ในปี 2547 นาตาเลีย “นาตาชา” นิโคลาเยฟนา เดมกินาวัย 17 ปี เมื่อเธอได้รับเชิญจากสื่อในสหราชอาณาจักรให้มาพูดคุยเกี่ยวกับ “พลังพิเศษ” ของเธอ โดยนาตาชาอ้างว่า เธอสามารถมองทะลุเข้าไปในร่างกายของคนเพื่อตรวจสอบว่ามีสิ่งผิดปกติอยู่ภายในหรือไม่ เหมือนกับเครื่องถ่ายภาพเอกซเรย์

สาวน้อยไปออกรายการ This Morning ทางช่องไอทีวีของอังกฤษ เธอทายถูกว่าเฟิร์น บริตตัน พิธีกรของรายการมีปัญหาข้อเท้าเคล็ด แต่เธอทำได้ไม่ดีนักเมื่อเธอบอกว่าคุณหมอคริส สตีลที่ร่วมรายการมีความผิดปกติที่อวัยวะภายในคือตับอ่อน, กระเพาะและไต 

สตีลไปตรวจอัลตราซาวด์หลังจากนั้น แต่ไม่พบความผิดปกติใดๆ ในร่างกายของเขาเลย

ก่อนหน้านั้น ทาเทียนา วลาดิมอฟนา แม่ของนาตาชากล่าวว่า ลูกสาวของเธอเป็นคนเรียนรู้เร็ว แต่โดยรวมแล้วก็เป็นเด็กปกติทั่วไปจนกระทั่งอายุได้สิบขวบ เธอก็เริ่มแสดงความสามารถพิเศษที่ไม่เหมือนใครออกมา 

“ตอนนั้นฉันอยู่บ้านกับแม่ แล้วจู่ ๆ ฉันก็มองเห็นภาพข้างใน” เดมกินาเล่าว่าเธอมองเห็นอวัยวะภายในร่างกายคนครั้งแรกตอนที่เธออายุ 10 ขวบ “ฉันเห็นอวัยวะภายในของแม่ และเริ่มเล่าให้แม่ฟังถึงอวัยวะที่ฉันมองเห็น ตอนนี้ฉันต้องเปลี่ยนจากการมองเห็นปกติไปสู่สิ่งที่ฉันเรียกว่า ‘การมองเห็นทางการแพทย์’ ในชั่วเสี้ยววินาที ฉันจะเห็นภาพที่มีสีสันอยู่ข้างในตัวคน และจากนั้นฉันก็เริ่มวิเคราะห์ภาพ” 

นาตาชา เดมกินา ช่วงวัยรุ่น

หลังจากนั้นก็มีการพูดถึงความสามารถของนาตาชาไปทั่วหมู่บ้าน มีคนมากมายมาที่บ้านของเธอเพื่อขอคำปรึกษาทางการแพทย์ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นนำเรื่องราวของเธอไปเขียนเป็นบทความในปี 2546 และสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นก็เริ่มนำเสนอเรื่องของเธอหลังจากนั้นไม่กี่เดือน ซึ่งนำไปสู่ความสนใจจากสื่อมวลชนจากอังกฤษที่เชิญเธอไปแสดงความสามารถในลอนดอน รวมถึงได้รับคำเชิญเพิ่มเติมจากกลุ่มที่สนใจเธอในนิวยอร์กและโตเกียว

ตอนอยู่รัสเซียมีการกล่าวอ้างว่า นาตาชาสามารถบอกสิ่งที่เธอเห็นได้ตรงกับความเป็นจริงหลายกรณี เช่น เธอบอกว่าเห็นแผลในกระเพาะอาหารของแพทย์คนหนึ่ง อีกทั้งวาดภาพบอกตำแหน่งแผลเหล่านั้นได้อย่างถูกต้อง ส่วนอีกกรณีหนึ่งเธอแย้งการวินิจฉัยคนไข้โรคมะเร็งคนหนึ่งโดยชี้ว่า สิ่งที่เธอเห็นร่างกายของคนไข้ไม่ใช่ก้อนมะเร็ง แต่เป็นเพียงซีสต์ขนาดเล็ก

อย่างไรก็ตาม นาตาชาอ้างว่าเธอไม่สามารถมองเห็นอวัยวะภายในของตัวเอง, สิ่งของที่ซ่อนอยู่ด้านหลังของคนและไม่สามารถมองทะลุร่างคนในเวลากลางคืน

ในช่วงแรกการแสดงความสามารถของเดมกินาที่อังกฤษได้รับการตอบรับที่ดี แต่หลังจากที่เธอเดินทางออกจากอังกฤษแล้ว มีการเปิดเผยว่าเธอวินิจฉัยผิดพลาดในกรณีของคุณหมอสตีล 

