ส่วนหนึ่งของโครงการขยายขอบเขตเครือข่ายศิลปะร่วมสมัยระดับท้องถิ่นสู่สากล  “LOCAL MYTHS: ความงามตามพื้นเพ”  ที่ผ่านมานิทรรศการฯเผยความงาม ความหมายจัดแสดงโดยแสดงต่อเนื่องถึง 10 ตุลาคม ในพื้นที่ศิลปะ ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 7 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ท่ามกลางภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมที่แปรเปลี่ยนอย่างไม่หยุดนิ่ง โลกไม่ได้มีเพียงศูนย์กลางเดียวอีกต่อไป แต่เต็มไปด้วยความหลากหลายของความคิด วิถีชีวิต และรูปแบบการแสดงออกทางศิลปะที่หยั่งรากในแต่ละท้องถิ่นภูมิภาค แหล่งกำเนิดของความรู้ ความงาม และพลังสร้างสรรค์ที่ลึกซึ้ง ในบริบทแนวคิด “ความงามตามพื้นเพ” จึงถูกหยิบยกขึ้นมาเพื่อเป็นกรอบความคิดของโครงการฯ  ริเริ่มโดยหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครซึ่งมุ่งสำรวจความงามที่เติบโตมาจากภูมิสังคมท้องถิ่น ผ่านตำนาน เรื่องเล่า ความเชื่อ และประวัติศาสตร์ที่ตกผลึกขึ้นภายในวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละภูมิภาค

สำหรับโครงการ Local Networking Project เป้าหมายคือการ เปิดพื้นที่ให้ศิลปินจากภูมิภาคต่างๆ ได้สำรวจและถ่ายทอดเรื่องเล่าของตนเองในรูปแบบของศิลปะร่วมสมัย เป็นการทำงานภาคสนามแบบหมุนเวียนไปในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ  ศิลปินลงพื้นที่เพื่อสืบค้นตำนานท้องถิ่น เรื่องเล่าปากเปล่า ประวัติศาสตร์ที่มิได้ถูกจารึกในกระแสหลัก รวมถึงวิถีชีวิตร่วมสมัยของชุมชน แล้วนำข้อมูลที่ได้มาสร้างเป็นผลงานที่มีมิติของเวลา ความทรงจำ และความหมายเฉพาะถิ่น

“ความงามตามพื้นเพ” จึงมิใช่เพียงการชื่นชมความงามในเชิงรูปธรรม หากคือความพยายามในการตั้งคำถามต่อสิ่งที่เรียกว่าความงาม ในกระบวนการศิลปินทำหน้าที่คล้ายกับนักวิจัย ผู้สังเกตการณ์ และผู้ร่วมสร้างความหมายใหม่ให้แก่เรื่องเล่าในท้องถิ่น บันทึกเรื่องราวผ่านศิลปะให้ได้รับรู้ ทั้งขยายขอบเขตการรับรู้ของศิลปะร่วมสมัยเชื่อมโยงกับรากวัฒนธรรมอันลึกซึ้ง และส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่มีอัตลักษณ์เฉพาะ ฯลฯ

ในภาพรวม ความงามตามพื้นเพคือข้อเสนอใหม่ของ การพัฒนาศิลปะร่วมสมัยที่ไม่ละทิ้งรากของความเป็นท้องถิ่น หากใช้รากนั้นเป็นฐานในการต่อยอดสู่ความเป็นสากล ด้วยความเข้าใจว่า ความงามมิได้อยู่ที่รูปลักษณ์เท่านั้น แต่อยู่ที่ความสัมพันธ์ ความทรงจำ และความเป็นมนุษย์ร่วมกัน

นิทรรศการครั้งนี้แสดงผลงาน คีต์ตา อิสรั่น และ ฮายานี มะลี, นิธิ รุ่งเรือง,หอสิน กางธ่งมหาสารคาม,มลายู ลีฟวิ่ง,ณพล ผาธรรม,นูรียา วาจิ,ปณชัย ชัยจิรวัฒน์,ปรัชญ์ พิมานแมน และ รอซี ฮารี,ปุญญิศา ศิลปรัศมี,สปีดี้ แกรนด์มา และสุรสิทธิ์ มั่นคง ทั้งนี้พาชมแนวคิด ผลงานส่วนหนึ่ง

ขิตโขง” ศิลปะจัดวางสื่อผสม (ดนตรี ตู้ปลา ขวดพลาสติก และน้ำจากแม่น้ำโขง)โดย ณพล ผาธรรม ผลงานนำเสนอผ่านกระบวนการเชิงทดลองกับการผสานเข้ากับดนตรีรูปแบบเฉพาะในพื้นที่ ถ่ายทอดความบีบคั้นของผู้คนที่ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขง นำเสียง “โอนอ”เสียงเกริ่นลากลอนอีสานผสมผสานกับเสียงดนตรีสังเคราะห์ในรูปแบบของ ดนตรีภาวนาเพื่อสร้างความสงบภายในผ่านเสียงดนตรี ขณะเดียวกันตั้งคำถามต่อการตื่นรู้แห่งปัจจุบันขณะ

ขณะที่ “ Stroke” วัสดุจัดวางบนโต๊ะและผ้ามัดย้อม โดย นูรียา วาจิ ผลงานหยิบยกเรื่องเล่าของพ่อ ความทรงจำที่ฝังแน่นเกี่ยวกับแม่น้ำสายบุรีเมื่อวัยเด็ก ยุคที่แม่น้ำยังเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงวิถีชีวิตของผู้คน เป็นเส้นทางสัญจร เป็นแหล่งอาหารและเป็นศูนย์กลางของชุมชนที่ดำรงชีวิตอย่างเรียบง่าย สัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับสิ่งแวดล้อมโดยมิได้เอาชนะธรรมชาติ แต่อยู่ร่วมกันอย่างเคารพและเข้าใจ  แต่ความทรงจำเหล่านั้น ค่อยๆ ถูกกลืนหายไป  สะท้อนความเปราะบางของความหวังในยุคที่แม่น้ำไม่ใช่ศูนย์กลางของชีวิต ร่องรอยของน้ำจึงไม่ใช่เพียงการกล่าวถึงภูมิศาสตร์ของพื้นที่ แต่คือการตั้งคำถามทางสุนทรียะและจริยธรรม จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติในอนาคตได้อย่างไร เมื่อร่องรอยจากอดีตถูกลบเลือนไปทุกขณะ ฯลฯ อีกผลงานร่วมบอกเล่าความงามตามพื้นเพ