“ผลวิจัยนี้เปรียบเทียบข้อมูลในช่วงเวลา 30 ปี พบว่า ชุมชนที่ประชากรมีการศึกษาสูงขึ้น จะตระหนักเรื่องปัญหาสุขภาพ เคารพกติกาสังคม เช่น การงดสูบบุหรี่ และมีพฤติกรรมที่ส่งเสริมสุขภาวะมากขึ้น หากเราต้องการเห็นคนไทยมีอายุยืนยาวขึ้น เจ็บป่วยน้อยลง จุดเริ่มต้นที่สำคัญคือการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา เพื่อหยุดวงจรความเสี่ยงเหล่านี้ตั้งแต่ต้นทาง”
เกือบร้อยละ 60 ของความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษาและสุขภาพ สามารถอธิบายได้จากความแตกต่างในเรื่องการสูบบุหรี่และโรคอ้วน กลุ่มประชากรที่ได้รับโอกาสทางการศึกษา มักมีแนวโน้มที่จะไม่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัว และมีความเป็นไปได้ที่จะไม่ทดลองการสูบบุหรี่ แต่หากมีพฤติกรรมสูบบุหรี่ก็มีแนวโน้มที่จะเลิกสูบบุหรี่ในช่วงอายุ 30 หรือ 40 ปี มากกว่ากลุ่มประชากรที่ขาดโอกาสทางการศึกษา (ดร.ไกรยศ ภัทรวาท)

การสำรวจการสูบบุหรี่ที่ผ่านๆมา อัตราการสูบบุหรี่ในประชากรชายไทยที่จบการศึกษาระดับประถมศึกษา จะสูงถึงเกือบ 50 % ที่จบมัธยม 30+% และที่จบอุดมศึกษา 20% งานวิจัยที่ติดตามแพทย์เพศชายอังกฤษ 3 หมื่นกว่าคน ค.ศ.1950-2000 เป็นเวลา 50 ปี แพทย์ที่สูบบุหรี่มีอายุสั้นกว่าแพทย์ที่ไม่สูบบุหรี่ 10 ปี สถิติเหล่านี้ล้วนสนับสนุนงานวิจัยที่ ดร.ไกรยศนำมาเปิดเผย ส่วนโรคอ้วน มาจากพฤติกรรมตั้งแต่ ขาดการออกกำลังกาย ทานอาหารมากเกินไป ทานอาหารหวานมัน ฯลฯ
สำนักงานองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย วิเคราะห์ไว้ว่า การลดการสูบบุหรี่ การควบคุมความดันสูงและเบาหวาน และการแก้ปัญหาเด็กอ้วน เป็น 3 โจทก์หลักที่ประเทศไทยต้องเน้น เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อ 3 ที่ว่าด้วยสุขภาพและสุขภาวะ สำรวจตัวเราเองและครอบครัวเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยนะครับ
ข้อมูลจาก ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่
นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์