ในเดือนพฤษภาคม 2547 เธอได้รับเชิญมายังนิวยอร์กโดยสถานีโทรทัศนช่องดิสคัฟเวอรี  เพื่อไปปรากฏตัวในสารคดีเรื่อง The Girl with X-Ray Eyes และเข้ารับการทดสอบจากนักวิจัยที่สงสัยในความสามารถของเธอจากคณะกรรมการเพื่อการสืบสวนเชิงสงสัย (Committee for Skeptical Inquiry องค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ใช้เหตุผลและการสืบสวนทางวิทยาศาสตร์เพื่อตรวจสอบและประเมินข้อกล่าวอ้างถึงเรื่องเหนือธรรมชาติ) หรือ CSI ภายใต้เงื่อนไขที่มีการควบคุมเป็นบางส่วน

ในการทดสอบ นาตาชาต้องจับคู่อาการป่วย 6 อย่างกับผู้เข้าร่วมการทดลอง 7 คน (รวมคนปกติ 1 คน) เกณฑ์การทดสอบคือเธอจะต้องทำถูกต้องอย่างน้อย 5 คนจึงจะถือว่าผ่าน แต่ผลปรากฏว่าเธอทำได้ถูกต้องเพียง 4 คนเท่านั้น ทำให้นักวิจัยสรุปว่าเธอไม่มีความสามารถพิเศษที่เด่นชัดพอที่จะศึกษาต่อ

หลังการทดสอบที่นิวยอร์ก นาตาชาได้ออกมาวิจารณ์ว่าเงื่อนไขการทดสอบไม่ยุติธรรม เช่น โจทก์ของเธอมีแผลเป็นจากการผ่าตัดทำให้เธอมองเห็นอวัยวะภายในไม่ชัดเจน, โจทก์สองคนผ่านการผ่าตัดช่องท้องมา แต่เธอเลือกระบุเกี่ยวกับปัญหาในช่องท้องได้เพียงคนเดียว ทำให้เธอสับสน

อย่างไรก็ตาม นาตาชายังอ้างว่า การที่เธอบอกไม่ได้ว่ามีโจทก์คนไหนที่ตัดไส้ติ่งออกไปแล้วไม่ได้ เพราะไส้ติ่งที่ถูกตัดไปแล้วอาจจะงอกกลับมาใหม่ได้ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในความเป็นจริง

นาตาชาในช่วงที่ปรากฏตัวในภาพยนตร์สั้นเรื่อง The Girl with X-Ray Eyes ปี 2551 ซึ่งเป็นภาพยนตร์คนละเรื่องกับของทางช่องดิสคัฟเวอรี แต่ใช้ชื่อเดียวกัน

ต่อมา นาตาชาเข้ารับการทดสอบที่มหาวิทยาลัยโตเกียวด้วยมีเงื่อนไขที่แตกต่างออกไป โดยกำหนดให้ผู้เข้าร่วมการทดลองนำใบรับรองแพทย์มาด้วย และเธอยังถูกขอให้วินิจฉัยสัตว์ ผลลัพธ์ในครั้งนี้ดูเหมือนจะดีขึ้น เธออ้างว่าสามารถระบุได้ว่าคนไข้คนหนึ่งมีเข่าเทียม และยังตรวจพบอาการเบื้องต้นของการตั้งครรภ์ได้ รวมถึงบอกได้ว่าสุนัขที่ร่วมการทดสอบตัวหนึ่งใส่อวัยวะเทียมที่ขาหลังด้านขวา 

หลังจากการทดสอบที่โตเกียว นาตาชาได้รับเอกสารรับรองว่าความสามารถ “ดวงตาเอกซเรย์” ของเธอเป็นเรื่องจริง

นาตาชา เดมกินา เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายด้วยเกียรตินิยมอันดับสูงสุด และทำตามเป้าหมายได้สำเร็จด้วยการสอบเข้าเรียนในโรงเรียนแพทย์ของมหาวิทยาลัยมอสโก เธอก่อตั้ง “ศูนย์วินิจฉัยพิเศษของนาตาเลีย เดมกินา” ซึ่งมีเธอและผู้รักษาด้วยพลังจิตคนอื่น ๆ ร่วมกันให้คำปรึกษา 

แต่ปัจจุบัน เว็บไซต์ของศูนย์นี้ปิดตัวลงแล้ว ทำให้เธอขาดการติดต่อกับจากโลกภายนอกบ้านเกิดของเธอนับแต่บัดนั้น 

ที่มา :  psi-encyclopedia.spr.ac.u, ladbible.com, en.wikipedia.org

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, YouTube / Digital Seva