อิหร่านแสดงความกังวลเกี่ยวกับการแทรกแซงจากต่างชาติ ซึ่งเกิดจากการประกาศข้อตกลงระหว่างอาเซอร์ไบจานกับอาร์เมเนีย ที่มีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เป็นคนกลาง
อาเซอร์ไบจานและอาร์เมเนีย เข้าใกล้การยุติความขัดแย้งที่ยาวนาน 35 ปี ด้วยการลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพ ณ กรุงวอชิงตัน และตกลงที่จะให้กิจการค้าร่วมภาคเอกชนของสหรัฐ เข้าควบคุมเส้นทางยุทธศาสตร์บริเวณชายแดนของอิหร่าน
เส้นทางที่ทอดผ่านตอนใต้ของอาร์เมเนีย จะเชื่อมต่อพื้นที่นาคชีวาน กับอาเซอร์ไบจาน ตามข้อเรียกร้องของรัฐบาลบากู โดยสหรัฐจะบริหารจัดการเส้นทางดังกล่าว นับเป็นการเปลี่ยนดุลอำนาจในภูมิภาค ซึ่งนักวิจารณ์ชาวอิหร่านบางคนอ้างว่า ข้อตกลงฉบับนี้เปรียบเสมือน “การบีบคั้นทางภูมิรัฐศาสตร์ของอิหร่านในภูมิภาค”
การควบคุมเส้นทางที่ผ่านพรมแดนระหว่างอาร์เมเนีย กับพื้นที่ตอนเหนือของอิหร่าน ถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดต่อข้อตกลงสันติภาพระหว่างทั้งสองประเทศ
นอกจากนี้ ข้อตกลงอาเซอร์ไบจาน-อาร์เมเนีย ยังส่งผลกระทบเพิ่มเติมต่ออิทธิพลรัสเซียที่ลดลงในภูมิภาค เนื่องจากนายกรัฐมนตรีนิโคล ปาชินเนียน ผู้นำอาร์เมเนีย นำพาประเทศของเขาไปทางตะวันตก และมุ่งหน้าสู่สหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งดูเหมือนว่ารัสเซียจะไม่สามารถต่อต้านการริเริ่มของทรัมป์ได้ โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะความหมกมุ่นอยู่กับยูเครน
“การสร้างเครือข่ายการสื่อสาร จะช่วยส่งเสริมความมั่นคง และการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค หากดำเนินการภายในกรอบผลประโยชน์ร่วมกัน การเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค และปราศจากการแทรกแซงจากต่างประเทศ” กระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ระบุในแถลงการณ์
แม้นายอับบาส มูซาวี อดีตเอกอัครราชทูตอิหร่าน ประจำอาเซอร์ไบจาน และรองโฆษกประธานาธิบดีอิหร่าน กล่าวว่า การมีส่วนร่วมโดยตรงของทรัมป์ในประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างอาเซอร์ไบจานกับอาร์เมเนีย เป็นเรื่องที่น่าสนใจ สร้างความไม่พอใจ และอันตราย แต่ถึงอย่างนั้น อิหร่านแทบทำอะไรไม่ได้เลย ในการขัดขวางข้อตกลงที่สหรัฐ อาร์เมเนีย และอาเซอร์ไบจาน มองว่าเป็น “ผลประโยชน์ร่วมกัน”
ทั้งนี้ การเปิดพรมแดนเพิ่มเติมกับตุรกี จะรวมอาร์เมเนียเข้ากับ “โครงการระเบียงกลาง” ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าทางเศรษฐกิจระหว่างยุโรปกับจีน ที่หลีกเลี่ยงรัสเซียและอิหร่าน โดยบรรดาผู้นำอาร์เมเนียต่างมองเห็นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากโครงการนี้มานานแล้ว สำหรับประเทศของพวกเขาที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล
ขณะที่ทำเนียบขาวระบุว่า เส้นทางคมนาคมแห่งใหม่ ซึ่งจะมีชื่อว่า “เส้นทางทรัมป์เพื่อสันติภาพและความมั่งคั่งระหว่างประเทศ” จะทำให้เกิดการเชื่อมต่อที่ไม่มีอุปสรรค ระหว่างอาเซอร์ไบจานกับอาร์เมเนีย ควบคู่กับการเคารพอำนาจอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และประชาชนของอาร์เมเนีย อีกทั้งการมีฐานการค้ากับสหรัฐฯ ทำให้ทั้งสองฝ่ายลดแรงจูงใจที่จะใช้วิธีการทางทหารเช่นกัน.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



