สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ว่า เขตนำร่องดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่กำหนดในเลบานอนตอนใต้ ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงกรอบการทำงานระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน โดยมีสหรัฐเป็นคนกลาง และมีเป้าหมายคือ การปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ การถอนกำลังทหารอิสราเอล และการประจำการทหารเลบานอน

กองทัพอิสราเอลระบุว่า ทีมเจ้าหน้าที่จากกองทัพของอิสราเอล สหรัฐ และเลบานอน ประสานงานและวางแผนการดำเนินการตามข้อตกลง และเตือนว่าจะตอบโต้ด้วยกำลัง หากมีการละเมิดใด ๆ เกิดขึ้น

ขณะที่กองทัพเลบานอนระบุว่า หน่วยทหารยังคงปฏิบัติภารกิจในหมู่บ้านหลายแห่งทางตอนใต้ของประเทศ และประสานงานเพื่อเริ่มส่งทหารไปประจำการในพื้นที่อื่น ๆ หลังจากอิสราเอลถอนกำลังออกไป พร้อมกับเรียกร้องให้ประชาชนปฏิบัติตามคำสั่งของทหารที่ประจำการอยู่ในพื้นที่

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐคนหนึ่งให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า การจัดตั้งเขตนำร่องเบื้องต้นนี้แสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าภาคพื้นดิน และเป็นโอกาสสำหรับรัฐเลบานอน ในการเริ่มกลับมาควบคุมพื้นที่ซึ่งเคยอยู่ภายใต้การยึดครองของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

“กองทัพเลบานอนจะเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการกับอาวุธและโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเขตดังกล่าว รวมถึงดำเนินปฏิบัติการกวาดล้างที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว และรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ เพื่อไม่ให้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ใช้ชุมชนเป็นโล่กำบังการโจมตีอีกต่อไป” เจ้าหน้าที่สหรัฐ กล่าวเพิ่มเติม

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังกล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันคาดหวังว่าทุกฝ่ายจะเคารพกระบวนการข้างต้น และเตือนว่า หากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์พยายามขัดขวาง แทรกซึมเขตปลอดภัย หรือติดอาวุธใหม่ จะส่งผลเสียต่อโอกาสในการฟื้นฟูและการสร้างสันติภาพ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS