สอดคล้องกับงานวิจัยในสหรัฐที่พบว่า ผู้ที่กำลังเลิกบุหรี่หากอาศัยอยู่ใกล้ร้านค้าบุหรี่ในระยะเดินเท้าไม่ไกล (< 500 เมตร) มีแนวโน้มที่จะหยุดสูบบุหรี่อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 6 เดือนได้น้อยกว่า ผู้ที่อาศัยอยู่ห่างจากร้านค้าบุหรี่
ขณะที่ในกลุ่มคนที่สูบบุหรี่ทุกวัน การเจอร้านค้าบุหรี่ในชีวิตประจำวันมีความสัมพันธ์กับความ “อยากสูบบุหรี่” ที่เพิ่มขึ้น ในทางกลับกัน ยิ่งอยู่ไกลจากร้านค้าบุหรี่มากเท่าไร ยิ่งเพิ่มโอกาสการ“เลิกสูบบุหรี่” ให้สูงขึ้น
รศ.พญ เริงฤดี ปธานวนิช ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
อ้างอิง:
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC12481226
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC3020198
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/27533777

หมายเหตุ
จุดขาย เป็น 1 ในองค์ประกอบสำคัญของการตลาด 4 ข้อ ธุรกิจจะวางจุดขาย/กระจายสินค้าให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงง่าย
กรณีบุหรี่ที่มีฤทธิ์เสพติดสูง ยิ่งมีร้านค้าบุหรี่เยอะ วัยรุ่นยิ่งติดบุหรี่มากขึ้น ขณะที่คนสูบยิ่งเลิกยากขึ้น
การลดจุดขายบุหรี่ จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญข้อหนึ่งในการลดจำนวนคนสูบบุหรี่ โดยทำให้เกิดนักสูบหน้าใหม่ลดลง ขณะที่คนที่สูบอยู่เลิกง่ายขึ้น
การฝากความหวังที่จะลดจำนวนคนสูบบุหรี่ไว้ที่การรณรงค์ และรักษาให้คนเลิกสูบ ในขณะที่อนุญาตให้มีร้านขายบุหรี่จำนวนมากๆ ซึ่งจะทำให้คนติดบุหรี่มากขึ้น เลิกยากขึ้น เป็นเรื่องที่ “สวนทางกัน” ชัดเจน
ถ้าไม่แก้ไขปัญหานี้ด้วยการลดจุดขาย ความหวังที่จะเห็นคนไทยสูบบุหรี่ลดลง จะเป็นเรื่องที่ยากมาก
ข้อมูลจาก ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่
นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์



