ปิดฉากไปเรียบร้อยแล้วสำหรับมหกรรมของดีอีสาน “Esan Fest” นุ่งผ้าซิ่น กินข้าวปุ้น บุญผะเหวด จัดขึ้นเป็นปีแรก ที่อาคารพลศึกษา (ม.ใหม่) ม.มหาสารคาม ต.ขามเรียง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ระหว่างวันที่ 7-9 ส.ค.68 ที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสตอบรับเป็นอย่างดี
งานดังกล่าวมี ดร.สุทิน คลังแสง อดีต รมว.กลาโหม ในฐานะประธานมูลนิธิพลังอีสานเพื่อการพัฒนา เป็นโต้โผใหญ่ในการจัดงาน โดยผนึกกำลังกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา (ซอฟต์พาวเวอร์) ผ่านการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในการให้การสนับสนุนให้เกิดมหกรรมของดีอีสาน “Esan Fest” ซึ่งได้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดภาคอีสานของประเทศไทยมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และกิจกรรมวิถีชีวิตอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นดนตรีพื้นบ้าน การแสดงศิลปวัฒนธรรม มวยไทยพื้นบ้าน และภูมิปัญญาท้องถิ่น มีเป้าหมายในการนำเสนอเสน่ห์ของอีสานผ่านกิจกรรมรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานระหว่างความบันเทิง ความรู้ และกิจกรรมกีฬา แถมยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคอีสานมีการจำหน่ายสินค้าโอท็อปของดีแต่ละจังหวัด

กิจกรรมวันแรก มีการจำหน่ายสินค้า OTOP, พิธีสวดมงคลอีสาน, การแสดงหมอลำกลอน และกิจกรรมเสวนา, การแสดงโปงลางศิลป์อีสาน, กราบรับพร หลวงปู่ศิลา สิริจันโท เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหมื่นหิน จ.กาฬสินธุ์, ขบวนแห่กลองยาวแชมป์ประเทศไทย คณะจอกขวางคำ, การเดินแฟชั่นโชว์ผ้าไหมธีมอีสาน จากทีมนายกสมาคมส่งเสริมผ้าไทย จ.มหาสารคาม นำโดย นางดาริน ติระพงศ์ไพบูลย์, การประกาศรางวัลเพชรแห่งอีสาน (PRECIOUS ESAN) ปิดท้ายที่การแสดงหมอลำคณะระเบียบวาทะศิลป์
ขณะที่ วันที่ 2 มีการแสดงหมอลำคณะใจเกินร้อย บอย ศิริชัย และหมอลำคณะสาวน้อยเพชรบ้านแพง ท่ามกลางแฟนคลับชาวอีสานเข้าชมแน่นขนัด

ส่วนวันสุดท้ายเป็นไฮไลต์ของงาน มีเทรนนิ่งมวยไทยให้เด็ก ๆ ชาวอีสาน โดยมี บัวขาว บัญชาเมฆ และ แสนชัย พี.เค.แสนชัย มวยไทยยิม 2 เพื่อนซี้นักมวยไทยเป็นวิทยากร และการโชว์ไหว้ครูของทั้ง บัวขาวและแสนชัย ก่อนที่ทั้งคู่จะเปิดศึกเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด ด้วยการแข่งขันมวยไทยโชว์ 1 ยก และทั้งคู่ยังรับรางวัล “เพชรแห่งอีสาน” หลังการชกอีกด้วย

อีกไฮไลต์ที่ทำเอาอาคารพลศึกษา (ม.ใหม่) ม.มหาสารคาม แตกก็คือ แฟนหมัดมวยกว่า 6,000 คน ทะลักเข้าชมการแข่งขันศึกยอดมวยอีสานสะท้านแผ่นดิน 10 คู่รวด คู่เอกรุ่น 147 ปอนด์ เป็นการพบกันระหว่าง “ขุนเข่าเมืองมหา” ชูเจริญ อบจ.มหาสารคาม ปะทะกับ กัปปิตัน เพชรยินดีอะคาเดมี่ จอมเก๋าแห่งยุค ซึ่ง กัปปิตัน ออกหมัดหนักหน่วงก่อนเหวี่ยงหมัดซ้ายเข้าเต็มกรามชูเจริญ หลับกลางอากาศ เอาชนะน็อกไปในช่วงต้นยกที่ 2

