ครั้งนั้นกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บช.สอท.) หรือ ตำรวจไซเบอร์ และสามารถตรวจค้นและยึดและอายัดทรัพย์สินที่ครอบครองอยู่ในราชอาณาจักรไทยได้รวมมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท
นอกจากขั้นตอนการประสานติดตามตัวตามหมายจับ เนื่องจากทั้งหมดไม่ได้อยู่ในประเทศไทยแล้ว สิ่งสำคัญที่หลายคนจับตาคือ ขั้นตอนดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ยึดไว้ ซึ่งมีมูลค่าค่อนข้างสูง
เกี่ยวกับเรื่องนี้ “ทีมข่าวอาชญากรรม”ตรวจสอบไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ถึงขั้นตอนการสืบรายการทรัพย์สิน และกระบวนการยึดและอายัดทรัพย์สินเครือข่ายดังกล่าว โดยพบว่าปัจจุบันตำรวจไซเบอร์อยู่ระหว่างสืบสวนตรวจสอบการครอบครองทรัพย์สินและธุรกรรมการเงินทั้งหมด รวมถึงเส้นทางการเงินบุคคลเกี่ยวข้องสัมพันธ์ที่ตำรวจดำเนินการไว้บางส่วนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเงินสด หรือเงินฝากในบัญชี เป็นต้น
ทั้งนี้ ไม่ว่ารายการทรัพย์สินใดที่ตำรวจได้มีการยึดและอายัดทรัพย์ไว้ก่อนนั้น ท้ายสุดเมื่อ“เสร็จสิ้น”กระบวนการในชั้นสอบสวน ตำรวจต้องส่งรายการทรัพย์สินมาให้ปปง. เพื่อนำไปสู่ขั้นตอนดำเนินมาตรการทางทรัพย์สิน ได้แก่ การเสนอเรื่องไปยังคณะกรรมการธุรกรรม(บอร์ดธุรกรรม) เพื่อให้มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบชั่วคราว

หรือในกรณีปรากฏพยานหลักฐานอันมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า อาจมีการยักย้าย ถ่ายโอน ปกปิด หรือซ่อนเร้นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในคดีดังกล่าว และกรณีมีความจำเป็นเร่งด่วน เลขาธิการ ปปง. จะอาศัยอำนาจตามมาตรา 48 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ออกคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินในคดีได้
เบื้องต้นจากข้อมูลพบว่าการสืบทรัพย์สินเครือข่ายนายก๊ก อาน ไม่ได้มีความยุ่งยากและซับซ้อน เพราะค่อนข้างมีธุรกรรมทางการเงินปรากฏชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นกรณีทรัพย์สินที่มีการครอบครองอยู่นั้น หรือสิทธิกำลังซื้อเป็นการซื้อในนามบุคคลใด และในเรื่องของสกุลเงินดิจิทัลก็หาได้ไม่ยาก เพราะอยู่ในการกำกับดูแลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) อยู่แล้ว ไม่ว่าโอนไปไหนก็สามารถตรวจสอบได้
พร้อมย้ำ ปปง. มีหน้าที่ตรวจสอบว่าทรัพย์สินดังกล่าวว่าได้มาจากการกระทำความผิดหรือไม่ ตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ หรือผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้อง ทรัพย์ที่ใช้ หรือสนับสนุนในการกระทำความผิด เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทั้งหมดหรือไม่ และตรวจสอบว่าคดีดังกล่าวมีผู้เสียหายหรือไม่ หากมีและเป็นคดีการหลอกลวงประชาชนก็ต้องเข้าสู่กระบวนการประกาศรายละเอียดคดีลงราชกิจจานุเบกษา เพื่อเปิดรับคำร้องขอคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย ซึ่งก็เป็นมาตรการปกติที่ ปปง. ได้ดำเนินการในคดีอื่นเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ด้วยคดีเครือข่ายของนายก๊ก อาน ถือเป็นพฤติกรรมหลอกลวงออนไลน์และฉ้อโกง ซึ่งปรากฏจำนวนผู้เสียหายเป็นวงกว้าง 1 ในนั้น คือ คดีของน.ส.ชาล็อต ออสติน นางงามเวทีดัง และคดีอาญาเกี่ยวเนื่องกัน รวม 3 คดี มีมูลค่าความเสียหายสูง ดังนั้น หากมีการออกคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินแล้ว ผู้ที่เป็นเจ้าของหรือครอบครองทรัพย์สิน จะสามารถเข้าชี้แจงการครอบครอง หรือถือครองทรัพย์สินเหล่านั้นได้ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ว่าเป็นการครอบครองหรือได้มาโดยสุจริต มิใช่เป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดในคดีมูลฐาน
จากนั้น ปปง.จะประกาศรายละเอียดลงราชกิจจาฯ เข้าสู่ขั้นตอนเปิดรับคำร้องคุ้มครองสิทธิซึ่งผู้เสียหายในคดีดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นน.ส.ชาล็อต หรือบุคคลอื่นในคดีที่เกี่ยวเนื่องกันทั้ง 3 คดีนี้ จะสามารถขอคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายได้ภายในระยะเวลา 90 วัน จากนั้น ปปง.จะดำเนินการส่งสำนวนรายการทรัพย์สินให้พนักงานอัยการ เพื่อส่งต่อศาลแพ่ง ขอให้ศาลมีคำสั่งชดใช้เฉลี่ยคืนทรัพย์สินแก่ผู้เสียหาย แทนการมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน

สำหรับการตรวจสอบทรัพย์สินที่อาจมีการยักย้าย ถ่ายโอน ปกปิด ซ่อนเร้น หรือแปลงสภาพในต่างประเทศ ปปง.ต้องมีการตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนว่าเป็นทรัพย์ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด และเกี่ยวกับบุคคลในคดีมูลฐานจริง จึงสามารถส่งรายละเอียดการยึดและอายัดไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด ผ่านการใช้พ.ร.บ.ความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา พ.ศ.2535 หรือ MLAT เพื่อประสานขอความร่วมมือไปยังประเทศปลายทางที่เจอแหล่งเก็บทรัพย์สิน
อย่างไรก็ตาม การจะยึดและอายัดทรัพย์สินในต่างประเทศค่อนข้างใช้ระยะเวลา ต่างจากกระบวนการยึดและอายัดในราชอาณาจักร การคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายที่จะอำนวยความสะดวกได้มากที่สุดจึงเป็นการการเร่งยึดและอายัดทรัพย์สินที่อยู่ในไทย เพื่อบรรเทาความเสียหายเบื้องต้นได้.
ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน



