เมื่อผู้ชายมีอายุมากขึ้นเรื่อย ๆ ต่อมลูกหมากจะโตขึ้นตามช่วงอายุ แต่ถ้าเซลล์ในต่อมลูกหมากมีการเติบโตในลักษณะที่รวดเร็วผิดปกติ หรือลุกลามไปยังอวัยวะอื่น ๆ ได้ ซึ่งก็คือ “มะเร็งต่อมลูกหมาก” โดยเซลล์มะเร็งจะเติบโตอย่างรวดเร็วจนเกิดการเบียดท่อปัสสาวะ ทำให้มีอาการปัสสาวะที่ผิดปกติ หรือลุกลามไปยังอวัยวะอื่น ๆ จนทำให้อวัยวะสำคัญในร่างกายถูกทำลาย และนำไปสู่การเสียชีวิตได้

มะเร็งต่อมลูกหมากระยะเริ่มต้น อาจจะไม่มีอาการหรือสัญญาณเตือนใด ๆ ซึ่งในกลุ่มดังกล่าวมักจะตรวจพบจากการตรวจสุขภาพประจำปีหรือการพบสารคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากในเลือด (Serum PSA: Serum Prostatic Antigen) สูงเกินค่าปกติ และต่อมาเซลล์มะเร็งมีการขยายตัวจนเบียดท่อปัสสาวะจนทำให้มีอาการปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะไม่พุ่ง กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปวดแสบเวลาปัสสาวะ ปัสสาวะหรืออสุจิมีเลือดปน ซึ่งอาการดังกล่าวคล้ายคลึงกับโรคต่อมลูกหมากโต จึงต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการวินิจฉัยแยกโรคต่อไป และหากมะเร็งเข้าสู่ระยะลุกลามอาจทำให้เกิดอาการปวดหลังหรือปวดสะโพก กระดูกหักโดยไม่ทราบสาเหตุ น้ำหนักลด ขาบวม หรือตัวเหลืองตาเหลืองได้

มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นมะเร็งที่พบมากในผู้สูงอายุ ความเสี่ยงการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากจะมีมากขึ้นเมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป โดยอย่างยิ่งถ้ามีบิดา พี่ชาย หรือน้องชาย เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากจะมีความเสี่ยงมากขึ้น และอาหารเป็นอีกปัจจัยที่พบว่ามีความสัมพันธ์กับมะเร็งต่อมลูกหมาก ได้แก่ การได้รับแคลเซียมในปริมาณสูงมากกว่า 2 กรัม/วัน เนื้อสัตว์ที่ไหม้เกรียม หรือไขมันอิ่มตัวจากสัตว์ รวมถึงภาวะน้ำหนักเกิน การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การใช้ฮอร์โมนเพศแอนโดรเจน ต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรัง และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พบว่ามีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากเช่นกัน

การตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากในปัจจุบัน แนะนำให้ตรวจในเพศชาย อายุระหว่าง 45-75 ปี โดยตรวจร่างกายด้วยวิธีคลำต่อมลูกหมากทางทวารหนัก ร่วมกับการตรวจระดับสารคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากในเลือด (Serum PSA) ถ้าตรวจพบค่าสูงมากกว่า 4 นก./มล. หรือคลำพบก้อนในต่อมลูกหมาก จะบ่งถึงภาวะเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งในขั้นตอนถัดมาคือการเจาะเก็บชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากทางทวารหนักแบบสุ่ม (Random TRUS Prostate Biopsy) โดยใช้เครื่องมือขนาดประมาณนิ้วหัวแม่มือเข้าไปทางทวารหนัก และทำการเจาะเก็บชิ้นเนื้อจำนวน 10 ถึง 12 ชิ้น เพื่อนำไปตรวจหาเซลล์มะเร็งต่อไป แต่ปัจจุบันก็มีทางเลือกในการตรวจวินิจฉัยที่มากยิ่งขึ้น ซึ่งก็คือการทำเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าบริเวณต่อมลูกหมาก (Multiparametric MRI Prostate) ถ้าพบว่ามีบริเวณที่น่าสงสัยว่ามีมะเร็งต่อมลูกหมาก ก็จะมีการนำภาพเอกซเรย์ดังกล่าวเป็นแผนภาพนำทางในการเจาะชิ้นเนื้อต่อมลูกหมาก (MRI Fusion-targeted Prostate Biopsy) ทำให้ช่วยลดจำนวนชิ้นเนื้อที่ต้องเจาะเก็บ ลดการเจาะชิ้นเนื้อในรายที่ความเสี่ยงต่ำ และเพิ่มโอกาสที่จะเจอมะเร็งต่อมลูกหมากที่มีนัยสำคัญมากยิ่งขึ้น

การรักษามะเร็งต่อมลูกหมากนั้นขึ้นอยู่กับระยะและความรุนแรงของตัวโรค พิจารณาร่วมกับอายุและสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย เริ่มตั้งแต่การตรวจติดตามหรือเฝ้าระวังเชิงรุกในผู้ป่วยสูงอายุหรืออยู่ในกลุ่มที่มะเร็งมีความสามารถในการลุกลามต่ำ ไปจนถึง การผ่าตัดนำต่อมลูกหมากออก (Radical Prostatectomy) การใช้ยาลดฮอร์โมนเพศชาย การฉายรังสี การฝังแร่ การให้ยาเคมีบำบัด การผ่าตัดตัดอัณฑะ รวมถึงการให้ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy)

การผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากมีความจำเป็นต้องผ่าตัดนำต่อมลูกหมากออกทั้งหมด โดยวิธีการที่นิยมมีอยู่ 2 วิธีด้วยกันคือ การผ่าตัดต่อมลูกหมากออกทั้งหมดผ่านกล้อง (Laparoscopic Radical Prostatectomy) และการผ่าตัดต่อมลูกหมากออกทั้งหมดโดยใช้หุ่นยนต์ช่วย (Robotic-assisted Laparoscopic Radical Prostatectomy) ซึ่งเป็นการใช้แขนกลหุ่นยนต์ที่ควบคุมโดยศัลยแพทย์ ทำให้มีความแม่นยำในการเก็บเส้นประสาทที่ช่วยเรื่องการแข็งตัวของอวัยวะเพศได้ดีมากยิ่งขึ้น และยังช่วยลดระยะเวลาแล้วการเสียเลือดระหว่างการผ่าตัด นอกจากนี้ในปัจจุบันยังมีวิธีการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากแบบเฉพาะ (Focal Therapy) ซึ่งจะทำลายเฉพาะก้อนเนื้อร้าย โดยยังเก็บรักษาเนื้อต่อมลูกหมากส่วนที่เป็นปกติไว้ให้ได้มากที่สุด ซึ่งจะช่วยรักษาสมรรถภาพทางเพศและลดปัญหาปัสสาวะเล็ดเมื่อเทียบกับการผ่าตัดใหญ่ วิธีการรักษามีความแตกต่างกันตามพลังงานที่เลือกใช้ เช่น กระแสไฟฟ้าความถี่สูง (IRE/NanoKnife) ความเย็นจัด (Cryotherapy) และคลื่นเสียงความเข้มข้นสูง (HIFU) ซึ่งวิธีที่เหมาะสมมีความแตกต่างกันเป็นรายบุคคล

การรณรงค์การตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากโดยการเจาะหาสารคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากในเลือด (Serum PSA) ในเพศชายกลุ่มเสี่ยง หรือมีอาการของมะเร็งต่อมลูกหมากดังที่กล่าวมา ทำให้ปัจจุบันมีการตรวจพบผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากเพิ่มขึ้น และยังสามารถทำให้ตรวจพบมะเร็งต่อมลูกหมากตั้งแต่ระยะเริ่มต้นได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการรักษาโรคให้หายขาดได้ ทั้งนี้ การดูแลสุขภาพโดยทั่วไปให้แข็งแรง งดการสูบบุหรี่ งดการดื่มแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการบริโภคเนื้อสัตว์ติดมันที่ไหม้เกรียม ออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ ก็จะทำให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งร้าย และมีสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจที่สมบูรณ์แข็งแรง

หากท่านมีข้อสงสัย สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติผ่านทาง Facebook : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ National Cancer Institute และ LINE : NCI รู้สู้มะเร็ง

ข้อมูลจาก นายแพทย์พร้อมวงศ์ งามวุฒิวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์มะเร็งทางเดินปัสสาวะ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

นายแพทย์สุรพงศ์  อำพันวงษ์

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่