“บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยถึงการเตรียมนักกีฬาตะกร้อทีมชาติไทย กีฬาความหวังเหรียญทอง ในศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ระหว่างวันที่ 19 ก.ย.-4 ต.ค.69 ที่เมืองนาโกยา จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ว่า กรณีที่นักกีฬาตะกร้อทีมชาติไทย 5 คน และสตาฟโค้ชอีก 3 คน ถูกสหพันธ์ตะกร้อนานาชาติ (ISTAF) ลงโทษแบนชั่วคราว จากเหตุการณ์ที่ทีมชาติไทย ตัดสินใจไม่แข่งขันต่อ ในการแข่งขันเซปักตะกร้อ รอบชิงชนะเลิศ ประเภททีมชุดชาย ศึกเวิลด์คัพ 2026 ที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา โดย กกท. ได้หารือร่วมกับสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย เพื่อกำหนดแนวทางและแผนสำรอง รองรับสำหรับการเตรียมทีม เอาไว้ ซึ่งเชื่อว่าสมาคมฯ มีศักยภาพในการบริหารจัดการสถานการณ์และสามารถหานักกีฬามาทดแทนได้

“สมาคมกีฬาตะกร้อฯ ชัดเจนตั้งแต่ต้นอยู่แล้วว่าจะทำตามสิทธิ์ คือ ยื่นอุทธรณ์ แต่เบื้องต้นไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร คงต้องยอมรับในกติกา และผลการตัดสินของสหพันธ์ฯ ส่วนการอุทธรณ์จะทันการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 หรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เชื่อว่ากระบวนการเหล่านี้ ไม่ได้กระทบกับการเตรียมทีมเอเชียนเกมส์ สมาคมฯ สามารถบริหารจัดการได้ และมีนักกีฬาที่พร้อมทดแทนได้” ดร.ก้องศักด กล่าว
ส่วนเป้าหมายของทีมตะกร้อทีมชาติไทย ในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้นั้น “บิ๊กก้อง” ยืนยันว่า ตะกร้อไม่มีเป้าหมายอื่น นอกจากเหรียญทองเท่านั้น และจากการประเมินความหวังที่ตั้งไว้ถึง 4 เหรียญทอง แม้ว่านักกีฬาอาจจะถูกแบนก็ตาม แต่เชื่อว่าสมาคมฯ ยังมีนักกีฬาฝีมือดีอีกหลายคนที่สามารถก้าวขึ้นมาทดแทนได้ และยังมั่นใจว่าทีมตะกร้อไทย จะรักษามาตรฐานในการลุ้นเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ได้เช่นเดิม



