เรียน คุณหมอ ดร.โอ สุขุมวิท 51 ที่นับถือ
ปัจจุบันผมอายุ 63 ปี เป็นโรคต่อมลูกหมากโตมาหลายปีแล้วช่วงแรก ๆ อาการก็ยังเป็นไม่มาก ไม่ได้กินยา หมอแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมชีวิตประจำวัน ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง อาการก็เลยแย่ลง จนตอนนี้คุณหมอต้องให้ยากินเพื่อลดขนาดการโตของต่อมลูกหมาก หลังจากกินยามาสักระยะหนึ่งอาการป่วยก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ที่กลับแย่มากขึ้นคือสมรรถภาพทางเพศแข็งตัวไม่ได้ ซึ่งก่อนหน้านี้แข็งตัวร่วมเพศกับแฟนได้อยู่ แต่หลังจากกินยามานี้ก็เริ่มไม่มีอาการอย่างว่าเลย จึงอยากรู้ว่ายาที่กินอยู่นั้นมีผลให้การแข็งตัวแย่ลงไหม แล้วจะทำอย่างไรดีครับ

ด้วยความนับถือ
ปัญญา 63

ตอบ ปัญญา 63
การรักษาโรคต่อมลูกหมากโต มีหลากหลายวิธีวัตถุประสงค์ของการรักษาต่อมลูกหมากโตคือรักษาเพื่อลดอาการผิดปกติต่าง ๆ ของการถ่ายปัสสาวะที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยแต่ละคนและป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนของต่อมลูกหมากโตในอนาคต เช่น ไตวาย ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น ดังนั้นการรักษาต่อมลูกหมากโตในผู้ป่วยแต่ละคนจึงอาจแตกต่างกันออกไป เช่น ในผู้ป่วยที่มีอาการปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน การรักษาอาจทำได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องใช้ยา เพียงแค่หลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำมาก ๆ ก่อนเข้านอน ก็สามารถทำให้การปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืนดีขึ้นได้โดยไม่ต้องทานยา แต่หากอาการไม่ดีขึ้นการรักษาด้วยการใช้ยาก็ต้องเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการรักษาตามดุลพินิจของแพทย์ซึ่งกลุ่มยาลดขนาดต่อมลูกหมาก (5alpha-reductase inhibitor) เช่น Fenasteride, Dutrasteride ก็เป็นชนิดที่หมอเลือกรักษาคนไข้ต่อมลูกหมากโต

จากการศึกษาของ Zhang และคณะได้ศึกษาไปถึงผลกระทบด้านชีวเคมีและเซลล์ในเนื้อเยื่อองคชาตจากการรักษาด้วย 5-ARI เป็นเวลานาน ทำให้ระดับฮอร์โมนไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (DHT) ในพลาสมาและภายในต่อมลูกหมากลดลงอย่างมาก (>50%) น้ำหนักของกล้ามเนื้อเรียบในคอร์ปัส คาเวอร์โนซัม (corpus cavernosum) และเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากลดลง และสิ่งนี้เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวตอบสนองต่อการกระตุ้นเส้นประสาท cavernous nerve ที่ลดลง จากการศึกษาได้ผลว่าการรับประทานยา 5α-reductase inhibitor เป็นเวลานานทำให้การแข็งตัวขององคชาตลดลง โดยการยับยั้งกระบวนการจับกินกันเอง (autophagy) และเพิ่มการตายแบบ apoptosis ของกล้ามเนื้อเรียบในคอร์ปัส คาเวอร์โนซัม (corpus cavernosum) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อเรียบในองคชาตที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวขององคชาตโดยตรงจึงเป็นไปได้ที่ผู้ป่วยกินยารักษาต่อมลูกหมากโตกลุ่ม 5α-reductase inhibitor จะพบปัญหาเรื่องการแข็งตัวลดลง จึงอยากแนะนำว่าการรักษาต่อมลูกหมากโตต้องทำการรักษาต่อเนื่องตามแนวทางของแพทย์

ส่วนเรื่องการแข็งตัวนั้นสามารถฟื้นฟูอาการอีดีในผู้ที่เป็นต่อมลูกหมากโตได้ ขอให้พบแพทย์ผู้รักษาการแข็งตัวโดยตรง ซึ่งสามารถรักษาควบคู่กันไปโดยไม่มีผลกระทบต่อกันไม่ควรหยุดรักษาโรคใดโรคหนึ่ง ปัจจุบันโรคต่อมลูกหมากโตจะคู่กับอาการอีดีเสมอ ถ้าไม่ฟื้นฟูก็ทำให้บางส่วนนิทราไป หลับไม่ตื่น ชายที่อยากแข็งแรงก็จงรักษาเนื้อรักษาตัวเสีย มีวิธีง่ายหลายวิธีรักษาได้ภายใน 2-3 ชม. คือ วิธีกระตุ้นกล้ามเนื้อเพศโดยตรง.