พล.ท.ปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ยกย่องโครงการดังกล่าวว่าเป็นวิธีแก้ปัญหาภาวะแคระแกร็นของประชากรวัยเด็ก ระหว่างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว แต่การดำเนินโครงการตั้งแต่เดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ประสบกับวิกฤติหลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็น ข้อกล่าวหาเรื่องการถือพวกพ้อง ความล่าช้าของเงินทุน การประท้วง และกรณีอาหารเป็นพิษ

แม้โครงการมีเป้าหมายแจกอาหารฟรีให้กับเด็ก 17.5 ล้านคนในปีนี้ โดยใช้งบประมาณ 4,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 140,000 ล้านบาท) แต่กระทรวงการคลังอินโดนีเซียระบุว่า จนถึงขณะนี้ โครงการจัดสรรหาอาหารให้แก่เด็กได้เพียง 5 ล้านคนเท่านั้น ตั้งแต่เดือน ม.ค. ถึงกลางเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา

อนึ่ง โครงการช่วยเหลือขนาดใหญ่ในอินโดนีเซีย มีประวัติการถูกกล่าวหาว่าทุจริต ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับชาติ ซึ่งผู้สันทัดกรณีหลายคนกล่าวว่า โครงการอาหารฟรีมีความเสี่ยงเป็นพิเศษ และแทบไม่มีการรับผิดชอบเลย

“งบประมาณก้อนใหญ่อาจทำให้เกิดการทุจริต และถ้าการตรวจสอบมีความหละหลวม ปัญหาการคอร์รัปชันก็อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งโครงการดังกล่าวดำเนินการอย่างเร่งรีบมาตั้งแต่แรก โดยไม่มีการวางแผนที่ดี และไม่มีความโปร่งใส” นายเอกี ปรีมาโยกา นักวิจัยจากองค์กรอิสระ (เอ็นจีโอ) “อินโดนีเซีย คอร์รัปชัน วอตช์” (ไอซีดับเบิลยู) กล่าว

ด้านนายอากัส ปัมบากิโอ ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายสาธารณะในกรุงจาการ์ตา กล่าวว่า พล.ท.ปราโบโว เร่งรัดแผนการนี้ ซึ่งสอดคล้องกับที่บรรดานักวิจารณ์กล่าวว่า รัฐบาลอินโดนีเซียปรึกษาหารือกับประชาชนเพียงเล็กน้อย

“ญี่ปุ่นและอินเดีย ดำเนินการมานานหลายสิบปี และหากเราต้องการทำแบบพวกเขาภายในไม่กี่เดือน นั่นเท่ากับเป็นการฆ่าตัวตาย ซึ่งเราไม่สามารถปล่อยให้มีผู้เสียชีวิตได้” อากัส กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ รัฐบาลของพล.ท.ปราโบโว จัดสรรเงิน 0.62 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 20 บาท) ต่ออาหารหนึ่งมื้อ และกำหนดงบประมาณเบื้องต้นไว้ที่ 71 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 141,600 ล้านบาท) สำหรับปีนี้ แต่ทางการอินโดนีเซียกลับถูกกล่าวหาว่าล่าช้า และจัดสรรงบประมาณไม่เพียงพอสำหรับโครงการดังกล่าว

แม้รัฐบาลจาการ์ตาประกาศเพิ่มงบประมาณ 6,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 200,800 ล้านบาท) เมื่อไม่นานมานี้ แต่ก็ปรับลดครึ่งหนึ่งในเวลาต่อมา เนื่องจากปัญหาที่เพิ่มขึ้นในภารกิจที่ทะเยอทะยาน ในการจัดสรรหาอาหารให้แก่ประชาชนเกือบ 83 ล้านคน ภายในปี 2572

นอกจากนี้ การตัดงบประมาณครั้งใหญ่ที่จัดสรรให้กับโครงการอาหารฟรี ยังจุดชนวนให้เกิดการประท้วงในหลายเมืองทั่วประเทศ เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ขณะที่ชาวอินโดนีเซียบางคนกล่าวว่า โครงการนี้เป็นประโยชน์ต่อบุตรหลานของพวกเขาจริง ๆ

อย่างไรก็ตาม ผลการสำรวจในเดือน พ.ค. ของสถาบันวิจัย “ปอปูลิกซ์” พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามในสัดส่วนมากกว่า 83% จากทั้งหมด 4,000 คน คิดว่าควรมีการทบทวนนโยบายใหม่ ซึ่งเอกี กล่าวเพิ่มเติมว่า หากมีความจำเป็น รัฐบาลจาการ์ตาควรระงับโครงการอาหารฟรี จนกว่าจะดำเนินการประเมินอย่างละเอียดถี่ถ้วน.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP