ซึ่งเป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบได้บ่อยในประเทศไทย และยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ โดยพบว่ามีผู้ป่วยรายใหม่เฉลี่ยวันละ 9 คน หรือเฉลี่ยปีละ 3,217 คน ซึ่งสามารถเกิดได้หลายตำแหน่ง เช่น ลิ้น เหงือก พื้นช่องปาก กระพุ้งแก้ม เพดานปาก และริมฝีปาก
ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดมะเร็งช่องปาก ได้แก่ การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การเคี้ยวหมาก การใส่ฟันปลอมที่มีขนาดไม่พอดีกับช่องปาก และสุขอนามัยในช่องปากที่ไม่ดี นอกจากนี้ ในปัจจุบันพบว่ามะเร็งช่องปากและคอหอยบางส่วนมีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัส Human Papillomavirus (HPV) ซึ่งพบเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในผู้ป่วยอายุน้อย
อาการสำคัญที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ เป็นแผลในช่องปากที่ไม่หายภายใน 2 สัปดาห์ มีก้อนในช่องปาก
อาการเลือดออกผิดปกติ
อาการเจ็บขณะกลืน หรือมีอาการชาหรือเจ็บบริเวณลิ้นและช่องปาก หากพบอาการดังกล่าวควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างเหมาะสม

การตรวจพบมะเร็งช่องปากในระยะเริ่มต้นมีโอกาสรักษาหายสูง และช่วยลดความรุนแรงของโรค โดยแนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับระยะที่ตรวจพบ อาจใช้การผ่าตัด การฉายรังสี หรือการให้ยาเคมีบำบัดร่วมกัน ซึ่งการดูแลโดยทีมสหสาขาวิชาชีพจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
ทั้งนี้ การป้องกันมะเร็งช่องปากสามารถทำได้โดยหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ งดสูบบุหรี่ งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการเคี้ยวหมาก รักษาสุขอนามัยในช่องปากอย่างสม่ำเสมอ เข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ และสามารถฉีดวัคซีน HPV เพื่อป้องกันการติดเชื้อได้ รวมถึงหมั่นสังเกตความผิดปกติในช่องปากของตนเอง
สถาบันมะเร็งแห่งชาติขอเชิญชวนประชาชนให้ตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันและการตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้น หากพบความผิดปกติในช่องปาก ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว
ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข หากท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการหาความรู้ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ผ่านทาง Facebook : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ National Cancer Institute และ Line : NCI รู้สู้มะเร็ง
ข้อมูลจาก แพทย์หญิงรจนา ญาณสมบูรณ์ แพทย์เฉพาะทางสาขาโสต ศอ นาสิก สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข.
นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์



