๆตาบอดและตายไปในที่สุด หอยขมต้องอยู่ในที่ชื้นแฉะ เช่น บึงคลอง ไม่ใช่แม่น้ำ ปลาไหลก็เช่นกัน ไม่รอดในน้ำเชี่ยวไหลแรง และสำหรับปลาที่จับจากธรรมชาติมาสู่ตลาดเพื่อให้ผู้ซื้อนำไปปล่อยในแม่น้ำก็ประสบชะตากรรมเดียวกัน หากปล่อยในน้ำที่มีอุณหภูมิและสิ่งแวดล้อมแตกต่างจากที่เคยเติบโตมา ปลาอาจจะปรับตัวไม่ได้

การจับสัตว์ป่าจากธรรมชาติมาเพื่อปล่อยทำบุญนั้น เป็นการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย เช่น นก เต่า บางชนิดพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ได้กำหนดห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามมาตรา 12 ประกอบมาตรา 89 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท การครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามมาตรา 17 ประกอบมาตรา 92 จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สำหรับสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัขและแมว ก็มักจะมีการปล่อยทิ้งกันเป็นจำนวนมากเพราะ “เมื่อหมดรัก มักถูกทิ้ง” ดังกรณีการลงพื้นที่ดังกล่าววันนี้ เกิดจากมีการร้องเรียนว่า มีครอบครัวสุนัขแม่ลูกอ่อนอันประกอบด้วย สุนัขตัวผู้และแม่ลูกอ่อนถูกนำมาปล่อยและคลอดลูกออกมาหลายครอกแล้ว เพราะไม่ได้รับการทำหมัน และเริ่มจะเป็นปัญหากับชุมชนซึ่งเกรงว่าจะมีการเพิ่มประชากรสุนัขจรและอันตรายจากยวดยานพาหนะทั้งต่อตัวสุนัขจรเองและชุมชนที่สัญจรผ่านไปมา นโยบายการจัดการกับสุนัขจรของชุมชนบางแห่งคือการงดให้อาหาร ซึ่งอาจจะขัดต่อหลักเมตตาธรรม เพราะอย่างไรเสียสุนัขจรในพื้นที่ก็คุ้นชินกับการใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนนั้นนานปีแล้วและถึงแม้คนจะให้หรือไม่ให้อาหารเค้าก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ตรงนั้นตามยถากรรม กรณีนี้จึงเห็นควรที่จะขอความร่วมมือให้กรมปศุสัตว์ช่วยทำหมัน และทางสมาคมฯ จะประสานหาที่อยู่ใหม่ที่เหมาะสมให้กับครอบครัวสุนัขแม่ลูกอ่อนและลูก ๆ ต่อไป

คุณสินจิรา อภัยทาน ผู้ร้องเรียนซึ่งเห็นด้วยกับหลักการที่ว่า “สัตว์ทุกชนิดควรเป็นอิสระจากความหิวโหย” จึงแจ้งมายังสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์ฯ เพื่อขอคำแนะนำและขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยอนุเคราะห์ในการจัดการที่เป็นรูปธรรมเพื่อให้ความช่วยเหลือครอบครัวแม่สุนัขดังกล่าวและเพื่อเป็นกรณีศึกษาเกี่ยวกับการจัดการสุนัขจรซึ่งมีอยู่นับล้านตัวทั่วประเทศและเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาสวัสดิภาพประชากรสุนัขจรที่เกาะสุนัขในเขตพุทธมณฑล ที่มีจำนวนสุนัขจรล้นถึง 500 ตัวซึ่งอาศัยอยู่ได้ด้วยเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาเมตตาสัตว์ ประเด็นสำคัญที่สุดคือการ ปลุกจิตสำนึกผู้เลี้ยงสุนัขให้เห็นถึงคุณค่าของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในความดูแลและตระหนักว่า “ทุกชีวิตรักสุขเกลียดทุกข์” ไม่มีสัตว์เลี้ยงตัวใดสมควรถูกเจ้าของทอดทิ้ง การทำหมันให้สุนัขจรและแมวจรโดยขยายเครือข่ายการทำหมันไปยังหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศการเพาะพันธุ์สัตว์เลี้ยงขายต้องได้รับการอนุญาตและมีกฎหมายควบคุมที่เข้มงวดกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อป้องกันการนำพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ที่หมดสภาพมาปล่อย

โดยวันนี้ สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์ฯ ได้ร่วมกันบูรณาการในการช่วยเหลือจากผู้มีอำนาจทางกฎหมาย คือ ราชการส่วนท้องถิ่นและปศุสัตว์ รวมทั้งอาสาสมัคร ที่จะพยายามจับสุนัขดังกล่าวเพื่อทำหมัน ฉีดวัคซีนป้องกันโรคและหาสถานที่รับเลี้ยงหรือบ้านใหม่ให้สุนัขเหล่านั้น ให้ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ดังนั้น การทำบุญด้วยการปล่อยสัตว์ถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็จะเป็นการดี แต่ถ้ามีความจำเป็นหรือตั้งใจจริง ๆ ก็ควรศึกษาข้อมูลประกอบให้ครบถ้วนรอบด้าน และกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ อย่าทำบุญแค่เพื่อความสะดวกสบายใจของตนเองเพียงด้านเดียว เพราะอาจส่งผลมากกว่าที่คิด การมีสติระลึกรู้และปัญญากำกับในการทำบุญจึงจะเป็นบุญทานอันบริสุทธิ์อย่างแท้จริงตามหลักการของศาสนาที่เป็นจริง.

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่