ดร.สุทิน คลังแสง เปิดเผยความสำเร็จการจัดงานว่า ภูมิภาคอีสานมีของดี ๆ เยอะมาก อีสานมีทรัพยากรมนุษย์ที่เก่ง อีสานมีอาหารดี ๆ อีสาน มีทรัพยากรด้านการท่องเที่ยว เรามีดีด้านวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนใคร กระแสตอบรับมหกรรมของดีอีสาน “Esan Fest” เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ เราหวังว่าเราจะจัดในปีต่อ ๆ ไปต่อเนื่องทุก ๆ ปี
ขณะเดียวกันเรายังอยากเห็น และอยากผลักดันให้มหกรรมของดีอีสาน “Esan Fest” มาจัดที่กรุงเทพมหานคร และต่อไปไปจัดที่กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย และต่อไปก็ไปจัดที่นครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา และขยายไปทั่วโลกในเมืองใหญ่ ๆ

โดยความสำเร็จในปีแรกถือว่าน่าพอใจอย่างมาก ช่วงเตรียมงานมหกรรมของดีอีสานเราประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้าน คนรุ่นใหม่ นักศึกษาได้รับทราบว่างานนี้คืออะไร พอถึงวันงาน เรารวบรวมของดีทุก ๆ ด้านในภูมิภาคอีสานมารวมกันไว้ สินค้าต่าง ๆ มีการจับจ่ายใช้สอยสูงมาก โดยรวมทุก ๆ ด้านคิดว่างานนี้ได้สร้างเงินสะพัดรวม ๆ ประมาณ 60-70 ล้านบาท สินค้าหัตถกรรมพื้นเมือง รวมถึงสินค้าที่เป็นวัฒนธรรมคนอีสาน คนมาร่วมงานในวันเปิด วันมหรสพอีสานถือว่าเกินเป้า โดยเฉพาะมวย เรามีแม่เหล็กอย่าง บัวขาว และแสนชัย ที่ดึงคนมาจากหลายจังหวัดทั่วอีสาน ทุกคนที่มางานเขาได้รู้ว่าอีสานของเขามีของดี คนทั่วประเทศก็รู้ว่าอีสานมีของดี

ดร.สุทิน คลังแสง กล่าวต่อว่า ตั้งใจจะจัดงานมหกรรมของดีอีสานเป็นประจำทุกปี ในปีหน้าอาจจะเป็นรูปแบบเดิมแต่จะเพิ่มขนาดการจัดงานให้ยิ่งใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีนี้เรามีประกาศรางวัลเพชรแห่งอีสานในด้านต่าง ๆ เป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กอีสานรุ่นใหม่ได้มีไอดอล ปีหน้าเราจะเชิญทุกคนที่ได้รับรางวัลมาร่วมงาน ฉะนั้นงานของดีอีสานจะเริ่มจากท้องถิ่นไปสู่ระดับชาติยิ่งใหญ่ขึ้นรื่อย ๆ ในทุก ๆ ปี

“ปีหน้าเราได้ประสานงานไว้เบื้องต้นแล้วว่าจะเชิญคุณลิซ่า (ลลิษา มโนบาล) ซึ่งเป็นศิลปินระดับโลกลูกหลานชาวอีสาน มารับรางวัลในฐานะคนอีสานด้วย ซึ่งทางคุณลิซ่าตอบรับว่าจะพยายามหาเวลามาร่วมงานรับรางวัลดังกล่าวให้ได้” ดร.สุทิน คลังแสง กล่าวทิ้งท้าย





